Spring News

ตำรวจคุมตัว ลุงพล ส่งศาลมุกดาหาร ทนายษิทรา เตรียม 2 ล้าน ประกันตัว

04 มิ.ย. 2564 เวลา 1:54 น.

ตำรวจชุดปฎิบัติการพิเศษคุมตัว"ลุงพล" ส่งศาลมุกดาหาร ค้านประกัน ด้าน "ทนายษิทรา" จ่อเข้ายื่นขอประกันตัว พร้อมเตรียมหลักทรัพย์ เป็นที่ดิน 2 แปลง เเละ เงินสด มูลค่ารวมประมาณ 2 ล้านบาท

วันที่ 4มิ.ย.64 ที่ สภ.กกตูม เจ้าหน้าที่ตำรวจ ควบคุมตัว นายไชย์พล วิภา หรือ ลุงพล ผู้ต้องหาคดี การเสียชีวิตของน้องชมพู่ออกจากห้องควบคุมตัวผู้ต้องหา เพื่อไปขออำนาจศาลจังหวัดมุกดาหารฝากขังผลัดแรก หลังนอนในห้องขังมา 2 คืน ระหว่างควบคุมตัวลุงพลมาขึ้นรถเอฟซี ผู้สนับสนุนของลุงพล ต่างตะโกน ให้ลุงพลสู้ ๆ ลุงพลจึงตอบรับด้วยการชูสองนิ้วและพยักหน้ารับ

ผู้สื่อข่าวตะโกนถามลุงพลว่า ยังคงปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาหรือไม่ ลุงพลปฏิเสธ ไม่ตอบคำถามและถูกเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวขึ้นรถออกของชุดตำรวจคอมานโด ไปยังศาลจังหวัด มุกดาหาร ทันที

สำหรับ การยื่นขอประกันตัวลุงพล เวลา 10.00 น. นายษิทรา เบี้ยงบังเกิด หรือ ทนายตั้ม จะเข้ายื่นขอประกันตัวลุงพล พร้อมหลักทรัพย์ เป็นที่ดิน 2 แปลง เเละ เงินสด มูลค่ารวมประมาณ 2 ล้านบาท

ตำรวจคุมตัว ลุงพล ส่งศาลมุกดาหาร ทนายษิทรา เตรียม 2 ล้าน ประกันตัว

 

ทั้งนี้ ทนายตั้ม เปิดเผยถึงแนวทางในการต่อสู้คดีด้วยว่า ประเด็นการตรวจ DNA จากเส้นขนที่พบในรถของ ลุงพล เป็นหลักฐานสำคัญที่ตำรวจขอศาลออกหมายจับ แต่ตำรวจบอกไม่หมดว่าการตรวจเส้นขนนั้น เป็นการตรวจด้วยเทคนิคไมโทคอนเดรีย เพื่อพิสูจน์ว่ามีความเกี่ยวข้องกันทางมารดาหรือไม่ 

ซึ่งการตรวจด้วยวิธีนี้ ไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้ บอกได้เพียงว่ามีสายสัมพันธ์ทางมารดาเท่านั้น ตนมองว่าวิธีดังกล่าวเป็นรูปแบบที่สหรัฐอเมริกาเคยใช้ในอดีต และทำให้มีผู้บริสุทธ์ถูกจับกุมหลายคน เนื่องจากไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้ชัดเจน เหมือนกับการตรวจ DNA ตนก็อยากให้ตำรวจระบุให้ชัดเจนไปเลยว่าใช้เทคนิคการตรวจแบบไมโทคอนเดรียหรือไม่ ไม่ใช่ปล่อยให้เข้าใจว่าเป็น DNA ของ ลุงพล อยากให้ไปถามนักวิทยาศาสตร์ดู แล้วอีกมุมหนึ่งก็ไปถามตำรวจด้วย ซึ่งเรื่องนี้จะเป็นเเนวทางที่จะนำมาต่อสู้คดีแน่นอน

ทนายตั้ม ยืนยันว่า ไม่ได้มีความพยายามดิสเครดิต ลดความความน่าเชื่อถือของผู้บัญชาการตำรวจเเห่งชาติ เเละ ตำรวจหแต่ในฐานะทนายความมีหน้าที่ตามหาความจริงให้กับลูกความ  เรื่องที่เปิดเผยไม่ถือว่าเป็นความลับ ในการต่อสู้คดี แต่ทุกอย่างเป็นความจริง เป็นข้อเท็จจริง  มั่นใจว่า ลุงพล ไม่ได้เป็นผู้กระทำความผิด เพราะไม่เช่นนั้น ตนก็ไม่กล้านำชื่อเสียงมาแลก เเต่เห็นว่าเรื่องนี้ไม่ถูกต้อง พร้อมยืนยันว่า ไม่ได้รับค่าจ้างเเม้เเต่บาทเดียว เเต่เพราะสงสาร และต้องการเรียกร้องความเป็นธรรมให้ 
ลุงพล

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด