Spring News

“เสรีพิศุทธ์” ย้ำ มาไล่ “ประยุทธ์” ลงจากตำแหน่ง เพราะพฤติกรรมไม่เหมาะสม

31 ส.ค. 2564 เวลา 10:30 น. 169

“เสรีพิศุทธ์” ย้ำ มาไล่ “ประยุทธ์” ให้ลงจากตำแหน่ง เพราะพฤติกรรมไม่เหมาะสม แก้โควิดล้มเหลว ทำประชาชนเดือดร้อน กู้เงินมากกว่าใคร ให้งบทหารซื้ออาวุธที่ไม่จำเป็น พร้อมแนะประชาชนเอาใบเสร็จค่ายา-รักษาโควิด ไปแจ้งความเอาผิดมาตรา 157 เพราะควรได้สิทธิฟรีทุกอย่าง

31 ส.ค.64 พลตำรวจเอก เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย อภิปรายไม่ไว้วางใจ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ว่า บริหารราชการแผ่นดินล้มเหลวผิดพลาด บกพร่อง ไร้ประสิทธิภาพ ไร้องค์ความรู้ ไร้ภูมิปัญญา ไร้วุฒิภาวะ ไร้จิตสำนึกรับผิดชอบ ไร้คุณธรรมจริยธรรม และไร้ความสามารถที่จะเป็นหัวหน้ารัฐบาลหรือผู้นำประเทศ ซึ่งการที่ พลเอก ประยุทธ์ เข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรี ก็ปล้นอำนาจมา แล้วก็เขียนรัฐธรรมนูญโกงตามที่ต้องการ ตั้งองค์กรอิสระเอง สุดท้ายก็มีข่าวว่า กกต. ป.ป.ช. ศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นองค์กรอิสระ สอบตกรวด ทั้งยังมีการโกงการเลือกตั้งที่ก่อนและหลังนับคะแนน ตนไปหาเสียงเลือกตั้งก็มีทหารมาติดตาม เมื่อได้เป็นนายกฯ ก็ถวายสัตย์ปฏิญาณตนไม่ครบ ออกคำสั่งผิดพลาด รวบอำนาจ ทั้งยังกู้เงินเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในการสืบทอดอำนาจ ตั้งงบเกินดุลทุกปี ตั้งแต่งบปี 2558-2565 รวมแล้ว 5.3 ล้านล้านบาท เทียบกับนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ตั้งแต่ปี 2555-2557 กู้เงิน 1.3 ล้านล้านบาท ขณะที่นายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ปี 2552-2554 กู้เงิน 6.2 แสนล้านบาท นอกจากนี้ยังมีการนำเงินไปซื้อเสียงล่วงหน้า แทนที่จะนำมาใช้เรื่องหลัก เช่น ให้ประชาชนเรียนจบปริญญาตรีฟรี  รักษาพยาบาลฟรี สรุปก็คือจัดทำงบประมาณแบบไม่เข้าใจปัญหาของประเทศและประชาชน ตั้งงบตั้งแต่ปี 2558-2565 ถึง 23.5 ล้านล้านบาท และยังทำงบกลางปีเพิ่มอีก 3 ครั้ง รวม 3.9 แสนล้านบาท ซึ่งเกินดุลทุกปี ทำให้ประเทศล้มละลาย

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

พลตำรวจเอก เสรีพิศุทธ์ ยังกล่าวอีกว่า พลเอก ประยุทธ์ ปรนเปรอแต่กองทัพ เพื่อใช้เป็นฐานค้ำจุนอำนาจ ด้วยการสนับสนุนงบให้ทหาร เมื่อเปรียบเทียบกระทรวงงบกลาโหมตั้งแต่ปี 2558-2565 โดยปี 2558 หลังการยึดอำนาจ กระทรวงกลาโหมงบขึ้นไปอยู่อันดับที่ 3 เช่นเดียวกับปี 2559 ซึ่งได้งบสูงกว่ากระทรวงคมนาคม กระทรวงสาธารณสุข ถัดมาปี 2560 จนถึงปัจจุบัน งบกลาโหมอยู่อันดับที่ 4 มาโดยตลอด ในขณะที่กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของซึ่งต้องดูแลประชาชนกลับได้งบน้อยกว่า ทั้งที่ผลงานเป็นรูปธรรมไม่มี เช่นเดียวกับกระทรวงมหาดไทย ที่เจ้ากระทรวงเป็นพวกพ้อง ก็ได้งบประมาณสูง นอกจากนี้ยังพูดถึงบสภากาชาดไทย ที่ได้รับจัดสรร 8,265 ล้านบาท มากกว่าอีก 7 กระทรวง ทั้งที่ดูไม่มีอะไรเลย ทำงบแบบนี้สงสารประชาชน และยังให้ทหารเอางบไปซื้ออาวุธซึ่งไม่มีความจำเป็นในช่วงนี้ พร้อมโจมตีการเกณฑ์ทหาร ที่ยอดเกณฑ์ไม่ลดลง ล่าสุดยอด 97,558 นาย ถามว่าส่งไปสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหมและกองทัพไทย เพื่ออะไร เพราะไม่ใช่หน่วยรบ เมื่อทหารเกณฑ์เข้ากรมแล้วก็มีค่าใช้จ่ายจัดซื้อเสื้อผ้า อาหารต่างๆ ต้องถามว่ามีการเบิกจ่ายจริงหรือไม่ ซ้ำยังมีการส่งทหารเกณฑ์ไปรับใช้บ้านนาย ไม่พอใจก็ทำร้ายทุบตี ขณะเดียวกันการเป็นนายกฯ ของ พลเอก ประยุทธ์ ทำให้ดัชนีชี้วัดภาพลักษณ์คอรัปชั่นแย่ลง ซึ่งภาพรวมปี 2557 สมัยนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ไทยอยู่อันดับ 85 , ปี 2558 ยุค พลเอก ประยุทธ์ ได้ลำดับดีขึ้นที่ 76 , ปี 2559 คะแนนหล่นไปที่ลำดับ 101 จนล่าสุดปี 2563 อยู่ลำดับที่ 104 ได้ 36 คะแนน จาก 100 คะแนน ได้อยู่ยาวไปอีกประเทศไทยจะยิ่งโกงมากขึ้น

ส่วนการปฏิบัติหน้าที่โดยใช้อำนาจขัอต่อบทบัญญัติรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย โดนยยไม่สนใจชีวิตความเป็นอยู่และความทุกข์ยากของประชาชนนั้น พลตำรวจเอก เสรีพิศุทธ์ บอกว่า เมื่อมีโรคระบาดเกิดขึ้น เป็นหน้าที่ของรัฐที่ต้องดูแลรักษาประชาชน ทั้งหน้ากากอนามัย ยารักษาโรค วัคซีน แต่รัฐไม่จัดการสิ่งเหล่านี้ให้ประชาชน ก็เท่ากับทำผิดรัฐธรรมนูญมาตรา 47 ที่ระบุว่า บุคคลย่อมสีสิทธิได้รับการบริการสาธารณสุขของรัฐ ได้รับการป้องกันและขจัดโรคติดต่ออันตรายจากรัฐ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ก็ขอให้ประชาชนเอาใบเสร็จค่าใช้จ่ายต่างๆ ไปแจ้งความที่ดำเนินคดีกับ พลเอก ประยุทธ์ มาตรา 157 ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ พร้อมระบุรัฐแต่งตัวเลขให้เห็นว่าผู้ติดเชื้อ ผู้ตายจากโควิดลดลง สำหรับช่วงอภิปรายไว้วางใจ ทั้งที่ยังมีผู้โทรมาขอความช่วยเหลือ ขอเตียงคนไข้ ซึ่งโรคระบาดเล่านี้ยังทำให้ธุรกิจสายการบิน โรงแรม ขาดทุนจนถึงต้องประกาศขายกิจการก็มี พร้อมยกตัวอย่างกิจการเครื่องหนังยี่ห้อดังของภรรยา ก็ต้องปรับตัวเลิกขายหน้าร้านมาเป็นออนไลน์ กิจการรีสอร์ตของบุตรชายก็ปิดมา 2 ปีแล้ว ไม่มีรายได้ แต่ยังต้องเลี้ยงพนักงานไว้บางส่วน ยอมขาดทุน ทั้งยังแขวะนายกฯ ที่ยอมเสียสละเงินเดือนแค่ 3 เดือน ช่วยประชาชน ในขณะที่ตนนำเงินรายได้ ส.ส. ล้านกว่าบาท มาช่วยประชาชน แต่ นายกฯ ประกาศให้ ครม. เห็นชอบนิรโทษกรรมโควิด ซึ่งถูกด่ากันทั้งเมือง นอกจากนี้ ยังบอกด้วยว่า ตั้งแต่รัฐธรรมนูญ 2560 ประกาศใช้ ผ่านมา 4 ปี 4 เดือนกว่า นายกฯ ไม่สามารถปฏิรูปตำรวจ หรืแก้ไขกฎหมายตำรวจได้ กฎหมายเพิ่งจะเข้าสภาอภิปรายไปได้ไม่เท่าไร บางข้อกำหนดไว้ก็ยังให้มีข้อยกเว้นขึ้นมาอีก ซึ่งเชื่อว่ายังไงตำรวจก็ปฏิวัติไม่ได้ ปล่อยให้เขาทำกันเองดีกว่า 

หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย กล่าวอีกว่า พลเอก ประยุทธ์ ใช้กฎหมายและอาวุธที่ซื้อมาจากภาษีประชาชนเป็นเครื่องมือข่มขู่ปราบปรามประชาชน มีการจับม็อบเด็ก ไม่ให้ประกันตัว จนอยู่ในคุกติดโควิด สั่งตำรวจให้จัดการม็อบทั้งกระสุนยาง กระสุนจริง แก๊สน้ำตา ฉีดน้ำ นอกจากนี้ ยังลิดรอนเสรีภาพของสื่อมวลชน โดยไม่เคยมีนายกฯ คนใดปฏิบัติเช่นนี้มาก่อน ทั้งการปิดปากสื่อ ห้ามออกอากาศ ออกข้อกำหนดห้ามเสนอข่าวปลอม ออกคำสั่งไม่ชอบด้วยกฎหมาย จนถูกฟ้องที่ศาลแพ่ง และสาลมีคำสั่งห้ามนายกฯ ใช้คำสั่งมีออกมา ทั้งยังใช้อภิสิทธิ์ไม่ยื่นบัญชีทรัพย์สิน การพักบ้านหลวงทั้งที่พ้นตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบกไปแล้ว ในขณะที่บ้านพักหลวงของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติไม่มี แล้วให้กองทัพบกออกระเบียบยกเว้นช่วยเหลือ พร้อมย้ำว่าวันนี้ตนมาไล่ พลเอก ประยุทธ์ ให้ลงจากตำแหน่ง เพราะพฤติกรรมไม่เหมาะสม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด

ข่าวที่น่าสนใจ