ศาลอนุญาตให้ประกัน "ลุงพล" ห้ามทำ "คดีน้องชมพู่" ยุ่งเหยิง

04 มิ.ย. 2564 เวลา 10:59 น.

ศาลจังหวัดมุกดาหารอนุญาตให้ประกัน "ลุงพล" พราก "น้องชมพู่" จนเสียชีวิต ตีราคาประกัน 1.8 แสนบาท พร้อมกำชับห้ามไปข่มขู่-ยุ่งเหยิงพยานหลักฐาน และตั้งผู้ใหญ่บ้านกกตูม เป็นผู้กำกับดูแล

ศาลจังหวัดมุกดาหาร วันนี้ (4 มิ.ย.) ความคืบหน้าคดี "น้องชมพู่เสียชีวิต" พ.ต.ท.ธนกาญจน์ พระสุมาตย์ พนักงานสอบสวน สภ.กกตูม ได้ควบคุมตัว นายไชยพล พลวิภา หรือ ลุงพล  อายุ 44 ปี ผู้ต้องหาหมายจับที่ จ.53/2564 ลงวันที่ 1 มิ.ย. 2564 ของศาลจังหวัดมุกดาหาร ในความผิดฐานพรากเด็กอายุยังไม่เกิน 15 ปี ไปเสียจากบิดามารดาโดยปราศจากเหตุอันสมควร, ทอดทิ้งเด็กอายุยังไม่เกินเก้าปี เพื่อให้เด็กนั้นพ้นไปเสียจากตนโดยประการที่ทำให้เด็กนั้นปราศจากผู้ดูแลเป็นเหตุให้เด็กถึงแก่ความตายและกระทำการใดๆ แก่ศพหรือสภาพแวดล้อมในบริเวณที่พบศพ ก่อนการชันสูตรพลิกศพเสร็จสิ้นในประการที่น่าจะทำให้การชันสูตรพลิกศพหรือผลทางคดีเปลี่ยนแปลงไป

โดยคำร้องฝากขังระบุพฤติการณ์ว่า เมื่อวันที่ 11 พ.ค. 2563 ช่วงเวลา 09.00-09.45 น. ผู้ต้องหาได้พาตัว ด.ญ.อรวรรณ วงศ์ศรีชา หรือน้องชมพู่ อายุ 3 ปี 2 เดือน ซึ่งเป็นลูกสาวของ นางสาวิตรี วงศ์ศรีชา มารดา และนายอนามัย วงศ์ศรีชา บิดาไปในขณะเล่นอยู่บริเวณหน้าบ้านเลขที่ 73 หมู่ 2 ต.กกตูม อ.ดงหลวง จ. มุกดาหาร ของตนเอง ซึ่งอยู่ติดกับบ้านเลขที่ 77 หมู่ 2 ต.กกตูม อ. ดงหลวง จ.มุกดาหาร โดยปราศจากเหตุอันสมควร จากนั้นได้นำตัว

น้องชมพู่ไปซุกซ่อน และทอดทิ้งไว้ที่บริเวณป่าท้ายหมู่บ้านอยู่ทางทิศเหนือของ หมู่บ้านกกกอก ต.กกตูม อ.ดงหลวงจ.มุกดาหาร ทางขึ้นเขาภูเหล็กไฟเพียงลำพังโดยปราศจากผู้ดูแลแล้วไปทำธุระรับส่งพระหลังเกิดเหตุชาวบ้านได้ช่วยกันออกติดตามหาตัวน้องชมพู่ แต่ไม่พบตัวภายหลังเมื่อผู้ต้องหาเสร็จธุระส่งพระจึงย้อนกลับมานำตัวเด็กหญิงอรวรรณหรือน้องชมพู่

ซึ่งยังไม่เสียชีวิตและพยายามเดินหาทางกลับบ้านขึ้นไปซุกซ่อนและปล่อยทอดทิ้งไว้บนเขาภูเหล็กไฟเพียงลำพังอีกครั้ง ให้พ้นไปเสียจากตนโดยปราศจากผู้ดูแลเป็นเหตุให้น้องชมพู่ที่ไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้เพราะเป็นเด็กมีอายุเพียง 3 ปี 2 เดือน ไม่สามารถออกจากบริเวณเขาภูเหล็กไฟที่ถูกปล่อยทอดทิ้งไว้ได้จนกระทั่งหมดแรงและเสียชีวิตบนเขาภูเหล็กไฟในเวลาต่อมา

จากนั้นผู้ต้องหาได้เข้าไปกระทำการแก่ศพของน้องชมพู่ และสภาพแวดล้อมในบริเวณที่พบศพโดยถอดเสื้อผ้าจัดท่าทางของศพเพื่อให้เข้าใจว่ามีการประทุษร้ายทางเพศน้องชมพู่ และใช้ของแข็งมีคมตัดสับฟันไปที่เส้นผมของน้องชมพู่ เพื่อนำไปประกอบพิธีกรรมตามความเชื่อทางไสยศาสตร์อันเป็นการกระทำการแก่ศพและสภาพแวดล้อมบริเวณที่พบศพ ก่อนการชันสูตรพลิกศพเสร็จสิ้น ซึ่งจะทำให้การชันสูตรพลิกศพหรือผลทางคดีเปลี่ยนแปลงไปโดยได้พบศพน้องชมพู่นอนเสียชีวิตอยู่บนเขาภูเหล็กไฟ ชั้นที่ 5 ซึ่งอยู่ทางทิศเหนือของหมู่บ้านกกกอก ไปประมาณ 1.3 กิโลเมตร ในวันที่ 14 พ.ค. 2563 เวลาประมาณ 19.00 น.

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุมตัวผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดมุกดาหาร ลงวันที่ 1 มิ.ย. 2564 นำส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อหาและพฤติการณ์แห่งการกระทำความผิดให้ผู้ต้องหาทราบในชั้นสอบสวนผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา

การกระทำของผู้ต้องหาเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 306 มาตรา 308 และมาตรา 317 และประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 150 ทวิ มีอายุความดำเนินคดี 15 ปี

ทั้งนี้พนักงานสอบสวน สภ.กกตูม ได้รับตัวลุงพล ผู้ต้องหาไว้ดำเนินคดีเมื่อวันที่ 2 มิ.ย. 2564 เวลา 16.33 น. ได้ทำการสอบสวนและควบคุมตัวผู้ต้องหามาโดยตลอดจะครบ 48 ชั่วโมง ในวันที่ 4 มิ.ย. เวลา 16.33 น. แต่การสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น เนื่องจากต้องทำการสอบสวนพยานเพิ่มเติม อีก 15 ปาก รอผลการตรวจลายพิมพ์นิ้วมือผู้ต้องหา จึงขออนุญาตฝากขังผู้ต้องหาครั้งเเรกเป็นเวลา 12 วัน เนื่องจากคดีนี้มีอัตราโทษสูงหากปล่อยตัวไปเกรงผู้ต้องหาจะหลบหนี และไปยุ่งเหยิงพยานหลักฐานหรือก่อเหตุร้ายประการอื่นจึงขอคัดค้านการประกันตัว

พนักงานสอบสวนมีความประสงค์ขอดำเนินการยื่นคำร้องฝากขังโดยขอให้ศาลสอบถามผู้ต้องหาหรือทำการไต่สวนพยานหลักฐานในการออกหมายขังผู้ต้องหาผ่านระบบการประชุมทางจอภาพในการฝากขังครั้งต่อๆ ไปทุกครั้ง

มีรายงานว่าคดีนี้มีผู้คัดการปล่อยชั่วคราวโดยศาลไต่สวนผู้เสียหาย 3 ปาก ที่คัดค้านการประกัน เเละนัดฟังคำสั่งประกันวันนี้ 15.00 น.

ต่อมาศาลพิเคราะห์คำร้อง ขอให้ปล่อยชั่วคราวระหว่างสอบสวน คำร้องขอปล่อยชั่วคราว คำคัดค้านของพนักงานสอบสวน คำร้องขอคัดค้านการปล่อยตัวชั่วคราวของผู้เสียหายและพยานหลักฐานของผู้คัดค้านแล้ว เห็นควรอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาระหว่างสอบสวน ผิดสัญญาปรับ 180,000 บาท เงินสดหลักประกัน ทำสัญญาประกัน ให้ตรวจคืนหลักประกันเมื่อสัญญาประกันสิ้นสุด และกำหนดเงื่อนไขห้ามผู้ต้องหาหลบหนี ข่มขู่พยาน ยุ่งเหยิงพยานหลักฐาน ก่อเหตุอันตรายประการอื่น ห้ามผู้ต้องหาเดินทางออกนอกราชอาณาจักร เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากศาล แจ้งสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และแต่งตั้งให้ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 1 บ้านกกตูม ต.กกตูม อ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร เป็นผู้กำกับดูแลผู้ต้องหาเพื่อให้ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ศาลกำหนดโดยเคร่งครัด หากผู้ต้องหาผิดข้อกำหนดเงื่อนไขศาล จะพิจารณาสั่งเพิกถอนการปล่อยชั่วคราวหรือมีคำสั่งตามที่เห็นสมควร

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด