Spring News

ศบค.ย้ำ แค่ปรับมาตรการไม่ใช่ปลดล็อก ประเมินผลภายใน1เดือนเริ่ม 1 ก.ย.นี้

30 ส.ค. 2564 เวลา 9:07 น. 248

ศบค. ย้ำ แค่ปรับมาตรการไม่ใช่ปลดล็อคหรือผ่อนคลายมาตรการ โดยจะประเมินผลภายใน 1 เดือน เริ่ม 1 ก.ย.นี้  พร้อมขอโทษประชาชนที่ทำให้ยุ่งยากและมีความกังวลคนท้องยังฉีดวัคซีนน้อย

30 ส.ค. 64 นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค. แถลงสถานการณ์โควิด-19 ประจำวัน ว่า ประเทศไทยอยู่ลำดับที่ 29 ของโลก พบผู้ป่วยรายใหม่ 15,972 ราย แบ่งเป็นผู้ป่วยรายใหม่จากระบบเฝ้าระวัง 14,137 ราย ค้นหาผู้ติดเชื้อเชิงรุกในชุมชน 1,544 ราย จากเรือนจำ 280 รายและเดินทางจากต่างประเทศ 11 ราย ผู้ป่วยยืนยันสะสม 1,190,063 รายหายป่วยแล้ว 17,281 ราย หายสะสม 1,002,527 ราย รักษาอยู่ 176,137 ราย อาการหนัก 5,058 ราย ใส่เครื่องช่วยหายใจ 1,062 ราย เสียชีวิต 256 คน เสียชีวิตสะสม 11,399 คน ฉีดวัคซีนแล้ว 30,954,477 โดส

สำหรับผู้เสียชีวิต 256 รายมีอายุระหว่าง 16-98 ปี โดยผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไปมี 179 ราย คิดเป็น 70% , อายุน้อยกว่า 60 ปี แต่มีโรคเรื้อรัง 55 ราย คิดเป็น 21% รวมแล้วทั้ง 2 ส่วนมีมากถึง 91% , ไม่มีโรคเรื้อรัง 21 รายคิดเป็น 8% , หญิงตั้งครรภ์ 1 ราย ที่ จ.สิงห์บุรี โดยกรุงเทพฯ ยังคงเสียชีวิตสูงสุด 79 ราย ปริมณฑล 61 ราย ภาคใต้ 12 ราย ภาคอีสาน 15 ราย ภาคเหนือ 15 ราย ภาคตะวันออก-ภาคกลาง 74 ราย

ผู้เดินทางจากต่างประเทศ 11 ราย มาจากเดนมาร์ก 1 ราย , อังกฤษ 1 ราย , เมียนมา 6 ราย โดยมี 1 ราย เป็นชาย 21 ปี สัญชาติจีน มาจากช่องทางธรรมชาติ , กัมพูชา 3 ราย มีหญิง 26 ปี สัญชาติไทย เป็นพนักงานออนไลน์ มาช่องทางธรรมชาติ

ผู้ติดเชื้อรายใหม่ 10 อันดับแรกยังคงเป็นกรุงเทพ 3,771 ราย สมุทรปราการ 1,055 ราย สมุทรสาคร 966 ราย ราชบุรี 779 ราย ชลบุรี 747 ราย ระยอง 518 ราย นครราชสีมา 406 ราย อยุธยา 405 รายบุรีรัมย์ 389 ราย นนทบุรี 365 ราย

สำหรับการฉีดวัคซีนป้องกันโควิดให้กับประชาชน ขณะนี้กระทรวงสาธารณสุขกำลังเร่งสปีด เพราะเป็นอาวุธสำคัญที่จะชนะเชื้อโรคนี้ได้ แต่เมื่อมาดูกลุ่มเป้าหมายอย่างหญิงตั้งครรภ์ฉีดเข็มที่ 1 แล้ว 7.5% ซึ่งยังถือว่าต่ำมาก โดยทางกรมอนามัยได้สรุปข้อมูลของหญิงตั้งครรภ์ ตั้งแต่ 1 เมษายนถึง 28 สิงหาคม 2564 พบติดเชื้อ 2,542 ราย มีทั้งคนไทยและคนต่างด้าวโดยเสียชีวิตไปแล้ว 68 ราย ทารกติดเชื้อ 134 ราย ทารกเสียชีวิต 24 ราย ได้กรุงเทพฯ ยังคงมีหญิงตั้งครรภ์ติดเชื้อสูงสุดถึง 488 ราย ถัดมาเป็นสมุทรสาคร ปทุมธานี สมุทรปราการ นราธิวาส สงขลา ตาก ยะลา อยุธยา และขอนแก่น

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

โฆษก ศบค. ยังพูดถึงข้อกำหนดที่ออกมาใหม่ ซึ่งประกาศในราชกิจจานุเบกษา ออกตามความในมาตรา 9 แห่ง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ว่า เนื้อหาส่วนใหญ่ยังคงเหมือนเดิม โดยการแบ่งพื้นที่สถานการณ์ยังคงมี 3 ส่วน คือ พื้นจากมสูงสุดและเข้มงวด 29 จังหวัด พื้นที่ควบคุมสูงสุด 37 จังหวัด พื้นที่ควบคุม 11 จังหวัด ทั้งนี้ขอย้ำว่า ที่ประชุม ศบค. ไม่ได้ใช้คำว่าปลดล็อค และไม่ได้ใช้คำว่าผ่อนคลาย แต่เป็นการปรับ ซึ่งทั่วโลกก็มีการปรับมาตรการทางสังคมในการเผชิญหน้ากับโควิด มีทั้งการควบคุมโรคและความเป็นอยู่ของทุกคนแบบ new normal ซึ่งจะเริ่มต้นในวันที่ 1 กันยายนนี้ จากมาตรการที่ออกมา

ในส่วนของข้อห้ามการจัดกิจกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่โรค ขั้นตอนการขออนุญาตจัดกิจกรรม ซึ่งหลายเรื่องยังคงบังคับใช้ต่อไป แต่มีการปรับตัวเลขของบุคคลที่เข้ารวมกลุ่มเพื่อทำกิจกรรมได้มากขึ้น โดยพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด ห้ามจัดกิจกรรมที่มีการรวมกลุ่มมากกว่า 25 คน , พื้นที่ควบคุมสูงสุด ห้ามจัดกิจกรรมที่มีการรวมกลุ่มมากกว่า 50 คน , พื้นที่ควบคุมห้ามจัดกิจกรรมที่มีการรวมกลุ่มมากกว่า 100 คน

นอกจากนี้ ยังเป็นครั้งแรกที่ออกข้อกำหนดให้กระทรวงสาธารณสุขและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เตรียมมาตรการภาครัฐ และแผนเกี่ยวกับการจัดหา จัดสรรวัคซีน ยา เครื่องมือแพทย์ โรงพยาบาลสนาม สถานพยาบาล และเร่งประชาสัมพันธ์ให้ประชาชน ทั้งส่วนบุคคล องค์กร ผู้ประกอบการแต่ละประเภท รับทราบ และแนะนำแนวปฏิบัติเพื่อป้องกันการติดเชื้อ เพื่อให้เกิดการเตรียมความพร้อม และการปฏิบัติตนโดยเพิ่มความระมัดระวังในการป้องกันตนเองขั้นสูงสุด ตามมาตรการป้องกันการติดเชื้อแบบครอบจักรวาล (universal prevention) ตามที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด สำหรับการจะบังคับใช้ในอนาคต  ขณะเดียวกันให้ผู้ประกอบการ หรือผู้มีหน้าที่รับผิดชอบขององค์กร หรือหน่วยงานตรวจสอบและกำกับดูแล ให้มีการปฏิบัติตามมาตรการปลอดภัยสำหรับองค์กร (covid free setting) เพื่อลดความเสี่ยงต่อการแพร่โรค เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการบังคับใช้ในอนาคต ในการเปิดสถานที่และดำเนินกิจการ กิจกรรมให้ปลอดภัย โดยให้มีการประเมินผลภายใน 1 เดือน หรือเดือนกันยายนทั้งเดือน จะทดสอบระบบนี้

ในขณะที่ข้อกำหนดห้ามออกนอกเคหสถาน หรือเคอฟิวส์ ระหว่าง 21:00- 04:00 น. ยังคงเหมือนเดิม โดยพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดทุกจังหวัด ยังบังคับใช้ต่ออย่างน้อย 14 วัน (ถึง 14 ก.ย. 64) พร้อมให้คณะกรรมการโรคติดต่อกรุงเทพมหานคร หรือคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด กำกับดูแลการดำเนินกิจการ กิจกรรม ในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด ที่ปรับมาตรการตามข้อกำหนด เช่น การใช้อาคารหรือสถานที่ ในโรงเรียนหรือสถาบันการศึกษาทุกประเภท การเปิดห้างสรรพสินค้า ร้านทำผม ร้านอาหาร สถานที่ออกกำลังกาย การเดินทางข้ามจังหวัด การขนส่ง ซึ่งทั้งหมดนี้หาก ศปก.ศบค. ประเมินสถานการณ์แล้วเห็นว่า ควรปรับเปลี่ยนหรือขยายความในเรื่องใด เพื่อให้เกิดความชัดเจนเหมาะสมก็ ให้เสนอนายกรัฐมนตรี พิจารณาสั่งการได้

อย่างไรก็ตาม ต้องขอโทษประชาชนสำหรับมาตรการที่ออกมาแล้วทำให้ยุ่งยาก แต่เราต้องการมีมาตรการใหม่ๆ นำสู่ชีวิตวิถีใหม่ ซึ่งอาจจะลำบากในการใช้ชีวิตหรือการประกอบการบ้าง แต่ทั้งหมดนี้เพื่อคุ้มครองชีวิตของประชาชน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด

ข่าวที่น่าสนใจ