แรมโบ้ ยื่น ปปง. ตรวจสอบการเงิน ณัฐวุฒิ รวยผิดปกติ เชื่อมีท่อน้ำเลี้ยงแน่นอน

16 ส.ค. 2564 เวลา 7:30 น. 19

แรมโบ้ โร่ ปปง. ตรวจสอบเส้นทางการเงิน ณัฐวุฒิ เหตุแคลงใจร่ำรวยผิดปกติ เชื่อมีท่อน้ำเลี้ยงแน่นอน และหวังเปิดทางนายใหญ่ กลับไทย-พ้นคดี

นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรี ประจำนายกรัฐมนตรี ยื่นหนังสื่อที่สำนักงาน ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือปปง. เพื่อให้ตรวจสอบเส้นทางธุรกรรมการเงินในการเคลื่อนไหวของ นายณัฐวุฒิ ไสยเกื้อ แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช. และผู้จัดกิจกรรม Car Park และพวกในครั้งนี้ด้วย โดยมีนายวิทยา นีติธรรม ผู้อำนวยการกองนโยบายและยุทธศาสตร์ในฐานะรองโฆษกประจำสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ทำหน้าที่มารับหนังสือ

นายเสกสกล กล่าวว่า ตามที่นายณัฐวุฒิ และ นายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บ.ก.ลายจุด และพวก ออกมาเชิญชวนให้ประชาชนออกมาร่วมคาร์ม็อบและคาร์ลปาร์คตั้งแต่ช่วงต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา จนถึงเมื่อวานนี้ ทำให้เกิดเหตุการชุลมุนวุ่นวายจากกลุ่มผู้ชุมนุมกลุ่มหนึ่ง โดยเฉพาะการใช้ความรุนแรง เช่น ปาระเบิดปิงปอง ระเบิดเพลิง และทำลายทรัพย์สินของราชการ เช่น การจุดไฟเผาป้อมตำรวจ และรถของเจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงทำให้เกิดความวุ่นวายต่อเนื่องมาตลอดตั้งแต่มีการชุมนุมในเดือนสิงหาคม ซึ่งการโพสต์เชิญชวนให้เกิดความวุ่นวายในลักษณะเช่นนี้ คือต้องการที่จะให้เกิดความเดือนร้อนที่เล็งเห็นผลแล้วว่าจะมีปัญหาเกิดขึ้นในภายหลัง แต่นายณัฐวุฒิและบก.ลายจุดก็พยายามที่จะสร้างให้เกิดความเดือดร้อนตลอดเวลา

โดยในช่วงเช้าตนได้ไปแจ้งความดำเนินคดีกับนายณัฐวุฒิ และพวก ในข้อหากระทำความผิดตามพรก.ฉุกเฉิน พรบ.ควบคุมโรคติดต่อ และความผิดหลายคดีตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา116 และ อีกหลายมาตรา  

นายเสกสกล กล่าวย้อนกลับไปว่า พฤติกรรมเช่นนี้ของนายณัฐวุฒิเป็นแบบนี้มาตั้งแต่ในอดีต ตั้งแต่ปี2552-2553 นายณัฐวุฒิ ซึ่งเคยสั่งเผาบ้านเผาเมือง และเคยต้องคดีให้ชดใช้ค่าเสียหายมาถึง2 คดีแล้ว และในขณะนี้นายณัฐวุฒิ ก็เป็นผู้ที่ถูก ดำเนินคดีในข้อหาผู้ก่อการร้าย และเรื่องคดีดังกล่าวยังอยู่ในชั้นศาลอุทธรณ์ ดังนั้นตนสงสัยว่าที่มาที่ไปของเงิน ในการสนับสนุนการเคลื่อนไหวการชุมนุมของนายณัฐวุฒิ ตั้งแต่ปี 2552,2553 จนกระทั่งถึงปัจจุบัน นายณัฐวุฒิ มีธุรกรรมทางการเงินมาจากที่ไหนอย่างไร เพราะคนที่ถือบัญชีคือนายสมหวัง อัสราษี อดีตแกนนำนปช. เคยถูก”สามเกลอ”หลอกใช้เปิดบัญชี รับเงินบริจาค ก่อนถูกสรรพากรประเมินภาษี 572 ล้าน โดนฟ้องล้มละลาย 

ดังนั้นการมายื่นหนังสือในวันนี้เป้าหมายคือ ให้สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ได้ตรวจสอบที่มาที่ไปของเงิน ตั้งแต่ปี 2552-2553 ในการชุมนุมนปช. จนถึงปัจจุบันนั้น ได้เงินมาจากไหน และ ในเมื่อนายสมหวังเป็นผู้ถือบัญชี และโดนเก็บภาษี ส่วนเงินต้นจำนวนเท่าไหร่ อยู่ที่ไหน อย่างไร เพื่อจะได้ตรวจสอบว่าใครเป็นผู้บริจาคและผู้อยู่เบื้องหลัง ในการสนับสนุนการชุมนุมตั้งแต่ปี 2552,2553 และในปัจจุบัน 

ทั้งนี้ตนสงสัยว่าผู้ที่บริจาคเงินสนับสนุนการชุมุนม หรือ ผู้ที่อยู่เบื้องหลังนั้นอาจจะเป็นกลุ่มเดิมๆ และในช่วงหลังตนก็เห็นว่านายณัฐวุฒินั้นมีฐานะที่ดีขึ้นจึงอยากให้ปปง.ตรวจสอบที่มาที่ไปของเงินนั้นด้วย จะได้เป็นข้อพิสูจน์ว่า สู้แล้วรวย นั้นเป็นจริงหรือไม่อย่างไร 

แต่อย่างไรก็ตามตนเชื่อมั่นว่าการออกมาชุมนุมของนายณัฐวุฒิในครั้งนี้ มีท่อน้ำเลี้ยงอย่างแน่นอน เพราะในอดีตที่ผ่านมานั้นตนก็เคยเป็นหนึ่งในนปช. ตนทราบดีว่าไม่มีการแสดงยอดเงินบริจาคจากแกนนำนปช.เลย

ส่วนรายละเอียดเงินบริจากนั้นตนอยากเชิญนายสมหวัง มาให้ปากคำว่าเงินทั้งหมดมีจำนวนเท่าไหร่ และนำไปใช้จ่ายเท่าไหร่ รวมถึงเงินบริจาคของประชาชนเพื่อสนับสนุน หรือจากพรรคการเมือง หรือ จากนายใหญ่ หรือไม่ คนที่จะชี้แจงได้ก็คือนายสมหวังและสามเกลอ 

นายเสกสกล ยืนยันต่อกรณีการตั้งข้อสังเกตถึงเจตนารมณ์ของพรก.ฉุกเฉินที่อาจมีจุดมุ่งหมายเพื่อสกัดกั้นการชุมนุม ว่า หากไม่มีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด ก็สามารถชุมนุมกันตามกฎหมายได้ และต้องไม่เกิดความรุนแรง และสร้างความเดือดร้อนให้ผู้อื่น ซึ่งการชุมนุมที่ไม่ผิดกฎหมายสามารถทำได้ตามหลักรัฐธรรมนูญ แต่ในขณะนี้เกิดวิกฤติโควิด-19 จึงไม่อยากให้เชื้อแพร่กระจาย ไม่อยากให้ประชาชนต้องสูญเสียจากเชื้อดังกล่าว จึงมีพรก.ฉบับนี้ขึ้นมา 

ทั้งนี้ตนมองว่าการชุมนุมนั้นไม่ใช่แค่คาร์ม็อบอย่างเดียว แต่มีการรวมกลุ่มกันบนท้องถนนด้วย ไม่มีการเว้นระยะห่าง และเมื่อวานนี้นายณัฐวุฒิได้ขึ้นปราศรัยโดยที่ไม่ได้สวมหน้ากากอนามัย ซึ่งถือว่าทำผิดกฎหมาย ผู้ว่ากรุงเทพมหานคร พลตำรวจเอก อัศวิน ขวัญเมือง ก็ต้องไปดำเนินการตามขั้นตอนด้วย นอกจากนี้การรวมกลุ่มกันเกิน5คนขึ้นไป ก็ถือว่าฝ่าพรก.ฉุกเฉินอีกด้วย รวมถึง มีกฎหมายบังคับไว้ก่อนแล้วว่าการรวมตัวกันจะทำให้เกิดคลัสเตอร์ เช่น นักเรียนอาชีวะที่ปาระเบิดจนมือขาด ผลตรวจออกมาก็พบเชื้อโควิด รวมถึงแกนนำบางคนที่ตรวจแล้วพบเชื้อโควิดเช่นกัน ตนมั่นใจว่าหากตรวจทุกคนก็อาจจะพบคลัสเตอร์ใหม่ในกลุ่มผู้ชุมนุมก็เป็นได้ 

อย่างไรก็ตามตนเชื่อว่าประชาชนส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยในการออกมาชุมนุมในสถานการณ์วิกฤตโควิดเช่นนี้ พิสูจน์ชัดจากนิด้าโพลล์ ดังนั้นแล้วสิ่งที่ประชาชนต้องการในเวลานี้คือการแก้ไขปัญหาโควิดให้จบโดยเร็ว โดยเฉพาะเรื่องของผลกระทบจากการแพร่เชื้อ และ การได้รับวัคซีน ซึ่งขณะนี้ทางรัฐบาลก็กำลังเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าวนี้อยู่ แต่นายณัฐวุฒิก็ยังพยายามปลุกระดมให้คนออกมาชุมนุมสร้างความวุ่นวายให้แก่บ้านเมือง 

อย่างไรก็ตามตนวิเคราะห์ว่าท้ายที่สุดแล้วความต้องการของนายณัฐวุฒิ ก็คือการช่วยเหลือนายใหญ่ที่อยู่แดนไกลได้กลับมาประเทศไทย และหลุดพ้นคดี และใช้อำนาจแบบมิชอบ เหมือนดั่งเช่นในอดีตที่ผ่านมา

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่านายใหญ่ในที่นี้คือคุณทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ใช่หรือไม่ นายเสกสกล ยืนยันว่านายใหญ่ของนายณัฐวุฒิ คือ นายทักษิณ ชินวัตร

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด

ข่าวที่น่าสนใจ