Spring News

อธิบดีกรมวิทย์ฯ เผย เฝ้าระวัง เชื้อไวรัสโควิด-19 สายพันธ์อินเดียแพร่หนัก

07 มิ.ย. 2564 เวลา 5:56 น.

อธิบดีกรมวิทย์ฯ เผย การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ด้าน ดร.วสันต์ จันทราทิตย์ ชี้ ไม่พบ "เชื้อไวรัสลูกผสมสายพันธุ์อินเดีย-อังกฤษ หรือ ไฮบริค" หมอยง ยัน หากแพ้วัคซีนเข็มแรก เข็มสองเปลี่ยนได้ แต่ต้องอาการรุนแรง

น.พ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์  ได้รายงานสถานการณ์เกี่ยวกับสายพันธ์ของเชื้อไวรัสโควิด-19ที่ยังหน้าเป็นห่วง ได้แก่ Alpa (สายพันธ์ อังกฤษ) Beta (สายพันธ์ แอฟริกา) Gammer (สายพันธ์บราซิล) Delta (สายพันธ์ อินเดีย) ซึ่ง ณ ปัจจุบันนี้ สายพันธ์อังกฤษถือว่าแพร่ระบาดมากที่สุดในประเทศไทย ส่วนสายพันธ์อินเดียเริ่มมีแนวโน้มในการแพร่ระบาดมากขึ้น ซึ่งถือว่าในตอนนี้มีการเฝ้าระวังในเรื่องของเชื้อไวรัสสายพันธ์อินเดียและสายพันธ์แอฟริกาเพิ่มมากขึ้น ส่วนในเรื่องของการฉีดวัคซีนในขณะนี้ถือว่ายังสามารถป้องกันได้ เพราะเชื้อไวรัสสายพันธ์แอฟริกาที่น่าเป็นห่วงนั้นพบที่ อ.ตากใบ จ.นราธิวาส เพียงที่เดียวเท่านั้น

ศ.เกียรติคุณ ดร.วสันต์ จันทราทิตย์ หัวหน้าศูนย์จีโนมทางการแพทย์ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ได้มีการออกแบบการตรวจหาเชื้อไวรัสโควิด-19ออกมา 3 แบบ ซึ่งแบบที่หนึ่ง เป็นการตรวจอย่าง รวดเร็ว สามารถตรวจหาเชื้อได้ ใน 24 ชม. แบบที่สอง เป็นการถอดรหัสพันธุกรรมทั้งจีโนมและถอดรหัสผ่านเมมเบรน สามารถตรวจหาเชื้อได้ใน 8 ชม. แบบที่สาม เป็นการถอดรหัส สายสั้น ซึ่งสามารทำได้น้อยคือ สามารถตัวสอบตัวอย่างได้ 40 ตัวอย่างต่อ 1 สัปดาห์ และได้ชี้แจงถึงในเรื่องของเชื้อไวรัส ลูกผสมสายพันธุ์อินเดีย-อังกฤษ หรือ ไฮบริค ที่เวียดนามได้พบนั้นในขณะนี้ยังไม่พบในประเทศไทย  

ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เผย แนวทางการแก้ไขและป้องกันเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยยอมรับว่า เชื้อไวรัสโควิด-19 ไม่มีทางที่หมดไปจากโลกนี้ ดังนั้นจึงจำเป็นที่ประชาชนจะต้องปรับตัวเพื่อให้สามารถอยู่ร่วมกันได้ โดยสิ่งสำคัญในตอนนี้คือการเฝ้าระวังเชื้อไวรัสโควิด-19 สายพันธ์อินเดีย(Delta) ที่มีการแพร่ระบาดเร็วกว่า สายพันธ์อังกฤษ (Alpa) ส่วนสายพันธ์แอฟฟริกานั้น ณ ตอนนี้ มีการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสได้ค่อนข้างน้อย จึงสามารถระงับเชื้อได้อยู่ ในกรณีที่มีการฉีดวัคซีนแล้วเกิดอาการแพ้ ในทางปฏิบัตินั้นหากฉีดวัคซีนตัวไหน ก็ยังคงให้ฉีดวัคซีนตัวเดิม ยกเว้นในกรณีที่ฉีดเข็มแรกแล้วเกิดอาการแพ้รุนแรง จำเป็นที่จะต้องมีการเปลี่ยนการฉีดวัคซีนในเข็มที่สองก็สามารถทำได้ แต่ต้องคำนึงถึงความปลอดภัย และต้องศึกษาก่อนว่าหากเปลี่ยนแล้วตัววัคซีนที่เปลี่ยนนั้นจะทำให้ภูมิคุ้มกันเปลี่ยนหรือเกิดอาการอื่นๆกับตัวบุคคลหรือไม่  และในขณะนี้การปูทางฉีดวัคซีนทางรัฐยังคงเร่งระดมฉีดให้กับพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงก่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด