อีลอน มัสก์ VS โครงการอาหารโลกของสหประชาชาติ

02 พ.ย. 2564 เวลา 11:35 น. 180

อีลอน มัสก์ (Elon Musk) เสนอขายหุ้นเทสลา ตอนนี้ หากองค์การสหประชาชาติสามารถแสดงให้เห็นว่าเงิน 6 พันล้านดอลลาร์จะแก้ปัญหาความหิวโหยของโลกได้อย่างไร

อีลอน มัสก์ (Elon Musk) เสนอขายหุ้นเทสลา (Tesla) ของเขาบางส่วน หากองค์การสหประชาชาติ (Unite Nations: UN) สามารถพิสูจน์ได้ว่าเงิน 6,000 ล้านดอลลาร์ (เกือบ 200,000 ล้านบาท) จะสามารถแก้ปัญหาความอดอยากของโลกได้

ประเด็นนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ เดวิด บีสลีย์ ผู้อำนวยการโครงการอาหารโลกของสหประชาชาติ (UN World Food Program: WFP) เสนอความคิดเห็นให้เหล่ามหาเศรษฐีออกมาช่วยแก้ปัญหาความอดอยากของโลก โดยเฉพาะอีลอน มัสก์ ผู้ร่ำรวยที่สุดโลก และ เจฟฟ์ เบซอส (Jeff Bezos) ซีอีโอของแอมะซอน (Amazon) ผู้ร่ำรวยอันดับสองของโลก

"6 พันล้านดอลลาร์เพื่อช่วยเหลือ 42 ล้านคนที่จะเสียชีวิตอย่างแท้จริงหากเราไม่ไปถึงพวกเขา มันไม่ซับซ้อน" ผอ. WFP กล่าว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง :

อีลอน มัสก์ ทวิตตอบกลับว่า "ถ้า WFP สามารถอธิบายได้ว่า 6 พันล้านดอลลาร์จะแก้ปัญหาความหิวโหยของโลกได้อย่างไร ผมจะขายหุ้นของเทสลาทันที และต้องทำบัญชีด้วย แต่ต้องเป็นแบบโอเพ่นซอร์ส เพื่อให้ประชาชนเห็นได้อย่างชัดเจนว่าเงินถูกใช้ไปอย่างไร"

เดวิด บีสลีย์ ตอบกลับมหาเศรษฐีว่า "WFP มีระบบสำหรับความโปร่งใสและการบัญชีโอเพ่นซอร์ส"

"แม้เงิน 6 พันล้านดอลลาร์ไม่สามารถแก้ปัญหาความหิวโหยของโลกได้ แต่จะป้องกันความไม่มั่นคงทางการเมือง การอพยพครั้งใหญ่ และช่วยชีวิตผู้คน 42 ล้านคนให้พ้นจากความอดอยาก วิกฤตการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนและพายุที่สมบูรณ์แบบอันเนื่องมาจากวิกฤตโควิด/ความขัดแย้ง/สภาพภูมิอากาศ" ผอ. WFP กล่าวเสริม

อีลอน มัสก์ มีความมั่งคั่งสูงถึง 3.11 แสนล้านดอลลาร์ (10 ล้านล้านบาท) ตามดัชนีมหาเศรษฐีของบลูมเบิร์ก ทำให้เขากลายเป็นบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในโลก ดังนั้น 6 พันล้านดอลลาร์ที่ WFP เรียกร้องนั้นเทียบเท่ากับประมาณ 2% ของความมั่งคั่งสุทธิของอีลอน มัสก์

มูลค่าสุทธิของมหาเศรษฐี เพิ่มขึ้นเกือบสองเท่านับตั้งแต่การระบาดใหญ่เริ่มต้นขึ้น โดยอยู่ที่ 5.04 ล้านล้านดอลลาร์ในเดือนตุลาคม ตามรายงานของ Institute for Policy Studies และ Americans for Tax Fairness

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว Tesla กลายเป็นบริษัทที่หกในประวัติศาสตร์ของสหรัฐฯ ที่มีมูลค่า 1 ล้านล้านดอลลาร์ และเร็วเป็นอันดับสองในการบรรลุเป้าหมายดังกล่าว รองจากเฟซบุ๊ก (Facebook)

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด

ข่าวที่น่าสนใจ