Breaking การเมือง

“ศิริชัย” เปิดใจเหตุลาออก ย้ำ!ไม่เคยฝักใฝ่การเมือง

ประธานศาลอุทธรณ์  แถลงลาออกจากประธานศาลอุทธรณ์ ผลตั้ง17 ก.ค.  หลังไม่ได้รับแต่งตั้งเป็นประธานศาลฎีกา แต่ได้รับการแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษาประธานศาลฎีกาแทน

นายศิริชัย วัฒนโยธิน ประธานศาลอุทธรณ์

 

วันที่ 18 ก.ค. 60–นายศิริชัย วัฒนโยธิน ประธานศาลอุทธรณ์ แถลงเหตุผลการขอลาออกจากราชการว่า เนื่องจาก ตำแหน่งที่ปรึกษาศาลฎีกา ที่จะได้รับใหม่นั้น ถูกแต่งตั้งโดยไม่ชอบ และไม่มีกฎหมายรองรับ แม้ในกฎหมายจะระบุให้สามารถแต่งตั้งตำแหน่งใดๆ ได้ แต่เป็นเพียงตำแหน่งเล็กๆ เท่านั้น จึงเห็นว่าไม่ควรดำรงตำแหน่งนี้ แม้เทียบกับตำแหน่งแล้ว ที่ปรึกษาศาลฎีกาจะเทียบเท่ากับตำแหน่งประธานศาลอุทธรณ์ แต่มีศักดิ์และสิทธิ์ไม่เท่ากัน เพราะผู้ที่ดำรงตำแหน่งประธานศาลอุทธรณ์ถือเป็นคณะกรรมการข้าราชการยุติธรรม มีตำแหน่งเป็นรองนายกเนติบัณฑิตยสภาคนที่ 1 รองจากประธานศาลฎีกาซึ่งดำรงตำแหน่งนายกเนติบัณฑิตยสภา ส่วนตำแหน่งที่ปรึกษาประธานศาลฎีกา เป็นตำแหน่งตั้งขึ้นครั้งแรก หากไปดำรงตำแหน่งจะเกิดปัญหาในกรณีรักษาการแทนระหว่างรองประธานศาลฎีกา กับตำแหน่งที่ปรึกษาประธานศาลฎีกา เมื่อประธานศาลฎีกาไม่อยู่ อีกทั้งตามนิติประเพณีแล้ว ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ที่อาวุโสสูงสุด ควรเป็นประธานศาลฎีกา ยกเว้นในบางกรณีที่เกิดปัญหา จึงไม่สามารถขึ้นดำรงตำแหน่งได้ อย่างไรก็ตามก็จะให้ดำรงตำแหน่งประธานศาลอุทธรณ์อยู่ ไม่เคยได้รับการโยกย้าย สร้างตำแหน่งใหม่ เป็นที่ปรึกษาประธานศาลฎีกาอย่างที่ตนได้รับ

นายศิริชัย กล่าวว่า การดำรงตำแหน่งผู้พิพากษา มีเกียรติมีศักดิ์ศรี แต่จะให้ไปอยู่ในตำแหน่งที่ปรึกษาศาลฎีกา มีข้อโต้แย้งว่าไม่น่าจะกระทำได้ ส่วนที่คณะอนุกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (อ.ต.ก.) และ คณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (ก.ต.) มีการตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงตัวเองนั้น รู้สึกว่าถอยจนไม่รู้จะถอยอย่างไร รู้สึกเจ็บปวดมาก โดยไม่เคยคิดว่า ที่ผ่านมา ที่ทำงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ให้ความยุติธรรมกับคนอื่นมาตลอดชีวิต แต่สุดท้ายกลับมาเป็นเช่นนี้ ทั้งนี้ได้ยอมอดทนมาโดยตลอด จึงมีทางเดียวที่จะได้พักผ่อนนอนหลับอย่างสบาย คือการลาออกจากตำแหน่ง ยืนยันไม่เคยฝักใฝ่การเมืองฝ่ายใด แม้จะมีเพื่อนทั้งสองฝ่าย แต่เลือกที่จะไม่ติดต่อไปหาฝ่ายใดเลย ส่วนเรื่องการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบนั้น ไม่เคยเห็นคำให้การของพยานจึงได้ขอความเมตตาไปที่คณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม เพื่อต่อสู้แต่ก็ไม่ได้รับโอกาสส่วนคดีความที่คณะกรรมการได้นำมาพิจารณาตัดสินว่ามีการโอนสำนวนจำนวน 3 สำนวนคดี ยืนยันว่าทุกคดีที่ตัดสิน ไม่ได้ต้องการลงโทษจำเลย แต่จะตรวจสอบข้อเท็จจริง และไม่มีอำนาจสั่งให้ผู้พิพากษาดำเนินการใดๆได้ ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการ

เพิ่มเราเป็นเพื่อน ข่าว ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ทุกวัน @springnews
เพิ่มเพื่อน

ทั้งนี้ได้ฝากกรณีนี้ไปถึงคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และประชาชน ว่าตัวเองดำรงตำแหน่งด้วยความยุติธรรมมาตลอด แต่ได้รับผลแบบนี้ ทั้งนี้ไม่สามารถตอบได้ว่าถูกกลั่นแกล้งหรือไม่ ยอมรับว่าทำใจได้ แต่เป็นห่วงความรู้สึกพ่อกับแม่ ที่คาดหวังว่าตัวเองนั้นจะได้เป็นประธานศาลฎีกา เพราะปฏิบัติหน้าที่โดยไม่เคยมีข้อเสีย ทั้งนี้การประกาศลาออกจากตำแหน่งของนายศิริชัย มีผลตั้งแต่ 17 ก.ค.2560 โดยภายหลังการแถลงข่าวเสร็จสิ้น ได้มีเจ้าหน้าที่บุคลากรศาลอุทธรณ์ที่มาฟังการแถลงข่าว ได้มอบดอกกุหลาบสีชมพู เพื่อเป็นกำลังใจให้กับนายศิริชัยด้วย