Spring News

เทพไท ชำแหละรัฐบาล บริหารเงินกู้ 1 ล้านล้าน ล้มเหลว แก้วิกฤตโควิด 19 ผิดพลาด

30 เม.ย. 2564 เวลา 2:06 น. 1

SPRiNG สัมภาษณ์ เทพไท เสนพงศ์ ชำแหละงบฯ สาธารณสุข เพื่อแก้ปัญหาโควิด 19 จากวงเงินกู้ 1 ล้านล้านบาท มีการอนุมัติ และเบิกจ่ายน้อยอย่างน่าฉงน ส่งผลให้วันนี้ไทยต้องประสบกับวิกฤตซ้อนวิกฤต แสดงให้เห็นถึงความล้มเหลวในการบริหารจัดการของรัฐบาล

จากกรณีที่ นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจะนะ ประธานชมรมแพทย์ชนบท ได้เปิดเผยกับ SPRiNG ถึงปัญหาในการรับมือกับสถานการณ์โควิด 19 ระลอกใหม่

ถึงแม้ว่า ทางโรงพยาบาลจะของบฯ ในการปรับห้องความดันลบ เครื่องช่วยหายใจ เครื่องวัดสัญญาณชีพรถพยาบาล ฯลฯ ไปตั้งแต่การระบาดระลอกแรก แต่ผ่านไปกว่าปี ก็ยังเงียบกริบ ทั้งๆ ที่เมื่อปีที่แล้ว ได้มีการออก พ.ร.ก.เงินกู้ 1 ล้านล้านบาท เพื่อแก้ปัญหาต่างๆ ในสถานการณ์โควิด 19

ซึ่งคุณหมอเล่าว่า หลายโรงพยาบาลก็ประสบปัญหาดังกล่าวเช่นเดียวกัน ของบฯ ไป แต่ก็ยังไม่ได้ จึงส่งผลกระทบในการดูแลผู้ป่วยโควิด 19 ในพื้นที่เป็นอย่างมาก (โรงพยาบาลจะนะ ยังไม่ได้งบฯ โควิด 19 ข้องใจ เงินกู้กว่าล้านล้าน ไปไหน?)

และที่น่าฉงนไปกว่านั้นก็คือ กระทรวงสาธารณสุข ที่เกี่ยวข้องกับโควิด 19 โดยตรง แต่กลับได้รับการอนุมัติน้อย หรือแม้บางโครงการจะได้รับการอนุมัติ แต่ก็ยังไม่มีการเบิกจ่าย ดังข้อมูลต่อไปนี้  (ข้อมูลล่าสุด วันที่ 22 มีนาคม 2564)

งบฯ ของกระทรวงสาธารณสุข จากเงินกู้ 1 ล้านล้านบาท

กระทรวงสาธารณสุขได้รับงบฯ 45,000 ล้านบาท มีการอนุมัติไป 20,498 ล้านบาท แต่เบิกจ่ายจริงเพียงแค่ 24.71% และเมื่อดูในรายละเอียด ก็พบว่า งบฯ ในบางส่วน มีแต่การอนุมัติ แต่ยังไม่มีการเบิกจ่าย (โฆษกเพื่อไทยสงสัย เงินกู้ล้านล้าน อยู่ไหน ทำไมไม่ใช้แก้วิกฤตโควิด 19)

1) ค่าใช้จ่ายเตรียมความพร้อมสถานพยาบาล อนุมัติไป 10,132 ล้านบาท เบิกจ่ายจริง 0 บาท

2) ค่าจัดซื้ออุปกรณ์การแพทย์ อนุมัติไป 2,706 ล้านบาท เบิกจ่ายจริง 112 ล้านบาท ประมาณ 4.14%

3) ค่าใช้จ่ายเพื่อรับมือสถานการณ์ฉุกเฉิน อนุมัติไป 1,497 ล้านบาท เบิกจ่ายจริง 55 ล้านบาท หรือประมาณ 3.71%

4) ค่าใช้จ่ายเพื่อการบำบัดรักษาป้องกันควบคุมโรค อนุมัติไป 3,012 ล้านบาท เบิกจ่ายจริง 2,304 ล้านบาท หรือประมาณ 76.52%

5) ค่าใช้จ่ายสำหรับบุคลากรทางการแพทย์ อนุมัติไป 3,150 ล้านบาท เบิกจ่ายจริง 2,592 ล้านบาท หรือประมาณ 82.28%

จากตัวเลขข้างต้น ก็เชื่อมโยงกับสิ่งที่คนไทยกำลังประสบอยู่ในวันนี้ ทั้งการตรวจโควิดฟรีที่ยากลำบาก การเข้ารักษาฟรีที่ยากยิ่งขึ้นไปอีก การรับผู้ป่วยไปโรงพยาบาลที่ล่าช้า รวมถึงการติดต่อสื่อสารต่างๆ  เพื่อเข้ารับการรักษาที่ยากเย็น สร้างความเจ็บปวดและขื่นขม อย่างยากจะบรรยาย

โดย เทพไท เสนพงศ์ อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์  มองว่า นี่คือความล้มเหลวของรัฐบาล ในการรับมือกับโควิด 19 ที่ทำให้สถานการณ์ที่ยิ่งย่ำแย่อยู่แล้ว ยิ่งเลวร้ายเข้าไปอีก โดยเขาได้เปิดใจกับ SPRiNG ชำแหละปัญหาในการจัดบริหารจัดการของรัฐบาล ผ่านบทสัมภาษณ์ดุเดือด เจาะลึก และเข้มข้น

เทพไท เสนพงศ์

SPRiNG จากกรณีเงินกู้ล้านล้าน ที่มีการเปิดเผยว่า มีการเบิกจ่ายจริงในส่วนของกระทรวงสาธารณสุขน้อยมาก ทั้งๆ ที่โควิด 19 ระบาดมากว่า 1 ปี สะท้อนให้เห็นถึงอะไร ?  

เทพไท เสนพงศ์ : (เงินกู้ 1 ล้านล้านบาท) แบ่งออกเป็น 3 ส่วน ส่วนแรกคือการเยียวยาให้กับผู้ได้รับผลกระทบจากโควิด 19 คือ แจกในโครงการต่างๆ  โครงการที่รัฐบาลแจกเกือบ 70 – 80 % ของทั้งหมด ซึ่งผมเห็นว่ารัฐบาลถนัดในเรื่องที่จะแจกให้มันหมดๆ ไป

ส่วนที่ 2 คือ ส่วนที่รับมือกับสถานการณ์โควิด 19 เช่นการจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ แล้วก็ ให้งบประมาณกับโรงพยาบาลต่างๆ อันนี้มีจัดซื้อจัดจ้างน้อยมาก บางโครงการไม่มีการเบิกจ่ายเลย บางโครงการมีการเบิกจ่ายแค่  5 – 10 %

นี่ก็แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลล้มเหลวในการรับมือ เนื่องจากไม่ได้เตรียมการ อาจจะตั้งอยู่ในความประมาทเพราะเห็นว่ารอบแรกกับรอบ 2 สามารถรับมือได้ ก็ไม่คาดคิดว่าจะมีรอบ 3 เลยชะล่าใจ ไม่จัดซื้อจัดจ้างตามโครงการที่วางไว้ ทำให้ขาดอุปกรณ์จำนวนมากที่เกี่ยวกับสาธารณสุข  

ส่วนที่ 3 ก็คือ การเยียวยาให้กับภาคธุรกิจ ฟื้นฟูธุรกิจพวก SMEs แต่ก็ทำได้น้อยมาก

สรุป เงินที่รัฐบาลกู้มาทั้งหมดเนี่ย เน้นไปทางแจกซะมากกว่า แจกประชาชนซะมากกว่า ทำให้โครงการต่างๆ (สาธารณสุข) ยังไม่ได้จัดซื้อจัดจ้างจำนวนมาก ถ้าเป็นแบบนี้ รัฐบาลก็ควรดึงงบประมาณส่วนนี้กลับมาปรับปรุงใหม่ แล้วทุ่มเทในเรื่องการรับมือกับโควิด 19 ระยะยาว เพราะเราไม่แน่ใจว่ามันจะมีรอบ 4 รอบ 5 ตามมาหรือไม่

ฉะนั้น 1. รัฐบาลควรเตรียมการเรื่องเครื่องมือการหาเชื้อโควิด 19 ในเชิงรุก ให้ครบทุกโรงพยาบาลในระดับอำเภอ กับ 2. ต้องสั่งซื้อวัคซีนมาให้เกินจำนวนประชากร เพื่อสำรองไว้ อย่างน้อยก็เผื่อนักท่องเที่ยวด้วย

3. อุปกรณ์ เครื่องไม้เครื่องมือของ อสม. , รพ.สต. ในต่างจังหวัดที่ยังขาดแคลน ก็ใช้โอกาสนี้ ซื้อให้ไปเลย เขาจะได้มีเครื่องมือที่จะรับมือโควิดระยะยาว

เพราะว่าโควิดจะอยู่กับเราก็อีกปีสองปี ฉะนั้นควรจะผันเงินใหม่ ปรับปรุงใหม่ ดีกว่ารัฐบาลไปตั้งกู้ใหม่ เพราะกู้รอบหนึ่งก็เป็นปัญหาของประเทศในระยะยาว

โควิด 19

SPRiNG : จากการที่ได้คุยกับผู้อำนวยการโรงพยาบาลจะนะ ก่อนหน้านี้ คุณหมอเล่าว่า ขอเบิกงบไปตั้งแต่ปีที่แล้ว แต่ตอนนี้ก็ยังไม่ได้ และไม่เพียงแต่โรงพยาบาลจะนะเท่านั้น แต่เกือบทุกโรงพยาบาลของรัฐ ก็ประสบกับปัญหาอย่างนี้เช่นกัน ปัญหาตรงนี้น่าจะเกิดจากอะไร ?

เทพไท เสนพงศ์ : รัฐบาลจะให้โรงพยาบาลของบมา ในวงเงินกู้ แต่การกลั่นกรองจะอยู่ที่สภาพัฒน์ ซึ่งคุณหมออาจขอไปจริง แต่อาจถูกสภาพัฒน์ตัดออก (หรืออาจมีการอนุมัติ แต่ยังไม่เบิกจ่าย) ซึ่งใครก็ขอมาได้ แล้วก็อยู่ที่คณะกรรมการกลั่นกรองของสภาพัฒน์  

ช่วงนั้นก็ขึ้นอยู่กับว่า เขาให้น้ำหนักกับงบประมาณประเภทใด ถ้าให้น้ำหนักด้านสาธารณสุข เขาก็จะอนุมัติให้เต็มจำนวน แต่ตอนนั้นโควิดน่าจะซาๆ เขาจึงให้น้ำหนักไปที่ส่วนอื่น เช่น งบฟื้นฟู พวกการก่อสร้างต่างๆ เป็นต้น

ผมจึงเสนอให้ไปทบทวน รื้อฟื้นงบประมาณทั้งหมด แล้วก็ดูว่าอะไรที่ยังไม่จัดซื้อจัดจ้างก็ยกเลิก แล้วก็มาทุ่มกับทางด้านสาธารณสุข เพื่อแก้ปัญหาโควิด 19 โดยไม่ไปกระทบกับงบประมาณปี 2565 แต่ไม่แน่ใจรัฐบาลจะทำอย่างนี้หรือเปล่า

โรงพยาบาลสนาม

SPRiNG : ในการระบาดของโควิด 19 ระลอกใหม่นี้ นอกจากมีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นสูง อีกสิ่งที่หลายคนกังวลเป็นอย่างมากก็คือหวั่นเกรงว่า รัฐบาลจะควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดไม่อยู่ เพราะเห็นถึงความไม่พร้อมด้านสาธารณสุข หลายๆ เรื่อง

เทพไท เสนพงศ์ : คือรัฐบาลไม่ได้เตรียมการรับมือในเรื่องโควิดจะระบาดระลอกที่ 3 เลยชะล่าใจ และก็ย่ามใจว่า รอบ 1 รอบ 2 เอาอยู่ รอบ 3 คงไม่มี คิดว่าการระบาดคงไม่รุนแรง

การสั่งซื้อวัคซีน ก็ยังไม่ได้เตรียมการอะไรมากมาย อาจคิดว่า ไม่จำเป็นต้องใช้เยอะ คิดว่าคงไม่ระบาด แต่พอระบาดขึ้นมาเราก็ขาดแคลน ขาดแคลนวัคซีน ขาดแคลนเครื่องมือการตรวจหาเชื้อโควิดเชิงรุก ขาดแคลนอุปกรณ์เกี่ยวกับสาธารณสุข จะจัดซื้อตอนนี้ เร่งกันตอนนี้ มันก็ไม่มีประโยชน์แล้ว

อย่างยาต้านไวรัส ฟาวิพิราเวียร์ ตอนนี้ซื้อมา 2 ล้านเม็ด แต่จริงๆ ต้องใช้ประมาณ 10 ล้านเม็ด รัฐบาลก็ไม่ได้เตรียมการไว้ ทำให้เห็นว่าเราล้มเหลวในการใช้งบประมาณเงินกู้ เพื่อที่จะรองรับการระบาดของโควิด 19

SPRiNG : การจัดหาวัคซีนโควิด 19 ของรัฐบาล ที่ถูกวิจารณ์อย่างหนัก ก็เป็นอีกปัญหาหนึ่ง และอาจทำให้สถานการณ์วิกฤตโควิด 19 ในประเทศ ยืดเยื้อ ?   

เทพไท เสนพงศ์ : เราไม่ได้จองไว้  คือจริงๆ แล้ว วัคซีนมันคือคำตอบ ของการแก้ปัญหาของโควิดทั้งหมด พอตั้งโจทย์แต่ต้นว่า ประเทศจะไม่มีความระบาดของโควิด 19 แล้วเนี่ย คิดว่ารับมือได้ เขาก็เลยคิดว่าวัคซีนไม่ใช่สิ่งจำเป็น

แต่วันนี้ทุกประเทศที่เขาหนักกว่าเราเขาก็รู้ว่า ต้องแก้ปัญหาโควิดด้วยวัคซีน วัคซีนคือคำตอบสุดท้าย ที่จะหยุดยั้งโควิดได้ เขาก็เตรียมตัวที่จะรับมือ

แต่ของเราพอชะล่าใจว่า วัคซีนไม่ใช่คำตอบ จะมีก็ได้ ไม่มีก็ได้ จึงไม่ได้เตรียมการ พอไม่ได้เตรียมการ พอโควิดระบาด เราก็ขาดแคลน ไม่ได้จองคิวซื้อวัคซีนไว้ พอยิ่งระบาดหนัก แย่งชิงไม่ทัน ก็มีปัญหา

SPRiNG : สุดท้าย อยากฝากอะไรไปยังรัฐบาล ?

เทพไท เสนพงศ์ : ในการรักษาผู้ป่วยโควิด 19 รัฐบาลต้องเตรียมเครื่องไม้เครื่องมือให้พร้อม แล้วก็รับมือผู้ติดเชื้อ ผมไม่อยากจะเห็นผู้ติดเชื้อตายรายวัน หรือตายอยู่ที่บ้าน โดยไม่รับการตรวจ และตายโดยยังไม่ถึงมือหมอ ซึ่งตรงนี้เป็นสิ่งที่สังคมรับไม่ได้

เพราะฉะนั้นทำอย่างไรก็แล้วแต่ รัฐบาลต้องหาวิธีการให้เข้าถึงคนป่วย หรือคนติดเชื้อโดยเร็วที่สุด คือตอนนี้คนไทยตื่นตระหนก กลัวตายกัน 2 เรื่อง คือ กลัวติดเชื้อตาย กับกลัวอดตาย เพราะฉะนั้นรัฐบาลต้องดูทั้ง 2 ส่วนนี้ ทั้งด้านสาธารณสุข และปากท้องของประชาชน 

หมายเหตุ : สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2564

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด