เปิดใจ 2 รุ่นพี่ “พลทหารนพดล”

23 ส.ค. 2560 เวลา 9:40 น.

ติดตามข่าวสารได้ที่ https://www.springnews.co.th

2 พลทหารรุ่นพี่ ของ “ทหารนพดล” ที่เสียชีวิต ยอมรับรู้สึกกังวลกับข่าวที่ออกไป เพราะไม่ตรงกับความจริง และกลัวกระแสสังคมจะมองไปในทางที่ผิด

จากกรณี พลทหารนพดล วรกิจพันธุ์ หรือ “ทหารนพดล” ทหารเกณฑ์ค่ายวิภาวดีรังสิต จ.สุราษฎร์ธานี เสียชีวิตอย่างไม่ทราบสาเหตุ ซึ่งขณะนั้นมีผู้อยู่ในเหตุการณ์เป็น 2 พลทหารรุ่นพี่ ที่แอบหนีค่ายเพื่อไปเที่ยวงานบิ๊กไบค์ด้วยกัน โดยได้ยอมเปิดใจกับสื่อเป็นครั้งแรก หลังจากก่อนหน้านี้มีความกังวลมาโดยตลอด เพราะจากข่าวที่ถูกนำเสนอออกไปในหลายสื่อนั้นไม่ตรงกับความเป็นจริงเท่าใดนัก และกลัวว่าสังคมจะมองตนเองผิดไป

เปิดใจ 2 รุ่นพี่ “พลทหารนพดล”

โดยพลทหารทั้งสอง เปิดเผยว่า ในวันเกิดเหตุหลังจากญาติพาพลทหารนพดลฯ กลับเข้าค่ายหลังจากรับไปทำบุญในช่วงเช้า ก็ได้วางแผนกันว่าจะหลบออกจากค่ายไปเที่ยวงานบิ๊กไบค์ ที่ อ.ท่าชนะ โดยเดินทางไปเอารถจักรยานยนต์ที่บ้านพลทหารนพดล 2 คัน เพื่อออกมาเตรียมขับขี่ไปเที่ยวงาน แต่พบว่าน้ำมันหมด รถสตาร์ทไม่ติด พลทหารนพดล จึงออกไปซื้อน้ำมันนานประมาณ 10 นาที ก่อนจะกลับมาเติม แล้วสตาร์ทรถต่อจนติด ต่อมาจึงสตาร์ทรถคันที่สอง แต่สตาร์ทได้เพียงไม่กี่ครั้ง พลทหารนพดล ก็บอกว่าเหนื่อย ให้พลทหารรุ่นพี่สตาร์ทต่อ ก่อนจะขอตัวเข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้าในบ้าน แต่รุ่นพี่ทั้งสอง รออยู่นานประมาณ 15 นาที จึงให้ญาติพลทหารนพดลไปดูให้ และกลับออกมาบอกว่าเห็นพลทหารนพดลนอนหลับอยู่ในห้องแล้ว ซึ่งทั้งสองคนเห็นว่าผิดสังเกต เพราะตกลงกันแล้วว่าจะไปเที่ยวงาน จึงได้เข้าไปดู และเห็นพี่สาวพลทหารนพดล กำลังนั่งปลุกอยู่ เพราะพบว่าหมดสติไปแล้ว จึงช่วยกันปั๊มหัวใจนานประมาณ 30 นาที ก่อนรีบนำส่งโรงพยาบาลทันที และเสียชีวิตในเวลาต่อมา โดยเหตุการณ์นี้ สร้างความเสียใจให้กับทั้งสองคนเป็นอย่างมาก ซึ่งขอยืนยันว่าไม่มีใครทำร้ายพลทหารนพดลแน่นอน เพราะอยู่กันเหมือนพี่น้อง โดยพลทหาร 2 นายนี้ ได้ถูกสั่งขังตามระเบียบทหาร เนื่องจากหนีเที่ยวผิดวินัยของค่าย

เปิดใจ 2 รุ่นพี่ “พลทหารนพดล”

ขณะที่ พลตรี วิชัย ทัศนมณเฑียร ผู้บังคับการมณฑลทหารบกที่ 45 ได้เดินทางไปร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลศพ “พลทหารนพดล” เมื่อช่วงค่ำที่ผ่านมา(22 ส.ค.) ที่วัดโพธิ์นิมิต ตำบลบางกุ้ง อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี พร้อมข้าราชการทหารระดับสูงของค่าย ร่วมถึงครูฝึกมาร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลศพด้วย ซึ่งบรรยากาศเป็นไปด้วยความโศกเศร้า ทั้งนี้ ได้มอบเงินบำรุงขวัญตามระเบียบกรณีกำลังพลเสียชีวิตในทุกกรณี รวมถึงเงินส่วนตัวจำนวนหนึ่ง เพื่อให้ญาติได้ใช้จ่ายในพิธีบำเพ็ญกุศลศพ ซึ่งหลังจากนี้ญาติจะดำเนินพิธีกรรมทางศาสนาตามปกติ โดยมีกำหนดการฌาปนกิจศพในวันที่ 26 ส.ค.นี้ ส่วนสาเหตุการเสียชีวิตต้องรอผลทางนิติวิทยาศาสตร์อย่างเป็นทางการจากแพทย์ของทั้ง 2 โรงพยาบาล และการสอบสวนสืบสวนของตำรวจ ซึ่งคาดว่าผลจะออกในอีก 2 สัปดาห์

นอกจากนี้ ผู้บังคับการมณฑลทหารบกที่ 45 กล่าวว่าจากเหตุการณ์ครั้งนี้ ทำให้ทางค่ายเพิ่มการตรวจสอบ และมาตรการควบคุมมากขึ้น รวมถึงมอบนโยบายผู้ใต้บังคับบัญชา โดยกำชับว่าแม้ทหารเกณฑ์จะเป็นยศที่ต่ำสุดในค่ายทหาร แต่ควรให้เกียรติและรักพวกเขาให้มากที่สุด และสร้างคนดีของสังคม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด