Spring News

นายกย้ำ ยังไม่ใช่เวลายุบสภา รับเสียใจเรื่องโควิด แต่ไทยดีกว่าเพื่อนบ้าน

30 ก.ค. 2564 เวลา 3:20 น. 3

นายกรัฐมนตรี ลั่น นี่ยังไม่ใช่เวลายุบสภา หรือ ลาออกจากตำแหน่ง รัฐบาลจะเดินหน้าต่อ และขอร้องนักการเมือง อย่าสร้างความเกลียดชังกันโดยใช่เหตุ พร้อม ยอมรับมีความเสียใจในการแก้ปัญหาประเทศ

ไม่มีความคิดยุบสภา
.
วันที่ 29 กรกฎาคม 2564 เวลา 22.14 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม แถลงผ่าน  นางสาวนัทรียา ทวีวงศ์ ข้าราชการ พลเรือนสามัญ ตำแหน่ง ผู้อำนวยการสำนัก (ผู้อำนวยการระดับสูง) สำนักโฆษก สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี และที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีฝ่ายข้าราชการประจำด้านประสานกิจการภายในประเทศ (นักวิเคราะห์นโยบายและแผนทรงคุณวุฒิ) สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี สำนักนายกรัฐมนตรี ทำหน้าที่สัมภาษณ์ผ่านคลิปวีดีโอ ของ เพจไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล ยาว 36 นาที ซึ่ง บันทึกเทปไว้ตั้งแต่ในช่วงเวลา 17.00 น. ของวันที่ 29 ก.ค.

โดยในประเด็นที่มีกระแสข่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี อาจเลือกทางออก ด้วยการยุบสภานั้น นายกรัฐมนตรี ยืนยันว่า ไม่มีความคิดนี้ และยังยืนยันว่ายังบริหารบ้านเมืองได้

“รัฐบาลยังบริหารสถานการณ์ได้ รัฐบาลยังเดินหน้าต่อ ยังไม่ถอดใจลาออกหรือยุบสภา ยังไม่ใช่เวลา วันนี้ทำงานหนักทุกวันหลายคนก็บอกว่าทำงานหนักแล้วไม่เห็นได้งานก็ขอไปหาให้เจอว่ามีงานอะไรที่ออกมาแล้วบ้าง”

 

ขอร้องอย่าสร้างความเกลียดชัง
.
นอกจากนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ยังได้แสดงความคิดเห็น โดยขอความร่วมมือนักการเมืองทุกฝ่าย ว่าในช่วงเวลาที่บ้านเมืองวิกฤตแบบนี้ อย่าได้สร้างความเกลียดชังต่อกันโดยใช่เหตุ

“วันนี้การเมืองก็ขอร้องแล้วกัน ถือว่าท่านเป็นผู้แทนประชาชนมาจากประชาชนท่านก็ต้องมีหลักการคิดหลักการวิเคราะห์บางเรื่อง มันก็ไม่ใช่ทางการเมืองที่จะมาสร้างความเกลียดชังกันโดยใช่เหตุ เพราะประเทศชาติกำลังมีปัญหาต้องเข้าใจตรงกันตรงนี้ เรื่องของทางการเมืองก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ดังนั้นอย่าใช้โอกาสตรงนี้มาทำให้ทุกอย่างมีปัญหาก็แล้วกัน” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เผย

.

แนะมองตัวเลขเพื่อนบ้าน หลายประเทศตัวเลขมากกว่าไทยหลายเท่า
.
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ยังได้ กล่าวถึง ประเด็นสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ตั้งแต่มีการล็อกดาวน์ 12 กรกฎาคม และจะครบในวันที่ 2 สิงหาคม ที่พบว่าตัวเลขผู้ป่วยยังไม่ลดลง ว่าจะมีเพิ่มการล็อกดาวน์หรือยกระดับมาตรการที่สูงขึ้นหรือไม่ ว่า ทั้งหมดต้องปรึกษาทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งในส่วนของแพทย์ สาธารณสุข หน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลายหน่วยงาน มีการประชุมร่วมกันของศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด (ศบค.) ชุดเล็กอยู่ทุกวัน

ขณะที่ กระทรวงสาธารณสุขก็ประชุมทุกวัน ส่วนจะล็อกดาวน์เข้มข้นหรือไม่นั้น ขณะนี้คณะแพทย์ และทีมสาธารณสุขยังคงเห็นชอบในมาตรการเดิมอยู่ การที่ตัวเลขไม่ลดลง มีเหตุผลหลายประการ หากเราปฏิบัติการตามมาตรการที่ประกาศไปแล้วทุกคน ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง อาจมีข้อบกพร่องอยู่บ้าง แต่สิ่งสำคัญคือความร่วมมือในการปฏิบัติ หากยังมีการทำในสิ่งที่ห้าม ก็จะแก้ปัญหาไม่ได้

หากเราพิจารณาการแพร่ระบาดของเรา อาจมองดูแล้วน่าตกใจ การเสียชีวิตในแต่ละวัน แต่อยากให้สนใจตัวเลขต่างๆ ของเพื่อนบ้าน ของต่างประเทศบ้าง ทั่วโลกได้รับผลกระทบด้วยกันทั้งสิ้น มากบ้าง น้อยบ้าง อันดับต้นๆ มีหลายประเทศ มากกว่าเราหลายเท่า ของเรา เราตั้งใจว่าไม่อยากให้มีการเสียชีวิต หากทำตามมาตรการที่กำหนดออกไปครบทุกอย่าง อย่างน้อย ก็ป้องกันตัวเองได้ก่อน ป้องกันครอบครัวได้ก่อน ตัวเองไม่ไปติดเชื้อจากข้างนอก ไม่เอาเชื้อไปแพร่ให้คนในครอบครัว

“จากความเห็นทางสาธารณสุขและทางการแพทย์ มาตรการเดิมที่เราออกไปยังใช้ได้อยู่ในช่วงนี้ และต้องพิจารณาต่อไปตามห้วงระยะเวลา เราอาจเห็นตัวเลขมันแดง แต่ตัวเลขผู้ที่รักษาหายก็สูงขึ้น ส่วนนอกระบบเท่าที่ทราบก็มีการดูแลกันเองในชุมชนในพื้นที่เขาเอง ก็มีผู้หายป่วยไปอีกเยอะ ดังนั้นขอให้ความสำคัญกับเรื่องของมาตรการขั้นต้นของตัวเอง มาตรการที่รัฐกำหนด” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีกล่าว
.

ปรับเปลี่ยนแนวทางการหาเชื้อโควิด-19
.
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีกล่าวโดยสรุปว่า สถานการณ์วันนี้ ได้มีการปรับแนวทางการรักษาได้นำ Antigen Test Kit (ATK) เข้ามาช่วยตรวจหาเชื้อ ซึ่งทางแพทย์บอกว่า ตรวจครั้งเดียวอาจจะไม่ได้ผล 100% อาจจะต้องรอ 7 วัน ตรวจอีกครั้งหนึ่ง จากนั้นเข้าสู่การตรวจ RT-PCR และเข้าสู่ระบบการรักษาต่อไป

นายกรัฐมนตรีกล่าวด้วยว่า คณะแพทย์ หมอ สาธารณสุข เป็นกลุ่มที่ตนเห็นใจมาก บางคนทำงานมา 60 วันไม่ได้พักเลย วันนี้เห็นใจ จึงให้ไปดูแลว่าค่าใช้จ่ายต่างๆ จะดูแลตามระเบียบราชการได้อย่างไรจะได้เป็นกำลังใจให้กับเขา ทั้งอาสาสมัคร แพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ ทุกคนลงพื้นที่หมด

.

นายกยอมรับ "เสียใจ"

อย่างไรก็ตาม เมื่อถามว่า นายกรัฐมนตรีอยากจะพูดหรือสื่อสารอะไรกับประชาชน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีตอบว่า “ผมเพียงแต่พูดว่าผมเห็นใจ ผมเสียใจ และผมพยายามแก้ปัญหาอุปสรรคซึ่งมีมากมาย นายกฯ ยินดีทำหน้าที่ให้ดีที่สุด และเป็นความร่วมมือระหว่างกันด้วยข้อมูล ข้อเท็จจริงถึงจะแก้ปัญหาได้ นายกฯ ไม่เคยทิ้งสักงาน คงไม่ใช่เรื่องโควิด อย่างเดียว”

นายกรัฐมนตรี ระบุอีกว่า โควิดเป็นเรื่องหลักที่ประชาชนเดือดร้อน แต่ตามด้วยอย่างอื่น ทั้งคุณภาพชีวิต การต่างประเทศ เศรษฐกิจ สังคม ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เพิ่มจีดีพี แผนงานตามยุทธศาสตร์ นายกฯ ต้องทำทุกเรื่อง แต่นายกฯ ไม่เคยท้อ แต่เสียใจกับคนที่สูญเสีย และให้กำลังใจคนที่ทำงาน อย่าท้อแท้ เพราะคือสิ่งที่เราทำด้วยกัน เพราะเป็นคนไทยด้วยกัน ถ้าเราเป็นคนไทยด้วยกันช่วยกันก็โอเคแล้ว

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังได้กล่าวถึงการเตรียมแก้ปัญหาการจัดสรรวัคซีน และหาทางในการนำเข้าเพิ่มด้วยการขอความร่วมมือกับเอกชน

ทั้งนี้ คลิปแถลงข่าวชิ้นนี้ ถูกนำมาเผยแพร่หลังเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ประกาศ ข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 (ฉบับที่ 29) ซึ่งลงนามโดย พล.อ.ประยุทธ์ มีสาระสำคัญห้ามการเผยแพร่ข้อความอันเป็นเท็จที่อาจทำให้ประชาชนเกิดความหวาดกลัว หรือข้อมูลข่าวสารที่บิดเบือน เพื่อให้ประชาชนเกิดความเข้าใจผิดหรือสับสน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด

ข่าวที่น่าสนใจ