กรมอนามัย ย้ำร้านอาหารพื้นที่แดงเข้ม คุมนั่งกินไม่เกิน 25 %

18 พ.ค. 2564 เวลา 9:52 น.

​กรมอนามัย ย้ำร้านอาหารในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดสีแดงเข้ม เคร่งครัดมาตรการจำกัดคนกินในร้านใม่เกิน 25 เปอร์เซ็นต์ ของจำนวนที่นั่งปกติ เว้นระยะห่างระหว่างบุคคล หากพื้นที่ไม่พอให้ทำฉากกั้นได้ ถ้าเป็นบุฟเฟ่ต์ห้ามตักเอง

seat หายสงสัยการนั่งกินอาหารในร้านแบบ 25%

-“จำกัดจำนวนผู้นั่งบริโภคในร้านได้ไม่เกินร้อยละ 25” เช่น เดิมร้านนั้นมีที่นั่ง 100 ที่นั่ง ตอนนี้ก็เปิดรับลูกค้าได้พร้อม ๆ กันไม่เกิน 25 ที่นั่ง หรือ 25 คน

-ข้อกำหนดไม่ได้บอกว่า 1 โต๊ะ นั่งได้กี่คน แต่ต้องนั่งห่างกัน 1-2 เมตร และงดนั่งหันหน้าเข้าหากัน เยื้อง ๆ กันได้ ในกรณีที่มา 2 คน และระหว่างโต๊ะ ก็ต้องห่าง 1-2 เมตร

-ถ้ามามากกว่า 2 คน นั่งห่าง ๆ กัน ไม่หันหน้าชนกัน และที่สำคัญคือ พยายามพูดคุยกันระหว่างกินให้น้อยที่สุด

นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยว่า จากมาตรการผ่อนคลายของ    ศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) ให้ร้านอาหารในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดสีแดงเข้ม สามารถนั่งกินภายในร้านได้แต่ไม่เกิน 21.00 น.และซื้อกลับไปบริโภคที่อื่นถึงเวลา     23.00 น.และจำกัดคนนั่งได้ไม่เกิน 25 เปอร์เซ็นต์ของจำนวนที่นั่งปกติ เช่น จากเดิมที่เคยให้บริการภายในร้าน 100 คน ให้ลดลงเหลือเพียง 25 คน และมีการเว้นระยะห่างระหว่างบุคคล 1-2 เมตร โดยขอให้ทุกร้านคุมเข้มการปฏิบัติตามมาตรการดังกล่าวอย่างเคร่งครัด และใช้เวลานั่งกินภายในร้านไม่เกิน 2 ชั่วโมง มีการจัดแยกอุปกรณ์ เช่น จาน ชาม ช้อน เครื่องปรุงรส เป็นเฉพาะบุคคล สำหรับร้านอาหารประเภทบุฟเฟ่ต์งดให้ลูกค้าเดินตักอาหารเอง แต่ให้มีพนักงานบริการแทน

นอกจากนี้ทุกร้านควรมีมาตรการในการลดการสัมผัส เช่น ระบบจองคิว    เมื่อสั่งกลับบ้าน ระบบการชำระเงินออนไลน์ กำหนดให้ผู้ใช้บริการเปิดหน้ากากได้เฉพาะเวลานั่งกินข้าวและ     ลดการพูดคุยเสียงดัง งดการนั่งเผชิญหน้ากัน ห้ามการบริโภคสุราหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในร้าน และต้องมีการกำหนดจุดคัดกรองผู้ใช้บริการ จัดจุดล้างมือพร้อมสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์ ทำความสะอาดพื้นผิวที่สัมผัสและห้องน้ำบ่อย ๆ กำจัดมูลฝอยทุกวัน หากพบพนักงานหรือผู้รับบริการติดเชื้อโควิด-19 ต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ควบคุมโรคในพื้นที่ทันที และหยุดประกอบกิจการชั่วคราวเพื่อทำความสะอาดและฆ่าเชื้อโรค โดยให้ปฏิบัติตามมาตรการของคณะกรรมการควบคุมป้องกันโรคติดต่อในระดับจังหวัดกำหนด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด