Spring News

ศูนย์พักคอยเกียกกาย ชี้ เด็กติดโควิดต้องดูแลเอาใจใส่เป็นพิเศษ

30 ก.ค. 2564 เวลา 7:31 น. 14

ศูนย์พักคอยเกียกกาย เผยตัวเลขเด็กติดโควิด 31 ราย รักษาหายแล้ว 6 ราย ชี้ การดูแลเด็กแตกต่างจากผู้ใหญ่ ต้องหมั่นเอาใจใส่เป็นพิเศษ ส่วนเคสเด็กที่พ่อแม่เสียชีวิตจะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลต่อ

ศูนย์พักคอยสำหรับเด็กตั้งแต่อายุ 3 - 14 ปี ที่ศูนย์สร้างสุขทุกวัยเกียกกาย เขตดุสิต ใช้เป็นสถานที่ดูแลเด็ก เพื่อช่วยลดความเครียดของพ่อแม่ที่กังวลกลัวว่าจะไม่มีคนดูแลลูก และลดความกดดันของเด็กที่ต้องแยกกักตัวจากพ่อแม่ 

โดยที่ศูนย์พักคอยเด็กแห่งนี้ จะมีกิจกรรมและของเล่นตามช่วงวัย เพื่อคลายความวิตกที่ต้องอยู่ห่างจากพ่อแม่ ซึ่งจะมีทีมแพทย์, เจ้าหน้าที่อาสาสมัคร, พี่เลี้ยงเด็ก, ครูอาสาคอยดูแลอย่างใกล้ชิด 24 ชั่งโมง และหากมีอาการที่จะต้องเข้ารักษาพยาบาล ก็สามารถส่งเข้า รพ. ได้ทันที

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ทั้งนี้นายสมพงษ์ หนักบุญเกิด นักพัฒนาสังคมปฏิบัติการ กล่าวถึงความคืบหน้าของศูนย์ฯว่า  นับตั้งแต่เปิดดำเนินการเมื่อวันที่ 15 ก.ค. 2564 มีผู้ป่วยทั้งสิ้น 31 ราย จนถึงตอนนี้ส่งกลับบ้านแล้ว 6 ราย เป็นชาย 4 ราย หญิง 2 ราย และมีผู้ป่วยทยอยเข้ามารับการรักษาวันละ 2-3 คน โดยต้องผ่านการคัดครองจากศูนย์เอราวัณและได้รับการยืนยันว่าเป็นผู้ป่วยสีเขียว ส่วนกลุ่มเหลืองหรือแดง จะถูกส่งตัวไปโรงพยาบาลสนาม 

สำหรับผู้ป่วยเด็กต้องเป็นกลุ่มที่ช่วยเหลือตัวเองได้จนถึง 15 ปี ซึ่งตอนนี้อายุต่ำสุดคือ 7 ปี ทั้งนี้มีเตียงรองรับทั้งหมด 52 เตียง แบ่งเป็นเตียงเด็กชาย 26 เตียง เด็กหญิง 26 เตียง ขณะนี้ยังเพียงพอต่อจำนวนผู้ป่วยที่เข้ามารับการรักษา ในภาพรวมการดูแลเด็กนั้นต่างจากเคสผู้ใหญ่เนื่องจากต้องคอยดูแลเป็นพิเศษ โดยเฉพาะเคสที่เข้าข่ายเฝ้าระวังที่จำเป็นต้องวัดสัญญาณชีพ และความดันให้สม่ำเสมอ 

ส่วนกิจวัตรทั่วไปจะมีการส่งอาหารให้ผู้ป่วยเด็กทุกมื้อ ในกรณีที่ผู้ปกครองต้องการฝากของใช้ส่วนตัวของเด็ก ก็สามารถแจ้งกับเจ้าหน้าที่ได้ โดยผู้ป่วยเด็กที่รับการรักษาจะเป็นผู้ป่วยที่หายแล้วแต่ยังตรวจพบเชื้อตายในร่างกายซึ่งแพทย์จะเป็นผู้อนุมัติให้กลับได้ ซึ่งระหว่างการรักษาตัวเด็กจะต้องกินยาตามที่แพทย์จัดไว้ให้โดยมีทั้งยาสามัญทั่วไปและยารักษาโควิดตามแพทย์สั่ง เบื้องต้นตนมองว่าศูนย์พักคอยมีความจำเป็นจนกว่าตัวเลขผู้ป่วยเด็กจะลดลงหรือเมื่อสถานการณ์คลี่คลายไปทางที่ดีขึ้น

ส่วนกรณีที่เด็กสูญเสียผู้ปกครองที่ติดเชื้อโควิด-19 เบื้องต้นทางศูนย์ฯจะประสานฝ่ายพัฒนาชุมชน /นักสังคมสงเคราะห์ /นักจิตวิทยา และนักพัฒนาสังคม เพื่อซักถามประวัติ เพื่อประสานส่งต่อให้กับสำนักพัฒนาสังคม เพื่อขอทุนการศึกษา และการเยียวยาในเรื่องต่างๆ ส่วนการดูแลเด็กต่อจากผู้ปกครองที่เสียชีวิตจากโรคโควิด-19 จะมีฝ่ายพัฒนาสังคมของแต่ละพื้นที่ในสังกัดพัฒนาสังคมของกรุงเทพมหานครดูแลในส่วนนี้อยู่ ในบางส่วนจะส่งให้กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ในการดูแลต่อ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด

ข่าวที่น่าสนใจ