New Balance ยื่นฟ้อง Decathlon ปมทำโลโก้รองเท้า Kiprun คล้ายอักษร N

New Balance ยื่นฟ้อง Decathlon ปมทำโลโก้รองเท้า Kiprun คล้ายอักษร N

New Balance ยื่นฟ้อง Decathlon ต่อศาลสหรัฐฯ ปมรองเท้า Kiprun ใช้โลโก้กลับด้านคล้ายอักษร N เข้าข่ายละเมิดเครื่องหมายการค้า หวั่นผู้บริโภคสับสนจี้สั่งห้ามขาย

SHORT CUT

  • New Balance ยื่นฟ้อง Decathlon ต่อศาลสหรัฐฯ อ้างว่าสัญลักษณ์ของ Kiprun ที่อ้างว่าเป็นตัว K จากบล็อกสตาร์ท ถูกนำมากลับด้านจนกลายเป็นอักษร N ซึ่งละเมิดเครื่องหมายการค้าอันยาวนานเกือบ 50 ปี พร้อมเรียกร้องให้ระงับการขายและสั่งทำลายสินค้า
  • จุดแข็งในคดีของ New Balance คือการใช้โพสต์บนโซเชียลมีเดียของนักวิ่งจริง และข้อความยอมรับจากทีมออกแบบของ Decathlon เพื่อยืนยันว่าผู้บริโภคเกิดความสับสนในแบรนด์จริงตามหลักกฎหมายเครื่องหมายการค้า
  • การปะทะกันเกิดขึ้นทันทีหลัง Kiprun บุกตลาดสหรัฐฯ โดยส่งรองเท้าสายแข่งขันชนกับไลน์อัปตัวท็อปของ New Balance โดยตรง บนชั้นวางและระดับราคาเดียวกัน ซึ่งหากไม่สามารถไกล่เกลี่ยได้ อาจต้องเผชิญค่าใช้จ่ายทางคดีที่สูงถึงฝ่ายละหลายล้านดอลลาร์

New Balance ยื่นฟ้อง Decathlon ต่อศาลสหรัฐฯ ปมรองเท้า Kiprun ใช้โลโก้กลับด้านคล้ายอักษร N เข้าข่ายละเมิดเครื่องหมายการค้า หวั่นผู้บริโภคสับสนจี้สั่งห้ามขาย

วงการรองเท้าวิ่งระดับโลกต้องจับตามองอีกครั้ง เมื่อ New Balance ยื่นฟ้องบริษัทย่อยของ Decathlon ผู้ค้าปลีกอุปกรณ์กีฬารายใหญ่ ต่อศาลแขวงแมสซาชูเซตส์ สหรัฐอเมริกา ในข้อหาละเมิดเครื่องหมายการค้า

โดยระบุว่า 'สัญลักษณ์บนรองเท้าวิ่งแบรนด์ Kiprun มีลักษณะลอกเลียนแบบโลโก้อักษร 'N' อันเป็นเอกลักษณ์ของ New Balance จนอาจสร้างความสับสนให้แก่ผู้บริโภค พร้อมยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งระงับการจัดจำหน่ายและเรียกคืนสินค้าทั้งหมดเพื่อนำไปทำลาย

CREDIT : decathlon

New Balance ยื่นฟ้อง Decathlon ปมทำโลโก้รองเท้า Kiprun คล้ายอักษร N

'New Balance' ส่งฟ้อง 'Kiprun' เพราะ 'โลโก้คล้าย N' 

ข้อพิพาทนี้มีจุดเริ่มต้นจากการรีแบรนด์ของ Kiprun ในปี 2025 โดย Decathlon ระบุว่าโลโก้ใหม่ดังกล่าวคืออักษร 'K' ในทรงเหลี่ยมมุม ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจาก 'บล็อกสตาร์ท' ของลู่วิ่ง

CREDIT :

New Balance โต้แย้งว่าในการใช้งานจริง ทั้งบนสื่อการตลาดและบนตัวรองเท้า มีการนำสัญลักษณ์ดังกล่าวมาใช้ในลักษณะกลับด้านหรือสะท้อนเงา ซึ่งทำให้ภาพที่ปรากฏออกมานั้น 'กลายเป็นตัว N อย่างปฏิเสธไม่ได้'

CREDIT : REUTERS

New Balance ระบุว่าได้ส่งหนังสือแจ้งเตือนไปยัง Decathlon ตั้งแต่เดือนมกราคม เพื่อขอให้ปรับเปลี่ยนการออกแบบ แต่ได้รับการปฏิเสธ โดย Decathlon ยืนกรานว่าสัญลักษณ์ดังกล่าวคือตัว K ทาง New Balance จึงมองว่าคำชี้แจงดังกล่าวเป็นความจริงเพียงครึ่งเดียว

ก่อนที่ Kiprun จะเริ่มบุกตลาดสหรัฐฯ อย่างเป็นทางการเมื่อเดือนเมษายน 2026 ผ่าน 3 โมเดลเรือธง และวางจำหน่ายในร้านวิ่งเฉพาะทางชั้นนำอย่าง Running Warehouse และ Run Moore ล่าสุด New Balance จึงระบุชื่อรองเท้าที่เข้าข่ายละเมิดถึง 8 รุ่น ตั้งแต่รุ่นราคา 130 ดอลลาร์ไปจนถึงรุ่นท็อปราคา 350 ดอลลาร์

ด้วยส่วนต่างราคาที่ถูกกว่า การปล่อยให้สินค้าที่มีโลโก้คล้ายกันวางจำหน่ายต่อไป อาจส่งผลกระทบโดยตรงต่อส่วนแบ่งการตลาดของ New Balance อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะอาจทำให้กลุ่มนักวิ่งเกิดความลังเลและหันไปเลือกรองเท้าทางเลือกที่ 'ราคาประหยัดกว่า'

CREDIT : runrepeat

ความน่าสนใจสำคัญของคดีนี้อยู่ที่กลยุทธ์การยื่นหลักฐาน เนื่องจากหัวใจสำคัญของคดีละเมิดเครื่องหมายการค้าไม่ได้ตัดสินเพียงความเหมือนของภาพร่าง แต่ตัดสินจาก 'ความน่าจะเป็นที่จะเกิดความสับสนในหมู่ผู้บริโภค' รวมถึงความสับสนเมื่อมีผู้สวมใส่วิ่งบนท้องถนน

New Balance ได้ยื่นหลักฐานจากโพสต์บน Reddit, คลิปวิดีโอบน YouTube และ Instagram Reels ซึ่งเผยให้เห็นว่ากลุ่มนักวิ่งและผู้ใช้งานทั่วไปมองโลโก้ดังกล่าวเป็น 'ตัว N' อย่างชัดเจน

CREDIT : Kiprun

ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีการแนบหลักฐานความเห็นของบุคคลที่ระบุว่า หัวหน้านักออกแบบรองเท้าของ Decathlon เองที่เคยยอมรับว่าลูกค้าเข้าใจผิดในลักษณะดังกล่าวจริง ทนายความด้านเครื่องหมายการค้าชี้ว่า หลักฐานที่เกิดจากปฏิกิริยาตามธรรมชาติของสาธารณชนเช่นนี้ ทำให้ New Balance กุมความได้เปรียบทางรูปคดีอย่างมาก

CREDIT : runrepeat

การฟ้องร้องครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ Decathlon กำลังยกระดับ Kiprun สู่ตลาดพรีเมียม โดยส่งรองเท้าเรซซิ่งคาร์บอนอย่าง Kipstorm Elite วางขายในราคา 255 ดอลลาร์ ซึ่งชนกับ FuelCell SuperComp Elite v4 ของ New Balance โดยตรง ท่ามกลางกระแสการแข่งขันในตลาดรองเท้าคาร์บอนที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด

สำหรับ New Balance โลโก้อักษร N ถูกใช้งานมาตั้งแต่ปี 1976 บนรุ่นคลาสสิก 320 และได้รับการจดทะเบียนคุ้มครองอย่างเข้มงวดมาเกือบ '50 ปี'

โดยก่อนหน้านี้แบรนด์เคยชนะคดีหรือทำข้อตกลงยอมความกับแบรนด์ดังอย่าง Michael Kors และ Nautica มาแล้ว ทั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญประเมินว่าค่าใช้จ่ายในการต่อสู้คดีลักษณะนี้อาจสูงถึง 1-5 ล้านดอลลาร์ต่อฝ่าย ซึ่งอาจเป็นปัจจัยที่ผลักดันให้ทั้งสองยักษ์ใหญ่เปิดโต๊ะเจรจาไกล่เกลี่ยก่อนคดีจะลุกลามสู่ชั้นศาลเต็มรูปแบบ

ที่มา : REUTERS

related