Spring News

หมอโพสต์เฟซบุ๊กเตือนพร้อมให้กำลังใจ "เมื่อเงิน ไม่สามารถซื้อชีวิตได้"

27 มิ.ย. 2564 เวลา 2:15 น.

เพจเฟซบุ๊ก OR No.9 เรื่องเล่าจากห้องผ่าตัดโพสต์ระบุ "เมื่อเงิน ไม่สามารถซื้อชีวิตได้" เตือน ประชาชนให้ยังคงอยู่ในความระมัดระวัง ต่อให้ฉีดวัคซีนโควิดแล้วก็ไม่ควรประมาท พร้อมทั้งให้กำลังใจ โควิดอีกไม่นานก็จะหมดไป ทนอีกนิดนะครับ

27 มิ.ย.64 จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่แพร่ระบาดอย่างหนัก จนทำให้ขณะนี้หลายโรงพยาบาลอยู่ในภาวะวิกฤตขาดแคลนเตียงจนต้องเลือกปฏิเสธรับคนไข้ ซึ่งบางโรงพยาบาลได้ออกมาประกาศรับเฉพาะคนไข้เคสฉุกเฉินด่วนเท่านั้น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เพจเฟซบุ๊ก OR No.9 เรื่องเล่าจากห้องผ่าตัด  โพสต์ข้อความว่า "เมื่อเงิน ไม่สามารถซื้อชีวิตได้" อยู่เวรเมื่อคืน โดนตามมาผ่าตัดเคสสุดท้ายตอนตี 5 จากนั้นมาราวด์คนไข้ที่วอร์ด บรรยากาศค่อนข้างน่าหดหู่..วอร์ดที่เคยรับผู้ป่วยทั่วไป กำลังจะถูกยุบไปอีกวอร์ด เพื่อปรับเป็นวอร์ดสำหรับผู้ป่วยโควิด...วอร์ดที่ 6 ในโรงพยาบาล

เห็นเพื่อน ๆ ที่เป็นหมออายุรกรรมต้องแบ่งกันไปโรงพยาบาลสนามที่ขยายไป 6-700 เตียงก็ไม่มีวันพอ ต้องแบ่งกันไปราวด์คนไข้ทั้งธรรมดาที่ไม่ได้ลดลงเลย และคนไข้โควิดอีก 120 กว่าคนในโรงพยาบาล รวมถึง 2 ICU เห็นเพื่อน ๆ หมอแผนกอื่น ๆ ต้องหารเวรกันไปออกตรวจ ARI คลินิก หารเวรกันไปออกหน่วยวัคซีนทั้งในและนอกโรงพยาบาล เห็นพยาบาลควงเวรกันไม่หยุดไม่หย่อน เช้าบ่าย ต่อ เช้าบ่ายดึก เพราะส่วนหนึ่งต้องถูกแบ่งไปโรงพยาบาลสนาม บางคนบ้านไม่ได้กลับ บางคนลูกเล็กไม่ได้เห็นหน้าลูกเป็นเดือน ๆ เห็นเพื่อน ๆ หมอผ่าตัดที่ผ่าตัดทั้งเคสปกติ เคสฉุกเฉิน และเคสโควิดกันเป็นเรื่องปกติ หมอสูติ ฯ ผ่าคลอดเคสโควิดแทบจะรายวัน บางวันมีสองเคสสามเคสก็มี ผ่าเคสโควิด 1 เคส เตรียมใส่ชุด เตรียมห้องเกือบ 1 ชั่วโมง หลังผ่าตัดเสร็จพยาบาล และเจ้าหน้าที่ต้องรออีก 2 ชั่วโมง เพื่อไป clean ห้อง 1 ชั่วโมง…จากนั้นเอาเคสถัดไปไปผ่า หลังผ่าเสร็จก็มาทำความสะอาดห้องอีก วนไปแบบนี้

เคสผ่าตัดไม่ฉุกเฉินถูกขอร้องให้เลื่อนไปก่อนก็จริง ..แต่เคสมะเร็งรอไม่ได้เราก็มีผ่าตัดกันทุกวัน…สุดท้ายก็ยังทำงานเท่าเดิมอยู่ดี เคสฉุกเฉินเอาแค่ Rapid test ซึ่งผลก็ไม่ได้แม่นยำอะไร แค่สกรีนคร่าวๆพวกเขาก็ดมยา พวกเขาก็ผ่ากัน...ถามกลัวไหม ทุกคนย่อมกลัว แต่ทำไงได้คนไข้นอนอยู่ตรงหน้าแล้ว...ก็ต้องป้องกันตัวเองกันเอง เห็นน้อง ๆ วิสัญญีที่สู้สุดใจ ต้องอยู่เวรดมยา ดมได้หมดทุกกรณีไม่เคยเกี่ยงงาน ไม่พอยังถูกตามไปช่วยใส่ท่อช่วยหายใจแทบทุกคืน ดึกดื่นแค่ไหนก็ไปทั้ง ๆ ที่เป็นแค่ผู้หญิงตัวเล็ก ๆ กัน เห็นหมอเอ็กซ์เรย์ต้องไปอ่านฟิล์มผู้ป่วยวันละหลายร้อยราย แม้กระทั่งมี AI มาช่วย ก็ไม่สามารถแบ่งเบาภาระได้เลย เห็นเจ้าหน้าที่เอ็กซ์เรย์เข็นรถคันใหญ่ ๆ หนัก ๆ ไปตามตึกทั้งคืน เห็นเจ้าหน้าที่ ER เจ้าหน้าที่ EMS ใส่ชุดอวกาศไปรับคนไข้ที่บ้าน เห็นเจ้าหน้าที่ ER รับคนไข้ด่านหน้า เจอเคสโควิดทุกวัน เห็นการเคลื่อนย้ายคนไข้ใส่เต๊นท์พลาสติกขึ้นวอร์ดทุกวัน เป็นเรื่องปกติ ทุกวันนี้คนไข้โควิดก็มหาศาล แต่คนไข้ปกติก็ไม่ได้ลดปริมาณลงเลยแม้แต่น้อย ยังมาโรงพยาบาลทั้งในเวลา นอกเวลา วันธรรมดา วันหยุด เป็นเรื่องปกติ

เห็นเจ้าหน้าที่ระดมมาทั้งโรงพยาบาล มาช่วยกันฉีดวัคซีนให้เร็วที่สุด อำนวยความสะดวกแก่ผู้มาฉีด ต่อให้คนแน่นขนาดไหน อย่างน้อยที่สุดไม่เกิน 1 ชั่วโมงก็เสร็จสิ้นกระบวนการ เห็นผู้บริหารมาลงพื้นที่เอง ไม่ใช่แค่สั่งการ เห็นหัวหน้าพยาบาล หัวหน้าวอร์ดลงมาปฏิบัติงานเองกับน้อง ๆ  ทำงานกันไม่เว้นวันหยุด ได้เห็นภาพความประทับใจ…มีผู้มาบริจาคมากมายทั้งอุปกรณ์ทางการแพทย์ และที่สำคัญอาหารการกินไม่เคยขาดเลย เห็นหมอในโรงพยาบาลบางท่าน ซื้อเครื่อง ไฮโฟลส์ มาบริจาคแบบเงียบ ๆไม่ออกสื่อ เวลามีเหตุการณ์แบบนี้ทีไร…น้ำใจคนไทยด้วยกันนี่มากมายเหลือเกิน แต่อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะร่วมมือร่วมใจกันขนาดไหนก็มีแต่จำนวนผู้ติดเชื้อที่เพิ่มขึ้น เพิ่มขึ้น และเพิ่มขึ้น

ในท้ายที่สุด ภาพที่ไม่อยากให้เห็นคือ หลายโรงพยาบาลต้องเลือกผู้ป่วย ว่าคนไหนจะได้รับการรักษา คนไหนจะได้เข้า ICU คนไหนจะรอด คนไหนจะไม่รอด แม้กระทั่งคนใกล้ชิดผมที่ป่วย มีเงิน มีประกันชีวิต ติดต่อโรงพยาบาลเอกชนอันดับต้น ๆ ของประเทศก็ยังต้องรอ

เพราะศักยภาพของเรามีจำกัดมานานแล้ว อย่าว่าแต่ยุคโควิดเลยครับ ยุคก่อนหน้านี้ เรามีทรัพยากรที่จำกัดมานานแต่เราทำงานกันเกินประสิทธิภาพที่มี มาถึงวิกฤตครั้งนี้...ต่อสู้กันมาได้ขนาดนี้ก็นับว่าสมศักดิ์ศรีวงการแพทย์ไทยแล้วครับ

แม้กระทั่งประเทศที่ร่ำรวย และพัฒนาแล้ว เครื่องไม้เครื่องมือ ทรัพยากรที่พร้อมกว่าเรา ช่วงที่ระบาดหนัก  ๆ ระบบสุขภาพของเขายังล้มเหลวมาแล้วกี่ประเทศ เมื่อถึงวันนี้ การมีเงินอาจไม่สามารถซื้อชีวิตคุณได้ ดังนั้น เป็นกำลังใจให้ทุกฝ่าย ตอนนี้เราอย่าพึ่งไปหวังพึ่งใคร และโทษใครไม่ได้ แต่เราพึ่งตัวเราเองก่อน ดูแลตัวเองและครอบครัวก่อน เหตุการณ์ทั้งหมดคงไม่มีใครอยากให้เกิด และเชื่อว่าทุกฝ่ายก็คงช่วยกันอย่างเต็มความสามารถอยู่แล้ว สำคัญอย่าประมาทเด็ดขาดนะครับ ไม่ใช่ว่าฉีดวัคซีนแล้ว จะไปไหนมาไหนใช้ชีวิตได้ตามปกติ วัคซีนกันไม่ให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงได้...แต่ก็ไม่ทั้งหมด และที่สำคัญ...อย่าเข้าใจผิดนะครับ วัคซีนมันไม่ได้กันติด บางทีติดเชื้อแต่ไม่มีอาการก็เหมือนพาหะนำเชื้อดี ๆ นี่เอง ที่อาจไปติดคนที่คุณใกล้ชิดได้

เชื่อเถอะครับ มันอันตรายและร้ายแรงกว่าที่คิดเยอะเหลือเกิน อย่าเพิ่งประมาทกันนะครับ...สถานที่ท่องเที่ยวหลายที่ผมยังเห็นคนแน่นเอียด เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นอยู่เลยสถานการณ์ทั่วโลกกำลังจะดีขึ้น อีกไม่นานมันก็ต้องค่อย ๆ หมดไป ทนอีกนิดนะครับ วันหนึ่งเราต้องผ่านมันไปให้ได้ เป็นกำลังใจให้ทุกท่านนะครับ จากหมอคนหนึ่งในดินแดนระบาด

ปล. เขียนบทความมาเพื่อให้กำลังใจและเพื่อเตือนสติให้กับ ทุกฝ่ายงดวิจารณ์การเมืองนะครับ ผมไม่ยุ่งการเมืองทุกกรณี ทุกวันนี้ทำหน้าที่ในฐานะ พลเมืองปกติธรรดา

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด