สตง.แถลงผลสอบงบ 'ไทยพีบีเอส' ชี้คนในร้องเอง จ่อฟันผิดรายบุคคล

สตง.แถลงผลสอบงบ 'ไทยพีบีเอส' ชี้คนในร้องเอง จ่อฟันผิดรายบุคคล

สตง. เผยคนในไทยพีบีเอส ยื่นหลักฐานร้องเรียนการใช้งบส่อผิดระเบียบ แจงตั้งทีมลุยสอบตั้งแต่ ม.ค. 69 คลอดรายงานแล้ว 2 ฉบับ พร้อมจ่อสรุปชี้มูลความผิดรายบุคคลเร็วๆ นี้

SHORT CUT

  • สตง. แถลงผลการตรวจสอบการใช้จ่ายเงินของ ThaiPBS พบข้อบกพร่องและก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐกว่า 230 ล้านบาท โดยมีจุดเริ่มต้นจากการร้องเรียนของเจ้าหน้าที่ภายในองค์กรเอง
  • การตรวจสอบครอบคลุม 3 ประเด็นหลัก ได้แก่ การจัดซื้อจัดจ้าง, ประสิทธิภาพองค์กร และความผิดรายบุคคล ซึ่งมีผู้เกี่ยวข้องกว่า 10 ราย
  • สตง. เตรียมสรุปผลสอบความผิดเฉพาะบุคคลในเร็วๆ นี้ หากพบพฤติการณ์ทุจริตจะส่งเรื่องต่อไปยัง ป.ป.ช. เพื่อดำเนินการเอาผิดตามกฎหมาย

สตง. เผยคนในไทยพีบีเอส ยื่นหลักฐานร้องเรียนการใช้งบส่อผิดระเบียบ แจงตั้งทีมลุยสอบตั้งแต่ ม.ค. 69 คลอดรายงานแล้ว 2 ฉบับ พร้อมจ่อสรุปชี้มูลความผิดรายบุคคลเร็วๆ นี้

วันที่ 14 ต.ค. 2569 สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) แถลงข่าวเรื่องผลการตรวจสอบการใช้จ่ายเงินขององค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย หรือไทยพีบีเอส โดยการแถลงมีขึ้นหลังกรณีการใช้จ่ายเงินหรือการใช้ประโยชน์ กรณีการจ้างผลิตรายการ และการจ่ายเงินค่าตอบแทนพิธีกรและแขกรับเชิญ ขององค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) ผลการตรวจสอบปรากฏว่า มีข้อบกพร่องเนื่องจากเจ้าหน้าที่ไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ มติคณะรัฐมนตรี หรือแบบแผนการปฏิบัติราชการ ไม่ปฏิบัติตามกฎหมายวินัยการเงินการคลังของรัฐและก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐหรือหน่วยรับตรวจ

จากเดิมที่มีข่าวเรียกชดใช้ประมาณ 85 ล้านบาท ทำให้ยอดรวมเพิ่มเป็นกว่า 230 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นค่าแขกรับเชิญและพิธีกรกว่า 214 ล้านบาท และค่าจ้างผลิตรายการข่าวกว่า 15 ล้านบาท ประเด็นตรวจสอบตามข้อมูลที่ระบุ ครอบคลุมการใช้งบจ้างผลิตรายการ การเบิกจ่ายค่าตอบแทน เช่น ค่าพิธีกร การใช้รถหลวงย้อนหลัง 5 ปี และการดำเนินการทางวินัยกับผู้เกี่ยวข้อง ซึ่งมีรายงานจำนวนผู้เกี่ยวข้องกว่า 10 ราย

สตง.แถลงผลสอบงบ 'ไทยพีบีเอส' ชี้คนในร้องเอง จ่อฟันผิดรายบุคคล

นายสุทธิพงษ์ บุญนิธิ รองผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน และโฆษก สตง. พร้อมทีมตรวจสอบ แถลงผลการตรวจสอบการใช้จ่ายเงินขององค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย หรือไทยพีบีเอส ระบุว่า เรื่องนี้มีจุดเริ่มต้นตั้งแต่ช่วงปลายปี 2568 เมื่อ สตง. ได้รับเรื่องร้องเรียนพร้อมเอกสารหลักฐานโดยตรงจากเจ้าหน้าที่ภายในไทยพีบีเอสเอง เกี่ยวกับการใช้จ่ายเงินที่อาจไม่เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ มติคณะรัฐมนตรี และแบบแผนทางราชการ รวมถึงมีข้อกล่าวหาว่ามีเจตนาทำให้องค์กรเกิดความเสียหาย

 

สำหรับประเด็นข้อร้องเรียนที่นำมาสู่การตรวจสอบในครั้งนี้ ครอบคลุมเรื่องสำคัญ 3 ด้านหลัก ได้แก่ การจัดหาผู้ทำข่าว, การใช้ทรัพย์สินขององค์กรโดยเจ้าหน้าที่ระดับสูง ที่อาจไม่เป็นไปตามระเบียบและกฎหมาย และปัญหาการบริหารงานที่ไม่มีประสิทธิภาพ

ซึ่ง สตง. มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายในการเข้าตรวจสอบข้อร้องเรียนดังกล่าว และเนื่องจากไทยพีบีเอสถือเป็นองค์กรสื่อสาธารณะขนาดใหญ่ ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินจึงจำเป็นต้องตั้งคณะทำงานชุดใหญ่ขึ้นมารับผิดชอบการตรวจสอบเรื่องนี้โดยเฉพาะ

สตง.แถลงผลสอบงบ 'ไทยพีบีเอส' ชี้คนในร้องเอง จ่อฟันผิดรายบุคคล

เปิดคำสั่งลุยสอบ 3 มิติ ตั้งแต่ 26 ม.ค. 69 

เพื่อความรอบด้านและโปร่งใส ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินได้ลงนามแต่งตั้งคณะทำงานตรวจสอบตั้งแต่วันที่ 26 มกราคม 2569 โดยมี น.ส.มธุลีห์ ผู้ตรวจเงินแผ่นดิน รับหน้าที่เป็นหัวหน้าคณะทำงาน ซึ่งได้แบ่งกรอบการตรวจสอบออกเป็น 3 ส่วนสำคัญ คือ หนึ่ง ตรวจสอบการจัดซื้อจัดจ้างและการจัดหาว่าเป็นไปตามระเบียบข้อบังคับหรือไม่ สอง ตรวจสอบผลสัมฤทธิ์และประสิทธิภาพในการดำเนินงานขององค์กร และ สาม ตรวจสอบความผิดเฉพาะบุคคล

คลอดรายงานผลสอบแล้ว 2 ฉบับ จี้ทำแผนพัฒนาองค์กร

โฆษก สตง. ระบุว่า ผลการตรวจสอบจนถึงปัจจุบันได้มีการออกรายงานผลการตรวจสอบเสร็จสิ้นแล้วจำนวน 2 ฉบับ โดยฉบับแรก เป็นการตรวจสอบผลสัมฤทธิ์และประสิทธิภาพขององค์กร ซึ่งออกรายงานไปเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2569 ขณะนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนให้ไทยพีบีเอส จัดทำแผนพัฒนาตามข้อเสนอแนะ

ขณะที่ ฉบับที่สอง เป็นรายงานการตรวจสอบการปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบด้านการจัดซื้อจัดจ้าง ซึ่งออกรายงานเมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2569 และได้มีการเปิดเผยข้อมูลบางส่วนให้สื่อมวลชนรับทราบไปก่อนหน้านี้

 

ประเด็นสำคัญที่สุดที่สังคมกำลังจับตามอง คือ การตรวจสอบความผิดเฉพาะบุคคลของเจ้าหน้าที่ ซึ่งในส่วนนี้ สตง. ยังไม่ได้ออกรายงานอย่างเป็นทางการ แต่คาดว่าจะแล้วเสร็จและสรุปได้ในเร็ววันนี้ ทั้งนี้ หากรายงานฉบับดังกล่าวพบพฤติการณ์ที่น่าเชื่อว่ามีการทุจริต ทาง สตง. มีแนวโน้มจะส่งสำนวนเรื่องต่อไปยังคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อดำเนินการเอาผิดตามกฎหมายต่อไปทันที

สตง. แจงเหตุผลสอบนาน 9 เดือน ยันให้สิทธิชี้แจงเต็มที่ก่อนแถลง

ต่อข้อซักถามถึงระยะเวลาการทำงานที่ยาวนานกว่า 9 เดือน (ตั้งแต่ตั้งคณะทำงาน 26 ม.ค. 69 จนออกรายงานในเดือน ต.ค.) นายสุทธิพงษ์ ชี้แจงว่า เป็นเพราะ สตง. ต้องทำงานด้วยความละเอียดรอบคอบ รวบรวมพยานหลักฐานและข้อเท็จจริงให้ครบถ้วนที่สุด เนื่องจากตระหนักดีว่าการออกรายงานย่อมส่งผลกระทบต่อองค์กร พร้อมทั้งยืนยันว่ากระบวนการทั้งหมดเป็นไปตามกฎหมาย และได้เปิดโอกาสให้ผู้เกี่ยวข้องเข้าชี้แจงเหตุผลต่อข้อทักท้วงอย่างครบถ้วน ก่อนสรุปและแถลงต่อสาธารณชน 

related