กีฬา กีฬาจิปาถะ กีฬาต่างประเทศ ข่าว คอลัมน์

กีฬาจิปาถะ : ที่หนึ่งไม่ไหว…

กีฬาจิปาถะ : ที่หนึ่งไม่ไหว…

“ที่หนึ่งไม่ไหว ฉันเต็มใจขอเป็นแค่ที่ 2”

ท่อนฮุกสุดฮิตจากเพลง “ที่หนึ่งไม่ไหว” ของวงไอน้ำ วงป็อปร็อกชื่อดังเมื่อประมาณ 10 ปีที่แล้ว คงจะเป็นเพลงที่เหมาะสมที่สุดสำหรับทัพนักกีฬาไทย ที่เดินทางไปแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 29 ที่ประเทศมาเลเซีย ในเวลานี้

มาเลเซีย โกยเหรียญทองไปไกลแล้ว

เพราะถึงแม้การชิงชัยเหรียญทองจะผ่านไปเพียงแค่ 3 วัน แต่ดูเหมือนการแย่งชิงตำแหน่งเจ้าเหรียญทองจะจบสิ้นลงแล้ว เนื่องจาก “เจ้าภาพ” มาเลเซีย เริ่มโกยเหรียญทองนำหน้าชาติอื่นๆ แบบไม่เห็นฝุ่น ชนิดที่แฟนกีฬาชาวไทยหลายคนต้องอุทานว่า

“พี่ไปเอาเหรียญทองมาจากไหนครับ”

จักรยาน เป็นอีกหนึ่งชนิดกีฬาที่มาเลเซียทำได้ดี

โดยผ่านไป 3 วัน มาเลเซีย โกยเหรียญทองไปแล้ว 24 เหรียญ ทิ้งห่าง สิงคโปร์ ที่ตามมาห่างๆ เป็นอันดับ 2 ถึง 11 เหรียญทอง ส่วน ทัพนักกีฬาไทย ของเรายิ่งไม่ต้องพูดถึงตอนนี้รั้งอันดับ 5 ของตารางคะแนน โดยเพิ่งจะคว้าไปเพียง 6 เหรียญทองเท่านั้น

แต่ถ้าถามว่า การที่ มาเลเซีย ได้เหรียญทองมากมายตั้งแต่วันแรกๆ เป็นเรื่องที่น่าแปลกใจหรือไม่ กีฬาจิปาถะ ตอบได้เลยครับว่า ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจอะไร เพราะถ้าหากลงลึกไปดูชนิดกีฬาที่ “เจ้าภาพ” จัดแข่งขันแล้ว ส่วนใหญ่ก็เป็นชนิดกีฬาที่พวกเขาถนัดแทบทั้งสิ้น และมักจะทำได้ดีในเอเชี่ยนเกมส์ หรือ โอลิมปิกเกมส์ด้วย
อย่างเช่น ยิงธนู “มาเลเซีย” ได้รับการยกย่องว่า เป็นชาติแถวหน้าของกีฬาชนิดนี้ในอาเซียน จึงไม่น่าแปลกใจเลยว่า เราจะเห็นอีเวนท์ยิงธนู ชิงชัยกันอย่างมากมาย และ มาเลเซีย ก็คว้าเหรียญทองได้เกือบทุกอีเวนท์

หรือจะเป็นกีฬาทางน้ำ ที่มาเลเซีย ค่อนข้างถนัด โดยเฉพาะในอีเวนท์กระโดดน้ำ พวกเขาเคยก้าวไปคว้าได้ถึงเหรียญเงินโอลิมปิกเกมส์ 2016 ที่ประเทศบราซิล ในประเภทแพลตฟอร์ม 10 เมตรหญิงคู่ ส่วน กีฬาว่ายน้ำ นักกีฬามาเลเซีย ก็ทำผลงานได้ดีในหลายๆ อีเวนท์ จึงทำให้ในซีเกมส์ครั้งนี้มีอีเวนท์กีฬาว่ายน้ำ กระโดดน้ำ บรรจุชิงชัยเหรียญทองกันมากถึง 40-50 เหรียญทอง

ทัพโรบินฮู้ดเสือเหลือง เก็บเหรียญทองเป็นว่าเล่น

ที่สำคัญกีฬาที่พวกเขาไม่เก่ง และไม่มีโอกาสลุ้นเหรียญ รวมถึงเป็นกีฬาที่ “เต็ง 1” อย่าง ไทย ทำได้ดีทั้ง ยกน้ำหนักประเภทหญิง หรือ มวยสากลสมัครเล่นหญิง มาเลเซีย ก็ไม่จัด เพราะพวกเขาให้เหตุผลสั้นว่า “ไม่มีลุ้น”

แต่ในส่วนของกีฬาที่ตัวเองถนัด และมีลุ้นเหรียญรางวัล นอกจากจะจัดกันเยอะแยะมากมายแล้ว “เจ้าภาพ” ก็จะกำหนดอีเวนท์ให้ชาติอื่นๆ ในการส่งนักกีฬาเข้าแข่งด้วย

ที่เห็นได้เด่นชัดที่สุดก็คือ เซปักตะกร้อ ที่ใน ซีเกมส์ ครั้งนี้แข่งขันกันทั้งหมด 5 อีเวนท์ ประกอบด้วย เซปักตะกร้อทีมเดี่ยว-ทีมชุด, ตะกร้อคู่ทีมเดี่ยว-ทีมชุด, ตะกร้อ 4 คน แต่ มาเลเซีย กำหนดให้ทุกชาติรวมถึง ไทย ส่งแข่งขันได้เพียงแค่ 3 ประเภท ส่วนพวกเขาใช้อภิสิทธิ์ความเป็น “เจ้าภาพ” ส่งแข่งขันได้ครบทั้ง 5 อีเวนท์เพียงแค่ชาติเดียว
นี่ยังไม่รวมกีฬาที่ใช้สายตา และให้คะแนนในการตัดสิน ทั้ง มวยสากลสมัครเล่น, เทควันโด, ปันจักสีลัต หรือ ยิมนาสติก ที่ “เจ้าภาพ” น่าจะได้ประโยชน์จากการให้คะแนนของกรรมการ และน่าจะคว้าเหรียญทองในกีฬาพวกนี้อีกมากมายเช่นกัน

กีฬาทางน้ำ มาเลเซีย บรรจุแข่งขันจำนวนมาก

ซึ่งดูจากเหตุผลข้างต้นทั้งหมดแล้ว เป้าหมายที่ทัพนักกีฬาไทยวางเอาไว้ที่ 109 เหรียญทอง ก่อนจะเดินทางไปแข่งขัน คงจะเป็นเรื่องยากที่อาจเอื้อมไปถึงได้ ยิ่งตำแหน่ง “เจ้าเหรียญทอง” ยิ่งไม่ต้องพูดถึง เพราะแค่คว้าอันดับ 2, 3, 4 ในตารางการแข่งขันยังยากเลยในเวลานี้

ดูแล้วสิ่งที่นักกีฬาไทยทำได้ในเวลานี้ นอกจากจะต้อง “ทำใจ” แล้ว ก็คือ ทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด ลงไปเล่นทุกแมตช์การแข่งขันให้เต็มที่ เพื่อตอบแทนคนไทยทั้งชาติที่เฝ้าคอยให้กำลังใจ โดยถ้าหากทุกคนลงไปเล่นอย่างเต็มที่ เต็มความสามารถ ถึงแม้จะไม่ได้เหรียญทองมาก็เชื่อว่า แฟนกีฬาทุกคนเข้าใจ

ส่วนเป้าหมายในการเป็นเจ้าเหรียญทองนั้น บอกได้คำเดียวเลยครับว่า เลิกคิดไปเลย เอาเวลาไปทำอย่างอื่นดีกว่า เพราะมันไม่มีทางเป็นไปได้จริงๆ

กีฬาที่ใช้สายตาให้คะแนน คงต้องทำใจไว้แต่เนิ่นๆ

ขอบคุณภาพจาก kualalumpur2017.com