Spring News

กรมวิทย์ฯจับตา โควิดโอมิครอน BA.4 และ BA.5 พบแล้ว 181 ราย แพร่เร็วขึ้น 1.5 เท่า

24 มิ.ย. 2565 เวลา 6:15 น. 1.3k

กระทรวงสาธารณสุข จับตา โอมิครอน BA.4 และ BA.5 หลังพบผู้ติดเชื้อ 181 ราย เบื้องต้นยังไม่พบผู้ป่วยเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญ ขณะเดียวกันผู้ป่วยที่เคยติดเชื้อโอมิคอนสายพันธุ์ก่อนหน้านี้ สามารถที่จะติดซ้ำได้ ส่วนใหญ่อาการจะไม่รุนแรงเนื่องจากร่างกายยังมีภูมิอยู่

นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ระบุถึงกรณีที่มีข่าวตรวจพบโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอน สายพันธุ์ย่อย BA.4 และ BA.5 ในประเทศไทย ว่า จากการสุ่มตรวจ พบการติดเชื้อ รวม 181 ราย แบ่งเป็น ผู้ที่เดินทางเข้าประเทศไทบ 48 ราย , ติดเชื้อในประเทศ 133 ราย  ส่วนใหญ่พบผู้ติดเชื้อในกรุงเทพมหานคร เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีการสุ่มตัวอย่างมาตรวจมากที่สุด

ขณะที่สัดส่วนการแพร่ระบาดเชื้อโควิด 19 ในประเทศไทยขณะนี้

- ร้อยละ 53.8 โควิดโอมิครอน BA.2

- ร้อยละ 45.8 โควิดโอมิครอน BA.4 และ BA.5 

- ร้อยละ 0.5 เป็นเชื้อโอมิครอน BA.1

โดยประเทศไทยยังคงต้องจับตาอีก 2-3 สัปดาห์ต่อจากนี้  รวมถึงจำนวนผู้ป่วยในโรงพยาบาลด้วย ซึ่งจะร่วมมือกับกรมการแพทย์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหากพบว่ามีผู้ป่วยติดเชื้ออาการหนักเข้ารักษาในโรงพยาบาลขอให้ส่งตัวอย่างเชื้อมาที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ อย่างไรก็ตาม หากต่อจากนี้มีการพบผู้ป่วยติดเชื้อ ที่มีอาการรุนแรงมากขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญ ก็อาจจะต้องทำให้มีการพิจารณามาตรการบางอย่างที่เข้มขึ้น

ส่วนกรณีที่มีการเผยแพร่รายงานข่าวก่อนหน้านี้ พบผู้ป่วยติดเชื้อ BA.4 และ BA.5  จำนวน 81 รายนั้น ทางอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ระบุว่า เป็นข้อมูลที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์รายงานเข้าสู่ระบบฐานกลาง GISAID (จีเซท)

กรมวิทย์ฯจับตา โควิดโอมิครอน BA.4 และ BA.5 พบแล้ว 181 ราย แพร่เร็วขึ้น 1.5 เท่า

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

โควิดโอมิครอน สายพันธุ์ที่น่าห่วงกังวลทั่วโลก

อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ยังระบุอีกว่า ตอนนี้ ทั่วโลก มีสายพันธุ์ที่น่าห่วงกังวลเพียงสายพันธุ์เดียว คือ โอมิครอน ส่วนสายพันธุ์อื่น แถบไม่มีแล้ว   ซึ่งโอมิครอนมีการกลายพันธุ์สายพันธุ์ย่อยอีกหลายสายพันธุ์  แต่ล่าสุด ได้มีการสังเกตเห็นบางตัวที่น่าห่วงกังวล เช่น  BA.4 และ BA.5  โดยในตำแหน่ง ของBA.4 และ BA.5 มีการกลายพันธุ์ที่ตำแหน่งL452Rเหมือนกัน  ซึ่งเป็นตำแหน่งที่เชื้อเดลตา เคยกลายพันธุ์มาก่อน  ซึ่งข้อมูลจากผลวิจัยจากห้องปฏิบัติการ  พบว่า เชื้อ BA.4 และ BA.5 ทำลายปอดและมีอาการปอดอักเสบได้ง่ายขึ้น  แต่ทางข้อมูลทางคลินิกยังไม่มีหลักฐานเพียงพอ

ส่วนข้อกังวล ว่าสายพันธุ์ดังกล่าว จะมีความรุนแรงเหมือนเชื้อเดลตาหรือไม่ แต่ขณะนี้ยังเป็นข้อสันนิษฐานอยู่  ทำให้องค์การอนามัยโลกออกมาประกาศถึงสายพันธุ์ BA.4 และ BA.5 ให้เป็นสายพันธุ์ที่น่าจับตามอง หลังในหลายประเทศพบการติดเชื้อเพิ่มขึ้น

กรมวิทย์ฯจับตา โควิดโอมิครอน BA.4 และ BA.5 พบแล้ว 181 ราย แพร่เร็วขึ้น 1.5 เท่า

ขณะที่ องค์การอนามัยโลกได้มีการวิเคราะห์ข้อมูลพบว่า โควิดโอมิครอน BA.5 น่าจับตาใกล้ชิด กว่า โดยขณะนี้ พบใน 62 ประเทศ ซึ่งสถานการณ์ภาพรวมพบเพิ่มขึ้น อีกไม่นาน BA. 5 จะเป็นสายพันธุ์ที่มีการระบาดไปทั่วโลก ส่วน BA.4 พบใน 58 ประเทศ   ส่วน BA 2.1.2.1 พบ 69 ประเทศ

โดยในหลายประเทศ พบการเพิ่มจำนวนของ BA.5 เพิ่มขึ้น ส่วน BA.4 และ BA.2.1.2 มีแนวโน้มลดลง  ส่วนอัตราการแพร่เร็วของสายพันธุ์ BA. 4 และ BA.5 ข้อมูลที่มีในปัจจุบัน พบชัดเจนว่าสายพันธุ์ดังกล่าวแพร่เร็วกว่าเดิม ประมาณ 1.5 เท่า เมื่อเทียบกับ BA.2  โดยเป็นการพบในห้องปฏิบัติการ ซึ่่งตรงกับข้อมูลในสหราชอาณาจักร และสหรัฐอเมริกา ที่ได้รายงานบนฐานข้อมูลกลาง พบว่า BA.4 และ BA.5  แพร่เร็วกว่า BA .2

นอกจากนี้ยังพบอีกว่า แอนตี้บอดี้ทำลายเชื้อ BA. 4 และ BA.5 ได้น้อยลง  ส่งผลทำให้ยารักษาบางชนิด ที่ต้องตอบสนองกับยาที่กระตุ้นภูมิคุ้มกันน้อยลงไปด้วย

กรมวิทย์ฯจับตา โควิดโอมิครอน BA.4 และ BA.5 พบแล้ว 181 ราย แพร่เร็วขึ้น 1.5 เท่า ทั้งนี้ คนที่เคยติดเชื้อโอมิครอนสายพันธุ์อื่นก่อนหน้านี้ อาจจะติดเชื้อซ้ำสายพันธุ์ BA .4 และ BA.5 ได้  แต่หากได้รับวัคซีนเข็มกระตุ้นก็จะทำให้ร่างกายมีภูมิสู้กับเชื้อได้ดี  พร้อมกันนี้ยังฝากย้ำประชาชน ขออย่าให้ตื่นตระหนกและกังวลจนเกินไป เพราะกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และกระทรวงสาธารณสุขได้มีการเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง

โดยในประเทศไทย ยังคงมีวิธีการเฝ้าระวังสายพันธุ์ที่มีทั้งตรวจแบบเร็วภายใน 1 วัน ยังคงตรวจอยู่ภายในศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ 15 แห่ง ถึงแม้จะมีการลดจำนวนตัวอย่างลง และอีกวิธีที่มีการทำอย่างต่อเนื่อง คือ การถอดรหัสพันธุกรรมทั้งตัวซึ่งใช้ระยะเวลาประมาณ 1 สัปดาห์โดยตรวจตัวอย่างประมาณ สัปดาห์ละ 500-600 ตัวอย่าง โดยได้มีการรายงานผลการตรวจเฝ้าระวังสายพันธุ์ขึ้นระบบฐานข้อมูลกลาง หรือ จีเซท พร้อมยืนยัน ไม่ได้มีการปกปิดข้อมูล รายงานตามจริงที่มีการตรวจ

ขณะเดียวกันอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ได้พูดถึงการผ่อนคลายหน้ากากอนามัยที่วันนี้เป็นวันแรกโดยระบุว่า การใส่หน้ากากอนามัยยังคงมีความจำเป็นอยู่ในสถานการณ์ที่มีคนแออัด คนเยอะ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด

ข่าวที่น่าสนใจ