svasdssvasds

สถานีชาร์จ EV ทางเลือกในการปรับตัวของสถานีบริการน้ำมัน

สถานีชาร์จ EV ทางเลือกในการปรับตัวของสถานีบริการน้ำมัน

ธุรกิจสถานีบริการน้ำมันกำลังถูกกดดันจากกระแส Energy Transition ที่ทั่วโลกรวมถึงไทยที่กำลังพยายามลดการใช้ยานยนต์ที่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิงลง ส่งผลให้ธุรกิจนี้ต้องปรับตัว เพื่อให้สอดรับกับ BCG economy สถานีชาร์จรถ EV จึงเป็นอีกหนึ่งในการปรับตัว

'สถานีชาร์จ EV' เป็นหนึ่งองค์ประกอบสำคัญในห่วงโซ่ยานยนต์ไฟฟ้า (EV value chain) โดยธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้าที่มีแนวโน้มเติบโตอย่างก้าวกระโดด จะส่งผลให้ธุรกิจที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะสถานีชาร์จ EV มีทิศทางขยายตัวตามไปด้วย

Krungthai COMPASS มองว่าสถานีบริการน้ำมันมีโอกาสสร้างรายได้เสริมจากการให้บริการชาร์จ EV เนื่องจากมีข้อได้เปรียบในด้านทำเลที่ตั้ง ซึ่งส่วนมากมักกระจายตามโครงข่ายถนนหลักและถนนรองทั่วประเทศอยู่แล้ว

ทั้งยังมีโอกาสลดภาระทางการเงินโดยร่วมลงทุนจุดชาร์จ EV กับพันธมิตรจากธุรกิจอื่น อย่างไรก็ดี คาดว่าการแข่งขันในระยะข้างหน้าจะสูงขึ้น หลังจากผู้ประกอบการหลากหลายอุตสาหกรรมเข้ามาลงทุนเองมากขึ้น ซึ่งรวมถึงการติดตั้งเครื่องชาร์จไฟฟ้าในที่อยู่อาศัยของผู้ใช้ EV เองอีกด้วย

 

ปัจจุบัน สถานีบริการน้ำมันในไทยเริ่มปรับตัวในการให้บริการชาร์จ EV แล้ว ซึ่ง Krungthai COMPASS ประเมินว่า มูลค่าตลาดสถานีชาร์จ EV ของไทยอยู่ที่ราว 1,300 ล้านบาท ในปี 2021 และจะเติบโต 44.5% CAGR เป็นราว 8,200 ล้านบาท ในปี 2026 โดยมีแรงหนุนสำคัญจากนโยบายส่งเสริม EV ecosystem ของภาครัฐ การตื่นตัวของภาคเอกชนในการลงทุน และการใช้ EV ของประชาชน

ในด้านความคุ้มค่าการลงทุน หากผู้ประกอบการสนใจจะลงทุนสถานีชาร์จ EV ขนาดเล็ก Krungthai COMPASS ประเมินว่าจะมีระยะเวลาในการคืนทุนเบื้องต้นที่ 2.3-2.8 ปี โดยสมมติฐานให้สถานีมีตู้และระบบชาร์จไฟฟ้าแบบธรรมดา หรือ AC charging 1 เครื่อง และแบบชาร์จเร็ว หรือ DC charging 1 เครื่อง

ในปี 2020 ธุรกิจสถานีชาร์จ EV ทั่วโลกมีมูลค่าราว 5.03 พันล้านดอลลาร์ฯ (1.7 แสนล้านบาท) 1 โดย Asia-Pacific เป็นภูมิภาคที่มีรายได้ของธุรกิจสถานีชาร์จ EV สูงที่สุดในโลก โดยมีส่วนแบ่งถึง 61% ของมูลค่ารายได้ทั่วโลกในปี 2020 ซึ่งส่วนมากมาจากจีนที่ครองส่วนแบ่งเกือบทั้งหมดอยู่ที่ราว 92% ของภูมิภาค

รองลงมาเป็นภูมิภาค Europe ที่ครองส่วนแบ่งตลาดอยู่ราว 24% ของมูลค่าธุรกิจสถานีชาร์จ EV ทั่วโลก โดยมีประเทศเยอรมนี ฝรั่งเศส และอังกฤษเป็นผู้นำตลาด และลำดับถัดมาเป็นภูมิภาค North America ที่มีประเทศสหรัฐฯ ครองส่วนแบ่งตลาดอยู่ราว 88% ของภูมิภาค

Cr.Krungthai COMPASS

แนวโน้มของการลงทุนสถานีชาร์จ EV ในประเทศไทยคาดว่าจะเติบโตตามนโยบายการสนับสนุน EV ควบคู่ไปกับนโยบายสนับสนุนสถานีชาร์จไฟฟ้าของภาครัฐ โดยคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติมีเป้าหมายเพิ่มจำนวนเครื่องอัดประจุไฟฟ้าสาธารณะแบบ Fast Charge 2,200-4,400 เครื่อง ในปี 2025 และจะเพิ่มเป็น 12,000 เครื่อง ในปี 2030 ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ทั้งเมืองใหญ่ พื้นที่ท่องเที่ยว จุดแวะพัก และพื้นที่ชุมชน

เพื่อรองรับนโยบายที่ส่งเสริมให้รถยนต์ทุกคันที่ผลิตในไทยจะต้องเป็น EV 100% ในปี 2030 สอดคล้องกับผลการศึกษาที่ตั้งและจำนวนเครื่องอัดประจุยานยนต์ไฟฟ้าแบบ Fast Charge ที่เหมาะสมจาก สำนักนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) ที่ประเมินว่าในปี 2030 ประเทศไทยควรมีสถานีรวม 567 แห่ง และมีจำนวนหัวจ่ายไฟฟ้ารวม 13,251 หัวจ่าย โดย สนพ. มองว่าสถานีชาร์จ EV ราว 90% ควรอยู่ในตัวเมือง ส่วนที่เหลือให้ตั้งในพื้นที่ทางหลวง Cr.Krungthai COMPASS

Krungthai COMPASS ประเมินว่ามูลค่าธุรกิจสถานีชาร์จ EV ในไทยปัจจุบันในปี 2021 จะอยู่ที่ราว 1,300 ล้านบาทและคาดว่าจะเติบโตสูงเฉลี่ยที่ 44.5% CAGR ในช่วงปี 2021-2026 ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางการเติบโตของมูลค่าธุรกิจสถานีชาร์จ EV ใน Rest of Asia ตามการประเมินของ Mordor Intelligence

Cr.Krungthai COMPASS

 

 

Krungthai COMPASS มองว่า 3 ประเด็นสำคัญที่ผู้ประกอบการสนใจที่จะลงทุนพัฒนาสถานีชาร์จ EV ควรทราบ ได้แก่

ประการที่ 1: ผู้ประกอบการที่ลงทุนสถานีชาร์จ EV มาจากหลากหลายอุตสาหกรรม โดยส่วนมากมาจาก 6 กลุ่มหลัก ได้แก่ พลังงาน อิเล็กทรอนิกส์ ยานยนต์ ผู้ผลิตสินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับ EV chain น้ำมัน และหน่วยงานภาครัฐ (รายละเอียดตามรูปที่ 4)

ซึ่งกลุ่มพลังงานเป็นผู้ที่ลงทุนสถานีชาร์จ EV ทั้งในระดับโลกและในไทยมากที่สุด สาเหตุส่วนหนึ่งมาจากบริษัทพลังงานมักได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ และมีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีการผลิตไฟฟ้า อีกทั้งผู้ประกอบการส่วนหนึ่งก็เป็นรัฐวิสาหกิจ เช่น State Grid Corporation of China ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจหนึ่งในสองรายของจีนที่ดำเนินกิจการโครงข่ายไฟฟ้า (Power Grid)

Cr.Krungthai COMPASS

ขณะเดียวกัน การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย หรือ EGAT ก็เป็นรัฐวิสาหกิจที่กำลังรุกลงทุน EV ecosystem ซึ่งรวมถึงสถานีชาร์จ EV เช่นกัน ส่วนบริษัทE&E และรถยนต์ เป็นกลุ่มที่มีองค์ความรู้ที่สามารถต่อยอดธุรกิจเดิมสู่สถานีชาร์จ EV ได้

ประการที่ 2: ผู้ประกอบการสามารถร่วมลงทุนในรูปแบบ Joint Venture ได้ระหว่างกลุ่มพลังงาน (น้ำมันและไฟฟ้า) และกลุ่ม EV chain ยกตัวอย่าง State Grid Corporation of China ที่ร่วมลงทุนกับ BMW บริษัทรถยนต์ เพื่อเพิ่มจำนวนสถานีชาร์จ BMW ในกรุงปักกิ่งเป็นสองเท่า

ส่วนในไทย EA บริษัทผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน นอกจากร่วมลงทุน EV charger กับสถานีบริการน้ำมัน เช่น Caltex แล้ว ยังเป็นพันธมิตรธุรกิจกับผู้ประกอบการอุตสาหกรรมอื่นอีก เช่น ห้างสรรพสินค้า และคอนโดมิเนียม เพื่อขยายสาขาสถานีชาร์จ EV และขยายฐานลูกค้า

ประการที่ 3: พฤติกรรมของผู้ใช้ EV แตกต่างจากผู้ใช้รถเครื่องยนต์สันดาปภายใน โดยปกติ รถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายในมักเติมน้ำมันเชื้อเพลิงที่สถานีบริการน้ำมัน ขณะที่ EV สามารถชาร์จไฟฟ้าได้จากทั้งในที่อยู่อาศัย หรือจุดบริการอื่นๆ

อย่างไรก็ดี Krungthai COMPASS มองว่าการลงทุนในสถานีชาร์จ EV ของสถานีบริการน้ำมันเป็นทางเลือกที่น่าใจในการปรับตัวเพื่อให้สอดรับกับเทรนด์ EV ที่กำลังมา

เนื่องจากสถานีบริการน้ำมันยังมีข้อได้เปรียบในด้านทำเลที่ตั้งที่ส่วนมากอยู่ตามแนวโครงข่ายถนนหลักทั่วประเทศ ทำให้สามารถต่อยอดธุรกิจจากสถานีบริการน้ำมันเดิมไปเป็นสถานีชาร์จ EV ได้ง่าย เห็นได้จากแผนการลงทุนของสถานีบริการน้ำมันรายใหญ่ที่มีแผนขยายสถานีชาร์จ EV ในช่วง 1-2 ปีข้างหน้า

Cr.Krungthai COMPASS

ความคุ้มค่าในการลงทุนสถานีชาร์จ EV จากการปรับตัวของสถานีบริการน้ำมันจะเป็นอย่างไร

Cr.Krungthai COMPASS

สำหรับผู้ประกอบการสถานีบริการน้ำมันในปัจจุบันที่สนใจจะลงทุนสถานีชาร์จ EV ที่ต้องการประเมินความคุ้มค่าก่อนเริ่มลงทุน Krungthai COMPASS ได้ประเมินระยะเวลาในการคืนทุนของสถานีชาร์จ EV ในเบื้องต้นที่ 2.3-2.8 ปี (รูปที่ 6) ในกรณีที่ต่อยอดสถานีบริการน้ำมันเดิม แล้วลงทุนเพิ่มเติมเฉพาะการติดตั้งตู้และระบบชาร์จไฟฟ้าแบบธรรมดาหรือ AC charging 1 เครื่อง และแบบชาร์จเร็ว หรือ DC charging 1 เครื่อง รวมถึงพื้นที่จอดรถ 2 ช่อง

ทั้งนี้ การชาร์จแบบ AC และ DC สามารถใช้ได้ทั้งรถยนต์ Plug-in Hybrid Vehicle (PHEV) ที่มีทั้งระบบเครื่องยนต์สันดาปภายในและแบตเตอรี่ และ BEV ซึ่งเป็นยานยนต์ไฟฟ้าที่ใช้แบตเตอรี่ 100% แต่ PHEV มีแบตเตอรี่ที่ขนาดเล็กกว่า ทำให้ใช้เวลาชาร์จแบบ DC น้อยมาก การชาร์จแบบ AC จึงค่อนข้างตอบโจทย์ต่อ PHEV แล้

สถานีชาร์จ EV ทางเลือกในการปรับตัวของสถานีบริการน้ำมัน

ก่อนเริ่มต้นลงทุนสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าในสถานีบริการน้ำมันเดิมที่มีอยู่แล้ว ผู้ประกอบการสถานีบริการน้ำมันควรเตรียมความพร้อม 4 ประเด็นสำคัญ ได้แก่    

1) ควรพิจารณาความเพียงพอของกระแสไฟฟ้าภายในพื้นที่บริเวณโดยรอบสถานีเชื้อเพลิงเดิม และติดต่อด้านเทคนิคการเชื่อมต่อกับระบบโครงข่ายไฟฟ้าจาก  การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค(กฟภ.) หรือการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.)

2) ควรพิจารณาทำเลที่ตั้งของสถานีเชื้อเพลิงเดิมว่าอยู่ใกล้บริเวณที่มีจุดเชื่อมต่อกับแหล่งจ่ายไฟฟ้าหรือไม่ เนื่องจากหากอยู่ใกล้บริเวณดังกล่าว จะช่วยลดค่าใช้จ่ายในการเดินสายไฟและประหยัดเวลาในการติดตั้ง

3) ควรติดต่อเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นเพื่อขออนุญาตก่อสร้างหรือดัดแปลงสถานีเชื้อเพลิงเดิมที่ต้องการจะเพิ่มจุดชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า โดยการติดตั้งเครื่องอัดประจุไฟฟ้า และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องต้องดำเนินการตามมาตรฐานความปลอดภัยในการก่อสร้างและข้อกำหนดในการขออนุญาตประกอบกิจการสถานีอัดประจุไฟฟ้าด้วย

4) ผู้ประกอบการต้องดำเนินการขออนุญาตในการประกอบกิจการสถานีอัดประจุไฟฟ้า แต่ไม่จำเป็นต้องขอใบอนุญาตประกอบกิจการจำหน่ายไฟฟ้า ในกรณีที่สถานีอัดประจุไฟฟ้าไม่เกิน 1,000 kVA นอกจากนี้ ผู้ประกอบการควรเลือกรูปแบบของหัวชาร์จที่เหมาะสมกับความต้องการใช้งานของผู้ใช้ EV ในแต่ละทำเลที่ตั้ง ซึ่งในแต่ละรูปแบบมีราคาที่แตกต่างกันค่อนข้างมาก เช่น DC charging จะตอบโจทย์ของผู้ใช้ EV ที่ส่วนมากต้องการใช้เวลาชาร์จที่น้อย แต่มีข้อเสียที่ต้นทุนสูง

related
logo-pwa

เพิ่ม Spring News

ลงในหน้าจอหลักของคุณ

ติดตั้ง
ปิด