
สปริงนิวส์ ได้สัมภาษณ์กลุ่มผู้สมัครกทม. พรรคพลังประชารัฐ ที่นายสกลธี ภัทธิยกุล กรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ บอกว่าพวกเขาคือกลุ่มนิวเจนของพลังประชารัฐ ซึ่งเป็นกลุ่มคนไฟแรงและมีความสามารถในการทำงานเพื่อประเทศชาติ
คุณระพีพัฒน์ สุเมธโชติเมธา เบอร์ 2 เขต 25 เขตทุ่งครุ ราษฎร์บูรณะ (ยกเว้นแขวงบางปะกอก) แสดงความคิดเห็นว่า เราอยากเน้นในเรื่องของการเพิ่มภาษีให้ท้องถิ่น สร้างรายได้ใหม่ๆ เข้าประเทศ ชูเรื่องการท่องเที่ยวในชุมชน
นอกจากนี้ เมื่อทีมข่าวถามเกี่ยวกับความคิดเห็นที่ประชาชน มองว่าพรรคพลังประชารัฐ เป็นพรรคของคนแก่หรือเป็นพรรคของลุงป้อม คุณระพีพัฒน์ กล่าวว่า เราไม่ปฏิเสธเรื่องหัวหน้าพรรคของเราคือลุงป้อม และเราเชื่อมั่นในความสามารถของลุงป้อมในการพัฒนาประเทศ
ขณะเดียวกัน เราก็อยากจะตอบประชาชนที่เราเข้าไปหาเสียงว่า สิ่งที่เราอยากจะเข้าไปทำและตอบสนองแก่ประชาชนในท้องที่นั้น คือสิ่งที่เราตั้งใจ เพราะแต่ละท้องที่ มีปัญหาไม่เหมือนกัน เราจะนำเสนอสิ่งที่เหมาะสมและใช้งานให้เกิดประโยชน์ได้จริง
ส่วนที่มองว่าพรรคเราเป็นคนแก่นั้น เราคิดว่าอายุเป็นเพียงตัวเลขที่ความสามารถและมันสมองของเราต่างหากที่จะเป็นตัวบอกให้ประชาชนทราบว่าเราแก่หรือไม่
นอกจากนี้ คุณระพีพัฒน์ ยังบอกอีกว่า เขาชอบการเดินลงพื้นที่หาเสียงชอบไปเจอและพูดคุยกับประชาชนในพื้นที่มาก
"ผมเจอพี่น้องในพื้นที่เข้าใจผมผิดๆ มากมาย มีทั้งเข้าใจว่า สีฟ้าคือสีของประชาธิปัตย์ พลังประชารัฐคือพรรคลุงตู่ ซึ่งผมคิดว่าเรื่องการเมืองจะเข้าถึงประชาชนทุกคนได้ ก็คือตัวแทนของพรรคอย่างพวกเราเข้าไปคุยและสร้างความมั่นใจให้มากที่สุด และเจอพวกเขาให้บ่อย เพื่อสร้างความมั่นใจ ซึ่งผมชอบที่จะไปเจอประชาชน"
ดังนั้น สิ่งที่กลุ่มพลังประชารัฐนิวเจน ต้องเร่งสื่อสารภาพให้กับประชาชนได้รับรู้คือ นี่เป็นยุคใหม่ของพลังประชารัฐ
ทั้งนี้ นายสกลธี ภัทธิยกุล กรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ เคยแสดงความคิดเห็นไว้ว่า ทางพรรคน่าจะได้ 60-70 ที่นั่ง ส่วนโพลที่บอกว่าน่าจะได้น้อยกว่านั้น เราเชื่อมั่นว่าเราน่าจะทำได้ดีกว่าผลโพล
อ่านข่าวอื่นๆ เพิ่มเติม
นอกจากนี้ ยังมีการแสดงวิสัยทัศน์ที่น่าสนใจของคุณสุชาดา เวสารัชตระกูล เบอร์ 3 เขต 10 และ คุณสาโรจน์ ซึ้งไพศาลกุล เบอร์ 12 เขต 27 แสดงวิสัยทัศน์เกี่ยวกับสิ่งที่ต้องการจะลงมือทำในเขตของตนเอง
หมายเลข 3 เขต 10 ดอนเมือง ภญ.สุชาดา เวสารัชตระกูล ได้ชูนโยบายว่า การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นการลงสมัครครั้งแรก แต่ส่วนตัวเป็นคนที่ดูแลพื้นที่เขตดอนเมืองนานเกือบ 10 ปี เน้นการดูแลเรื่องการศึกษาของคนในพื้นที่
เรื่องปัญหาปากท้องนั้น พรรคพลังประชารัฐมีนโยบายที่จะเข้าไปช่วยแก้ปัญหา สร้างเศรษฐกิจใหม่ นำของดีแต่ละพื้นที่ออกมาโชว์ คาดว่าจะสร้างมูลค่าทางรายได้เข้าประเทศกว่า 3 แสนล้านบ้าง
นอกจากนี้ ดอนเมืองมีสนามบิน เป็นศูนย์กลางการเดินทางกลับเข้าสู่กทม. หากเราสามารถหยุดรถเหล่านี้ให้เที่ยว กิน และใช้เงินภายในดอนเมือง ก็เชื่อว่าจะทำให้เขตนี้พัฒนา
ทั้งนี้ กองทุน 3 แสนล้านในการพัฒนากรุงเทพให้เงินพัฒนาท้องถิ่นก็จะช่วยสร้างเศรษฐกิจและรายได้ใหม่ๆ เข้ามา
คุณสาโรจน์ ซึ้งไพศาลกุล เบอร์ 12 เขต 27 บางขุนเทียน บางบอน กล่าวว่า ชุมชนเทียนทะเล ยังคงเป็นเมืองที่ถูกทอดทิ้ง ทั้งที่มีของดีสร้างรายได้เข้าประเทศได้ ขยะที่อยู่ในพื้นที่นี้ 1 กิโล 9 บาท หากนำมาพัฒนาสร้างรายได้ ก็จะมีเงินหมุนเวียนไหลเข้าประเทศ
อย่างไรก็ตาม กลุ่มพลังประชารัฐนิวเจนนั้น คือกลุ่มสส.ที่มีช่วงอายุตั้งแต่ 35 ปีขึ้นไป ถือว่าเป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ยังมีไฟและอยากเข้าไปช่วยแก้ปัญหาให้ประชาชน
ประกอบด้วย เขต 22 สวนหลวง ประเวศ นายรัฐภูมิ โตคงทรัพย์ หมายเลข 1, เขต 21 ประเวศ สะพานสูง น.ส.แพรว กิจสุวรรณ หมายเลข 2, เขต 18 หนองจอก มีนบุรี ลาดกระบัง นายพีระพงษ์ รัสมี หมายเลข 4, เขต 31 ทวีวัฒนา ตลิ่งชัน น.ต.นิธิ บุญยรัตกลิน หมายเลข 1, เขต 15 คันนายาว บึงกุ่ม น.ส.ณิรินทร์ เงินยวง หมายเลข 8 เป็นต้น