รายา กับมังกรตัวสุดท้าย หนังดีที่คนไทยควรดู

16 มี.ค. 2564 เวลา 11:05 น.

ดิสนีย์ เอาใจคนเอเชีย ทำหนังอนิเมชั่นเกี่ยวกับอาเซียน นอกเหนือจากที่จะได้เห็นถึงวัฒนธรรมไทยและเพื่อนบ้าน ยังพูดลึกถึงประเด็นความแตกแยกของคนในภูมิภาคนี้ สิ่งเดียวที่จะรวมคนได้ คือต้องอาศัยความเชื่อใจกัน

แอดเพิ่งมีโอกาสได้ไปดูหนังเรื่อง "Raya and The Last Dragon" หรือ "รายากับมังกรตัวสุดท้าย" ก่อนเข้าโรงหนังก็เต็มไปด้วยบรรดาครอบครัวที่พาลูกๆ เด็กน้อย มาดูหนังกัน เสียงดังวุ่นวายน่าดู แต่พอเข้าโรงทุกคนกลับเงียบและพร้อมที่จะดูหนังการ์ตูนอนิเมชั่นจากวอล์ทดิสนีย์ (Walt Disney) เรื่องล่าสุด

Kumandra

รายา เริ่มเรื่องด้วยการยกตำนานของอาณาจักรที่มีชื่อว่า "คูมันตรา" (Kumantra) อาณาจักรรูปร่างหน้าตาคล้ายมังกร โดยมีแม่น้ำเหมือนดั่งตัวมังกร ครั้งหนึ่งคูมันตราเคยอุดมสมบูรณ์ มีความเป็นหนึ่งเดียว และอบอุ่น ภายใต้การปกป้องคุ้มครองโดยเหล่ามังกร ตัวแทนแห่งชีวิตและความอุดมสมบูรณ์ ก่อนที่คูมันตราจะแตกออกเป็น 5 ดินแดนด้วยกัน เนื่องจากความแตกต่างของผู้คนแต่ละท้องที่ และความแก่งแย่งชิงดี จนก่อสงครามในที่สุด

Chief Benja

แต่เลวร้ายที่สุด คือการมาถึงของเหล่าดรูน อสูรไฟสีม่วงดำ ที่พร้อมแผดเผาเพื่อดูดเอาพลังชีวิตของมนุษย์ไป หากใครที่โดนดูดพลังชีวิตก็จะกลายเป็นรูปปั้นหิน สิ่งเดียวที่จะเอาชนะดรูนได้ คือมังกร ทว่ามังกรก็มิอาจต้านทานได้ไหว เหล่ามังกรที่เหลือจึงสละชีวิตและรวบรวมพลังทั้งหมดไว้ในอัญมณีแห่งมังกร จึงผนึกดรูนได้สำเร็จ โดยที่อัญมณีแห่งมังกรอยู่ภายใต้การปกป้องจาก "หัวหน้าเบญจา" (Chief Benja) ที่ต้องการรวบรวมดินแดนทั้ง 5 เพื่อฟื้นฟูคูมันตราขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง จึงได้ชวนหัวหน้าดินแดนอื่นๆ มาร่วมรับประทานอาหารด้วยกัน และการผูกมิตรของ "รายา" (Raya) และ "นัมมาอารี" (Namaari) การฟื้นฟูคูมันตราครั้งนี้ก็เหมือนจะไปได้อย่างราบรื่น จนนัมมาอารีหักหลังรายา ด้วยความต้องการจะชิงอัญมณีแห่งมังกรมาไว้ในครอบครอง เป็นเหตุให้อัญมณีแตก และทำให้ดรูนกลับมา ภารกิจของรายา คือการออกรวบรวมอัญมณีแห่งมังกรที่แตก และตามหามังกรตัวสุดท้ายผู้ผนึกดรูน นั่นคือ "ซิซู" (Sisu) มังกรแห่งสายน้ำ

รายา กับมังกรตัวสุดท้าย หนังดีที่คนไทยควรดู

อาณาจักรคูมันตรา นั้นคือดินแดนตามลุ่มแม่น้ำโขงอย่างไม่ต้องสงสัย เพราะหนังเรื่องนี้ได้แรงบันดาลใจมาจากประเทศต่างๆ ในอาเซียน ดินแดนที่อุดมสมบูรณ์ ทว่าชอบทะเลาะกันเองและมีสงครามเรื่อยมา ด้วยความที่คล้ายกัน แต่ก็ต่างกัน และอย่างที่รู้คือแม่น้ำในคูมันตราที่มีรูปร่างมังกร ก็มีความสำคัญอย่างมาก เพราะเหล่าดรูนต่างกลัวน้ำ ทำให้ผู้คนอาศัยอยู่ใกล้แหล่งน้ำ ซึ่งก็คล้ายกับวิถีชีวิตของไทย หรือทุกที่ในโลกที่จะต้องเกิดอยู่ริมแม่น้ำ และตัวซิซูเอง แม้ในเรื่องจะเป็นมังกร แต่ในความเป็นจริงสามารถตีความได้ถึง พญานาค แต่การจะพูดถึงนาคก็อาจทำให้สากลโลกไม่เข้าใจ เลยปรับเปลี่ยนเป็นมังกรแทน

Raya and the Last Dragon food

ในหนังมีการยกเรื่องวัฒนธรรมการกินมาพูดถึง เนื่องจากทุกคนที่มีโอกาสมาเยือนภูมิภาคล้วนติดใจในรสชาติอาหาร ที่ครบเครื่องครบรส ทั้ง เปรี้ยว หวาน มัน เค็ม และเผ็ด นอกจากนี้อาหารเป็นการแสดงออกด้านวัฒนธรรมที่ดีที่สุดรูปแบบหนึ่ง เพราะแต่ละพื้นที่ย่อมมีอาหารท้องถิ่น หรือ อาหารประจำชาติ โดยจะพูดถึงต้มยำกุ้ง ที่มีใช้วัตถุดิบที่หลากหลาย เฉกเช่นกับคนในแต่ละดินแดนที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว แต่จะอร่อยที่สุดเมื่อรวมกัน ยังมีอาหารและผลไม้อีกมากมายให้เห็นในเรื่อง อาทิ ลำไย ลองกอง ทุเรียน มังคุด แก้วมังกร ฯลฯ

Raya and the Last Dragon

ตลอดตัวหนังจะพูดถึงการรวมคูมันตรา สิ่งที่จะทำให้กลับเป็นหนึ่งอีกครั้งคือการเปิดโอกาสเชื่อใจในผู้อื่น ซึ่งประเด็นนี้สำหรับโลกความเป็นจริงก็ถือว่าเกิดขึ้นได้ยาก การที่เราจะให้ผู้อื่นเชื่อใจเรา ต้องเริ่มจากการที่เราเชื่อใจผู้อื่นก่อน และก้าวที่ยากที่สุดคือก้าวแรก ที่มังกรปราบดรูนได้ก็มาจากการที่มังกรแต่ละตัวเชื่อใจกัน แต่ความเชื่อใจของมังกรก็ทำได้เพียงแค่ผนึกดรูนเอาไว้ ไม่อาจเทียบเท่ากับการที่ผู้คนเชื่อใจกัน ที่ทำให้ปราบดรูนให้สิ้นซาก ซึ่งอาเซียนเองก็ไม่แตกต่างกัน อาเซียนคือภาคีของกลุ่มประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หากเราสามารถรวมตัวกันได้ ก็ก็ย่อมมีความเจริญ อุดมสมบูรณ์ ถ้าเรามัวแต่ทะเลาะกันก็คงไม่ไปไหน ขับเคลื่อนได้ยาก "รายาและมังกรตัวสุดท้าย" สื่อความฉันใด ความเป็นจริงก็เป็นฉันนั้น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด