Spring News

สิงห์สนามซ่อม ! พลังประชารัฐ กวาดเรียบทุกสมรภูมิเลือกตั้งซ่อม

09 มี.ค. 2564 เวลา 8:19 น.

ความพ่ายแพ้ของประชาธิปัตย์ สะท้อนความถดถอยของพรรค สถานการณ์สวนทางกับพลังประชารัฐ ที่ตอกย้ำความแข็งแกร่ง จากชัยชนะเลือกตั้งซ่อมครั้งล่าสุด เผยสถิติเลือกตั้งซ่อม 6 ครั้ง พลังประชารัฐ กวาดชัยชนะ 5 ครั้ง ส่วนอีก 1 ครั้ง ไม่ได้ส่งผู้สมัครลงแข่ง

ผลการเลือกตั้งซ่อมนครศรีธรรมราช เขต 3 หลายคนมองว่า เซอร์ไพรส์ ที่พรรคพลังประชารัฐ สามารถเอาชนะแชมป์เก่าอย่างประชาธิปัตย์ไปได้ ซึ่งไม่ใช่แค่โค่นแชมป์เก่าเท่านั้น แต่ยังโค่นประชาธิปัตย์ที่ถือว่าเป็นพรรคการเมืองยอดนิยมในภาคใต้ได้อีกด้วย

สถานการณ์ถดถอยของประชาธิปัตย์

สถานการณ์ความถดถอยของประชาธิปัตย์ ต้องเรียกว่า อาการออกมาตั้งแต่การเลือกตั้งเมื่อ 24 มีนาคม 2562 แล้ว เพราะได้ ส.ส.มาเพียง 24 ที่นั่ง จากทั้งหมด 50 ที่นั่ง เรียกว่าไม่ถึงครึ่ง เทียบกับเมื่อปี 2554 การเลือกตั้งทั่วไปครั้งก่อนหน้านี้ (ก่อนการรัฐประหารปี 2557) พรรคประชาธิปัตย์เคยกวาดเก้าอี้ ส.ส.ภาคใต้ได้ถึง 50 ที่นั่งจากทั้งหมด 53 ที่นั่ง เรียกว่าเป็นพรรคการเมืองขวัญใจคนใต้อย่างแท้จริง

แต่ในการเลือกตั้งปี 2562 พรรคประชาธิปัตย์เสียเก้าอี้ ส.ส.ไปให้พรรคพลังประชารัฐถึง 13 ที่นั่ง พรรคภูมิใจไทย 7 ที่นั่ง พรรคประชาชาติ 6 ที่นั่ง (ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้) แถมยังแพ้ในจังหวัดที่เคยกวาดเก้าอี้ ส.ส.ยกจังหวัด เช่น พัทลุง สงขลา รวมไปถึงนครศรีธรรมราช

ก่อนเลือกตั้งซ่อมนครศรีธรรมราช เขต 3 ประชาธิปัตย์มี ส.ส. 5 คนจาก 8 เขต แต่เมื่อแพ้สนามซ่อม ทำให้นครศรีธรรมราชถูกแบ่งครึ่ง เป็น ส.ส.ประชาธิปัตย์เหลือ 4 คน พลังประชารัฐได้เพิ่มเป็น 4 คน

ประวิตร วงษ์สุวรรณ

สาเหตุของความพ่ายแพ้

สาเหตุหลักของความพ่ายแพ้ มาจากปัญหาภายในพรรคประชาธิปัตย์เอง กล่าวคือ

1. ปัญหาของตระกูลการเมืองในนครศรีธรรมราช ซึ่งมีหลายตระกูล เช่น เสนพงศ์ บุณยเกียรติ ศักดิเศรษฐ์ เดชเดโช รวมไปถึงตระกูลวิชัยกุล แต่ตระกูลเสนพงศ์ โดยเฉพาะตัวนายเทพไท ไม่ค่อยได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มอื่น แม้ในพรรคเดียวกัน

แม้ว่าเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้จะดึงเอา นายชัยชนะ เดชเดโช หรือ เสี่ยแทน มาเป็นผู้อำนวยการเลือกตั้ง ซึ่งเพิ่งประสบความสำเร็จในการผลักดันมารดาขึ้นเป็นนายก อบจ.ได้ไม่นาน แต่สุดท้ายก็เอาไม่อยู่ เพราะตระกูลการเมืองใหญ่ที่เหลืออีก 2-3 ตระกูล บางตระกูลไม่ปรากฏตัวช่วยหาเสียงเลย แม้จะสวมเสื้อประชาธิปัตย์ด้วยกันก็ตาม โดยเฉพาะตระกูลบุณยเกียรติ ที่ฟ้องร้องคดีโกงเลือกตั้งระดับท้องถิ่นกันอยู่ และเป็นชนวนเหตุให้นายเทพไท ต้องพ้นเก้าอี้ ส.ส.

2. ปัญหาของระดับผู้ใหญ่ในพรรค เพราะมีการแตกคอ แยกเป็นกลุ่มๆ โดยเฉพาะกลุ่มที่สนับสนุน นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ หัวหน้าพรรค กับกลุ่มที่ยังสนับสนุน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรค

ทำให้การระดมลงพื้นที่หาเสียง ไม่มีทัพหลวงลงไปลุยเหมือนพลังประชารัฐ นอกจากนั้นยังมีความได้เปรียบของพรรคพลังประชารัฐ ในฐานะพรรคแกนนำรัฐบาล ทำให้ข้าราชการน้อยใหญ่มีความเกรงใจ

แถมช่วงโค้งสุดท้าย บิ๊กป้อม-พี่ใหญ่บูรพาพยัคฆ์ ยังลงพื้นที่ด้วยตัวเอง กลายเป็นไม้เด็ด ทำให้พลังประชารัฐพลิกมาชนะ ทั้งๆ ที่มีข่าวว่าคะแนนเป็นรองมาโดยตลอด

ประวิตร วงษ์สุวรรณ

พลังประชารัฐ สิงห์สนามซ่อม

ชัยชนะหนนี้ทำให้พรรคพลังประชารัฐกลายเป็นสิงห์สนามซ่อม เพราะเอาชนะในสนามเลือกตั้งซ่อมทุกสนามที่ส่งลงสมัคร ทั้งรักษาเก้าอี้เดิม และเอาชนะพรรคคู่แข่ง

ซึ่งตั้งแต่จบการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2562 เป็นต้นมา มีการเลือกตั้งซ่อม-เลือกตั้งใหม่มาแล้ว 6 สนาม ยกเว้นเพียงสนามแรก เลือกตั้งซ่อมที่นครปฐม เขต 5 เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 2562 เท่านั้น ที่พรรคพลังประชารัฐไม่ได้ส่ง เพราะหลีกทางให้พรรคชาติไทยพัฒนา

ส่วนที่เหลืออีก 5 สนาม ชนะรวด ได้แก่

1. เลือกตั้งซ่อม ขอนแก่น เขต 7 เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2562 พรรคพลังประชารัฐ ชนะ พรรคเพื่อไทยแชมป์เก่า ทำให้ นายสมศักดิ์ คุณเงิน ได้เป็น ส.ส.

2. เลือกตั้งซ่อม กำแพงเพชร เขต 2 เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2563 พรรคพลังประชารัฐ ชนะ พรรคเพื่อไทย ทำให้ นายเพชรภูมิ อาภรณ์รัตน์ ได้เป็น ส.ส. ถือว่ารักษาเก้าอี้เดิมไว้ได้ (ส.ส.เก่าคือ พันตำรวจโท ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ บิดาของนายเพชรภูมิ)

3. เลือกตั้งซ่อม ลำปาง เขต 4 เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2563 พรรคพลังประชารัฐ ชนะพรรคเสรีรวมไทย ทำให้ นายวัฒนา สิทธิวัง ได้เป็น ส.ส. ถือว่าเพิ่มเก้าอี้ เพราะไม่ได้เป็น ส.ส.เก่า

4. เลือกตั้งซ่อม สมุทรปราการ เขต 5 เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2563 พรรคพลังประชารัฐ ชนะพรรคเพื่อไทยและพรรคก้าวไกล ทำให้ นายกรุงศรีวิไล สุทินเผือก ได้เป็น ส.ส. ถือว่ารักษาเก้าอี้เดิมเอาไว้ได้

5. เลือกตั้งซ่อม นครศรีธรรมราช เขต 3 เมื่อวันอาทิตย์ที่ 7 มีนาคม 2564 พรรคพลังประชารัฐ เอาชนะพรรคประชาธิปัตย์ ทำให้ นายอาญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ ได้เป็น ส.ส. ถือว่าเพิ่มเก้าอี้ เพราะเป็นการโค่นแชมป์เก่า

คาดว่าหลังจากนี้คงมีการปูนบำเหน็จบรรดาขุนพลที่ช่วยทำให้พรรคพลังประชารัฐคว้าชัย ทั้ง นายอนุชา นาคาศัย เลขาธิการพรรค และ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยการปรับ ครม.ที่กำลังจะมีขึ้น อาจมีรายการปูนบำเหน็จกันด้วย

เลือกตั้งซ่อม นครศรีธรรมราช

สิงห์สนามซ่อม ! พลังประชารัฐ กวาดเรียบทุกสมรภูมิเลือกตั้งซ่อม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด