ข่าว

ศาลทุจริตฯ ยกคำร้อง ดีเอสไอ ขอถอนประกันชัยวัฒน์พร้อมพวก

ศาลทุจริตฯ ยกคำร้อง ดีเอสไอ ขอถอนประกันชัยวัฒน์ และพวกรวม 4 คน คดีการเสียชีวิตของบิลลี่ หลังไม่พบพฤติการณ์จะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน

ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง นัดไต่สวนและฟังคำสั่งกรณีที่พนักงานสอบสวน กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ ได้ยื่นคำร้อง รายงานพฤติการณ์ของนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร อดีตหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน และเจ้าหน้าที่อุทยานฯ รวม 4 คน ซึ่งเป็นผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของนายพอละจี รักจงเจริญ แกนนำชาวกะเหรี่ยงบ้านโป่งลึก-บางกรอย เพื่อให้เพิกถอนการปล่อยตัวชั่วคราว


โดยศาลใช้เวลาไต่สวนข้อเท็จจริงนานกว่า 1 ชั่วโมง ซึ่งเมื่อวันที่18 พ.ย.ที่ผ่านมา ดีเอสไอได้ยื่นเอกสารหลักฐานเป็นคำให้สัมภาษณ์ของนายชัยวัฒน์ เพื่อขอให้ศาลพิจารณาถอนประกันตัวชั่วคราว นายชัยวัฒน์ และเจ้าหน้าที่อุทยานฯ รวม 4 คน โดยให้เหตุผลการให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนของนายชัยวัฒน์ มีการกล่าวอ้างว่า การได้มาซึ่งพยานหลักฐานไม่เป็นความจริง และสร้างพยานหลักฐานเท็จ นอกจากนี้ยังให้สัมภาษณ์ว่าจะไปสาบานตนที่จุดเกิดเหตุ ซึ่งอาจส่งผลให้พยานที่อยู่ในพื้นที่เกิดความสับสน และอาจทำให้พนักงานสอบสวนไม่ได้รับความร่วมมือกับคนในพื้นที่ ซึ่งถือเป็นการเข้าไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน

ขณะที่ฝ่ายนายชัยวัฒน์และพวกได้ยื่นคัดค้านคำร้องของดีเอสไอต่อศาลโดยระบุว่า การให้สัมภาษณ์เป็นเพียงการอธิบาย แสดงความเห็นโดยสุจริต อีกทั้งตั้งแต่ผู้ต้องหาทั้งหมดได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว ไม่มีใครเข้าไปในพื้นที่ รวมถึง ตำแหน่ง หน้าที่ ปัจจุบันของผู้ต้องหาทั้งหมดไม่มีอำนาจในการสั่งการดำเนินการใดๆในพื้นที่เกิดเหตุ พร้อมกันนี้ในคำคัดค้านของผู้ต้องหาให้สัญญาว่า จะไม่เข้าไปในพื้นที่เกิดเหตุและไม่ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชน

จากนั้น ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า ยังไม่พบพฤติการณ์ ของนายชัยวัฒน์ ว่าจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน และชั้นนี้ยังไม่มีเหตุอันสมควรที่จะพิจารณาเพิกถอนประกันหรือการกำหนดเงื่อนไขประกันเพิ่มเติม จึงมีคำสั่งให้ยกคำร้องของดีเอสไอ

ด้านนายพรชัย พฤกษ์พิชัยเลิศทนายความ บอกภายหลังศาลยกคำร้องว่า รู้สึกพอใจในคำพิจารณาของศาล ซึ่งก่อนหน้านี้ที่นายชัยวัฒน์ให้คำมั่นต่อศาลว่าจะไม่ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชน และ จะไม่เข้าไปในพื้นที่ซึ่งศาลได้เมตตายกคำร้อง และหลังจากนี้จะต้องดูพยานหลักฐานของดีเอสไอในการต่อสู้คดีว่ามีเพิ่มเติมอย่างไร เพื่อนำมาพิจารณา และได้เตรียมต่อสู้คดีไว้แล้ว

ขณะที่นายชัยวัฒน์ ยืนยันว่า จะไม่มีการให้สัมภาษณ์กับสื่อในคดีอีก เพราะศาลเมตตาแล้ว และจะไม่เป็นผลดีต่อรูปคดี ทั้งนี้ศาลได้นัดรายงานตัวอีกครั้งในวันที่ 6 ธ.ค. และยังบอกถึงการย้ายไปดำรงตำแหน่งที่จังหวัดปัตตานี ว่า ตนเองอยู่ที่ไหนก็ได้ จะทำงานให้ดีที่สุดในฐานะเป็นเจ้าหน้าที่ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และไม่ได้ติดใจอะไร เพราะเป็นการไปทำประโยชน์ให้กับประชาชน