Spring News

สรุปให้ ศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ วันที่สาม รัฐบาลซิโนแวค

02 ก.ย. 2564 เวลา 19:03 น.

ซิโนแวค ยังคงเป็นประเด็นที่ถูกหยิบยกขึ้นในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ และตราบใดที่รัฐบาลไม่สามารถให้ความกระจ่างได้ คำถามนี้ก็จะตามหลอกตามหลอนรัฐบาลต่อไป

ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจวันที่สาม วัคซีนซิโนแวคยังคงเป็นประเด็นที่ถูกนำมาขยี้อย่างต่อเนื่อง โดย SpringNews ขอสรุปให้ ดังต่อไปนี้

1. ซิโนแวค สิ่งที่น่าจะถูกเอ่ยถึงมากที่สุด ในการอภิปรายตลอด 3 วัน  

หากมีการรวบรวมสถิติตตลอด 3 วัน สิ่งที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในการอภิปรายครั้งนี้ คำว่า “ซิโนแวค” น่าจะอยู่ลำดับต้นๆ ซึ่งจะว่าไปแล้ว ในรอบหลายเดือนที่ผ่านมา ข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับซิโนแวคได้ไหลบ่าจนก่อให้เกิดการรับรู้ของสังคมในวงกว้าง

และเนื้อหาในการอภิปรายที่เกี่ยวกับวัคซีนของบริษัทนี้ ส่วนใหญ่ก็แทบไม่มีอะไรใหม่ แต่ที่ยังเรียกความสนใจจากสังคม ก็เนื่องมาจากรัฐบาลไม่สามารถเคลียร์ข้อครหาต่างๆ ได้ มิหนำซ้ำยังทำในสิ่งที่สวนกระแส นั่นก็คือ ยังตะบี้ตะบันสั่งซื้อวัคซีนดังกล่าวเป็นจำนวนมาก โดยเมื่อไม่นานมานี้ ก็เพิ่งกดไปอีก 12 ล้านโดส

โดยช่วงเช้าของการอภิปรายไม่ไว้วางใจ จิราพร สินธุไพร ส.ส. พรรคเพื่อไทย ที่กล่าวถึงนายอนุทินว่า “อย่าให้ประชาชนรู้สึกว่า เติบโตที่ซิโน-ไทย แต่ไปเติบใหญ่ที่ซิโนแวค”

และได้ขยายแผลเรื่องการจัดซื้อวัคซีนซิโนแวค ซึ่งเป็นข้อมูลต่อเนื่องของ ประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.รวมพรรค ที่ได้เปิดประเด็นไว้ในวันแรก ระหว่างการอภิปรายจึงถูกประท้วงว่า พูดเรื่องซ้ำๆ ซากๆ

แต่ในประเด็นนี้เชื่อเถอะว่า ตราบใดที่รัฐบาลยังไม่สามารถอธิบายถึงความจำเป็นที่ต้องซื้อซิโนแวคได้อย่างมีเหตุมีผล คำถามที่เกี่ยวกับวัคซีนดังกล่าว ก็จะตามหลอกตามหลอนรัฐบาลต่อไป และไม่แน่ว่าในวันข้างหน้ารัฐบาลชุดนี้อาจจะถูกเรียกขานว่า “รัฐบาลซิโนแวค” ก็เป็นไปได้

จิราพร สินธุไพร

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

2. ประเด็นน่าสนใจ ที่เป็นไฮไลต์ประจำวัน

สำหรับข้อมูลที่ถือว่าน่าสนใจ ต้องยกให้กับประเด็นเส้นทางไฟเซอร์ ที่อภิปรายโดย พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ที่ได้มีการแสดงเอกสารให้เห็นถึงความพยายามของผู้บริหารไฟเซอร์ ที่ติดต่อรัฐบาลไทยตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว แต่กลับเป็นทางฝั่งไทยเองที่ไม่มีท่าทีกระตือรือร้นใดๆ

การกระทำดังกล่าว จึงไม่ต่างอะไรกับการเทไฟเซอร์ลงอ่าวไทย รวมถึงท่าทีหมางเมินกับโครงการโคแวกซ์ ทั้งๆ ที่โครงการดังกล่าวมีความพยายามติดต่อสอบถามมาแล้วหลายครั้ง

โดยพิธาได้กล่าวทำนองว่า ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจคราวก่อน เขาได้บอกว่า ถึงเวลาแล้วที่เราต้องเลือกระหว่างประยุทธ์ หรือประเทศ ถ้าเลือกประยุทธ์ เราอาจไม่มีประเทศหลงเหลือ ถ้าเราเลือกประเทศ ประยุทธ์ คือสลักแรกที่เราต้องถอดออก แต่คำถามใหม่ในวันนี้ เราต้องเลือกระหว่างประชาชน กับปรสิต.. ที่กำลังกัดกันประเทศ...อยู่ในเวลานี้  

พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ห

3. ศุภชัย ใจสมุทร ดาวประท้วงคนใหม่

หลังจาก ปารีณา ไกรคุปต์ ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ ส.ส. ก็แทบไม่มีดาวประท้วงที่ทำหน้าที่ได้อย่างโดดเด่นนัก แต่สำหรับการอภิปรายไม่ไว้วางใจในครั้งนี้ ผู้ที่ทำหน้าที่ประท้วงบ่อยที่สุด น่าจะเป็น ศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.พรรคภูมิใจไทย

โดยเฉพาะประเด็นที่เกี่ยวกับวัคซีนซิโนแวค เราจะเห็นบทบาทการประท้วงของเขาอย่างชัดเจน แม้จะไม่มากเท่ามาตรฐานที่ปารีณาเคยสร้างไว้ แต่ตลอด 3 วันที่ผ่านมา ก็เพียงพอสำหรับตำแหน่งดาวประท้วงคนใหม่แห่งรัฐสภาไทย

วิสาร เตชะธีราวัฒน์

4. นายกฯ แจกเงิน ส.ส. 5 ล้าน ประเด็นแรง แต่แผ่วเร็ว

ด้วยน้ำเสียงที่ดุดันและท่าทีที่ขึงขังของ วิสาร เตชะธีราวัฒน์ ส.ส.พรรคเพื่อไทย (ที่เคยสร้างวีรกรรมกรีดแขนตัวเองระหว่างการอภิปราย) ที่ตะโกนลั่นสภาว่า “ในเวลานี้ นายกฯ กำลังแจกเงิน 5 ล้านให้ ส.ส.อยู่ที่ชั้น 3” ก็ทำเอามีแนวโน้มจะเป็นข่าวใหญ่ประจำวัน ก่อนจะแผ่วไปในที่สุด

โดยต่อมานายกฯ ได้กล่าวว่า “ผมไม่ได้ทำตามที่กล่าวหา ส.ส.ก็แค่มาทักทายเท่านั้น” อีกทั้งยังบลัฟกลับว่า  “ผมไม่ทำแบบถุงขนมอยู่แล้ว”

ยุทธพงศ์ จรัสเสถียร

5. ยุทธพงศ์ ตะโกนกลางสภา บิ๊กป้อม นายกฯ คนต่อไป

ระหว่างการอภิปรายไม่ไว้วางใจเรื่องการซื้ออาวุธของกระทรวงกลาโหม นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ก็กล่าวพาดพิงถึง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ว่าเป็นบิดาแห่งเรือดำน้ำ และอาจจะเป็นนายกฯ คนต่อไป

ทำให้ กรุงศรีววิไล สุทินเผือก ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ ต้องลุกขึ้นประท้วงในสไตล์นักเลงโบราณ “ผู้อภิปรายนั้น ชื่อเสียงดี บุคลิกดี แต่ปากนั้นเคยโดยชกมาแล้ว สิ่งที่อภิปรายวนเวียนซ้ำซาก อยู่กับรถถังเรือดำน้ำ...” ก่อนที่นายชวน หลีกภัย จะห้ามศึก จนทำให้การอภิปรายดำเนินต่อไปได้

6. อื่นๆ ที่น่าสนใจ

นอกจากนนั้น อีกหนึ่งผู้อภิปรายที่มีแฟนคลับเหนียวแน่น และหลายคนตั้งตารอ ก็คือ มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ส.ส.พรรคเศรษฐกิจใหม่ ที่ได้ชี้ให้เห็นถึงนโยบายที่ผิดพลาดซ้ำซากของรัฐบาล ตั้งแต่โควิด วัคซีน ATK รวมถึงการจัดสรรและใช้งบประมาณกว่า 3 ล้านล้านบาท รวมกับเงินกู้อีก 1.5 ล้านล้านบาท ของรัฐบาลที่ไม่มีประสิทธิภาพ ก่อนวิงวอนให้บิ๊กตู่ลาออก เพื่อเห็นแก่อนาคตของประเทศ

ตลอด 3 วันที่ผ่านมา โดยภาพรวมแล้ว การอภิปรายฯ เป็นไปอย่างดุเดือดและหนักหน่วง แต่ยังไม่มีข้อมูลใหม่ๆ ผุดขึ้นมาสร้างความฮือฮาให้มากนัก ซึ่งถึงแม้ข้อกล่าวหาส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องเดิมๆ แต่ตราบใดที่รัฐบาลยังตอบไม่ชัด โดยเฉพาะประเด็นซิโนแวค คำถามนี้ก็จะยังคงดังก้องต่อไปทั้งในสภา นอกสภา วันนี้ รวมถึงในอนาคต

มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด