กสอ.เร่งส่งเสริมอุตสาหกรรมชุมชนภูเก็ตชูสินค้า-อาหาร-แหล่งท่องเที่ยว

14 ม.ค. 2564 เวลา 12:06 น.

กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ กสอ. เดินหน้าคืนความคึกคักให้ จ.ภูเก็ต ปูยุทธศาสตร์อุตสาหกรรมชุมชน ผสานจุดขาย สินค้า-อาหาร-แหล่งท่องเที่ยว สร้างความยั่งยืนเศรษฐกิจท้องถิ่น

สินค้าไทย...ถือเป็นสินค้าที่มีจุดเด่นด้านอัตลักษณ์ที่สามารถจูงใจนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติให้เลือกซื้อหานำกลับไปเป็นของขวัญและของฝากจำนวนมาก ทว่าปัญหาส่วนใหญ่ที่เป็นอุปสรรคของการพัฒนาสินค้าของฝากนั้นคือ ความคิดสร้างสรรค์อันจะเห็นได้จากลักษณะของของฝากในแต่ละภูมิภาคยังไม่สามารถชูอัตลักษณ์และสร้างความต่างให้เกิดขึ้นชัดเจนได้

กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ กสอ. หน่วยงานสำคัญที่ให้การสนับสนุนผู้ประกอบการทั้งรายย่อยและผู้ประกอบการในชุมชนจึงได้เร่งจัดกำลังพลนักวิชาการสร้างสรรค์และผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อเข้าไปขับเคลื่อนการพัฒนาสินค้าของฝากให้มีประสิทธิภาพผ่านการดำเนินงานพัฒนาหมู่บ้านอุตสาหกรรมสร้างสรรค์หรือ หมู่บ้าน CIV โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต จุดหมายใหญ่ที่ทั้งนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างชาติต่างหมายตาเพราะสะดวกในแง่ของการเดินทางมีทั้งทะเลและภูเขาอยู่ในพื้นที่เดียวกัน

ทั้งนี้สามารถรองรับความต้องการท่องเที่ยวได้หลากหลายจึงเป็นโอกาสครั้งสำคัญที่ผู้ประกอบการชุมชนจะใช้ช่วงเวลานี้พัฒนาคุณภาพสินค้าและบริการรองรับการท่องเที่ยวที่จะต้องเกิดขึ้นในอนาคตอย่างมีประสิทธิภาพหนึ่งในของฝากขึ้นชื่อของเมืองภูเก็ตนั่นคือ ผ้าบ่า บ๋า ย่าหยาผลิตภัณฑ์พื้นถิ่นที่ กสอ.โดยศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาค11เข้าไปพัฒนาตั้งแต่ต้นน้ำกลางน้ำและปลายน้ำโดยใช้แรงบันดาลใจจากวัฒนธรรมภูมิปัญญาที่เป็นอัตลักษณ์พัฒนาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อื่น

กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ กสอ.  เดินหน้าคืนความคึกคักให้ จ.ภูเก็ต ปูยุทธศาสตร์อุตสาหกรรมชุมชน ผสานจุดขาย สินค้า-อาหาร-แหล่งท่องเที่ยว สร้างความยั่งยืนเศรษฐกิจท้องถิ่น

เช่นการพัฒนาผ้าเป็นเครื่องประดับตกแต่งบ้านและพัฒนาเพื่อเป็นเครื่องประดับในโรงแรมรวมทั้งพัฒนาเป็นสิ่งของที่ระลึกสร้างความหลากหลายให้กับผ้าบ่าบ๋า ย่าหยา ทั้งยังดำเนินการปรับรูปแบบเสื้อผ้าอาภรณ์ให้มีความทันสมัยโดยใช้ความเชี่ยวชาญเดิมของชุมชนในการทำผ้าบาติกพัฒนาลวดลายและรูปทรงให้สามารถใช้ได้จริงในชีวิตประจำวันเพื่อให้การพัฒนาเกิดประสิทธิภาพสูงสุด

นอกเหนือจากการยกระดับสินค้าของฝากให้มีคุณภาพแล้ว กสอ.ยังได้พัฒนาเส้นทางการท่องเที่ยว“สุขกาย-สุขใจ”เพื่อสร้างเอกภาพสำหรับการท่องเที่ยวทั้งอาคาร อาหาร อาภรณ์เช่น พิพิธภัณฑ์ไทยหัวที่อดีตเคยเป็นโรงเรียนภาษาจีนแห่งแรกในภูเก็ต,หมอเหลาอาคารบ้านเรือนแบบลูกผสมชิโน-ยูโรเปียน, บ้านเลขที่ 88 หรืออี้โป้เต้งพิพิธภัณฑ์เก็บข้าวของเก่าแก่รวมทั้งบ่อน้ำโบราณแบบจีนที่อยู่กลางบ้าน,โรงตีเหล็กไต่สุ้นอั้นที่ยังเปิดดำเนินการตีเหล็กแบบดั้งเดิมให้นักท่องเที่ยวได้รับชม

นอกจากนี้ยังมีบ้านขุนนิเทศจีนารักษ์จุดแวะพักจิบชากับขนมปุ้นแต่โก้ยรวมทั้งส่งเสริมการจัดถนนคนเดินหลาดใหญ่อยู่บริเวณถนนถลางเป็นถนนคนเดินที่แวดล้อมไปด้วยบรรยากาศอาคารเก่าสร้างจุดดึงดูดในกับนักท่องเที่ยวมากยิ่งขึ้นซึ่งการพัฒนาการท่องเที่ยวในครั้งนี้สามารถเพิ่มรายได้ให้กับชุมชนได้กว่าร้อยละ 60ถือเป็นอีกหนึ่งรูปธรรมของการพัฒนา“อาภรณ์ - อาหาร - อาคาร”ครบทุกมิติในการส่งเสริมการท่องเที่ยว

อีกทั้งยังดำเนินการส่งเสริมการพัฒนาหมี่ฮ๊กเกี้ยนอาหารขึ้นชื่อของภูเก็ตโดยในกระบวนการด้านอุตสาหกรรมการแปรรูปอาหารที่กสอ. มีความเชี่ยวชาญพัฒนาให้เป็นผลิตภัณฑ์กึ่งสำเร็จรูปที่นักท่องเที่ยวสามารถเลือกซื้อไปประกอบอาหารทานเองได้ที่บ้านของตนจากเดิมที่ต้องเดินทางมารับประทานในพื้นที่ซึ่งสามารถพัฒนาเป็นสินค้าของฝากขึ้นแห่งดินแดนอันดามันชื่อทัดเทียมหมี่โคราชของฝากขึ้นชื่อของดินแดนที่ราบสูง

โดยมีเป้าหมายเจาะตลาดในประเทศในช่วงต้นปี 2564และเพื่อการส่งออกไปยังต่างประเทศในช่วงปลายปีซึ่งคาดว่าจะช่วยให้ชุมชนมีรายได้จากการแปรรูปอาหารพื้นถิ่นกว่าร้อยละ60หลักสำคัญของการดำเนินงานส่งเสริมสินค้าของฝากของ กสอ. ก็ คือการพัฒนาควบคู่กับไปใน 3มิติ ทั้งผลิตภัณฑ์สินค้าของฝากแหล่งท่องเที่ยวในชุมชนและการพัฒนาอาหารพื้นถิ่นเพื่อให้นักท่องเที่ยวสามารถดื่มด่ำอัตลักษณ์ของชุมชนกระตุ้นให้เกิดความต้องการศึกษาเรื่องราวชุมชนและสร้างการจดจำโดยมีสินค้าของฝากเป็นตัวแทนความทรงจำในสถานที่นั้นๆ

กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ กสอ.  เดินหน้าคืนความคึกคักให้ จ.ภูเก็ต ปูยุทธศาสตร์อุตสาหกรรมชุมชน ผสานจุดขาย สินค้า-อาหาร-แหล่งท่องเที่ยว สร้างความยั่งยืนเศรษฐกิจท้องถิ่น

แม้ปัจจุบันสถานการณ์การแพร่ระบาดระลอกใหม่กลับมาสร้างผลกระทบให้กับการท่องเที่ยวอีกครั้งทว่าในช่วงเวลานี้
เป็นนาทีทองของผู้ประกอบการท้องถิ่นในการปรับปรุงพัฒนาสินค้าและบริการของตนเพื่อรองรับการท่องเที่ยวในประเทศที่จะต้องเกิดขึ้นอย่างแน่นอน อย่างไรก็ดีแม้ปัจจุบันการท่องเที่ยวยังไม่สามารถดำเนินกิจกรรมได้อย่างเต็มรูปแบบแต่เพื่อให้สามารถส่งเสริมผู้ประกอบการชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพกสอ.จึงเปิดแพลตฟอร์มออนไลน์DIProm มาร์เก็ตเพลสเพื่อเป็นช่องทางให้ผู้ประกอบการในทุกชุมชนสามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้ง่ายยิ่งขึ้นทั้งยังมีระบบคัดกรองคุณภาพเพื่อการันตีผลิตภัณฑ์ให้กับผู้ซื้อซึ่งเป็นอีกหนึ่งทางออกในการส่งเสริมวิสาหกิจชุมชนไทยให้มีรายได้ในภาวะการณ์ปัจจุบัน