
SHORT CUT
ย้อนสำรวจเส้นทางความสำเร็จตลอด 9 ปีของ ‘แจฮยอน’ ชายหนุ่มผู้พิสูจน์ให้เห็นว่าระยะเวลา 18 เดือนของการรอคอยมีคุณค่าร่วมสัมผัสก้าวที่โตขึ้นและบทใหม่ของชีวิตในวันที่เขากลับมาทวงคืนพื้นที่หัวใจของชาว NCTzen
ในอุตสาหกรรม K-Pop การตบเท้าเข้าและออกจากกรมทหารของเหล่าศิลปินชายถือเป็นวัฏจักรปกติที่เกิดขึ้นทุกปี แต่ในขณะเดียวกันตลอดระยะเวลา 18 เดือนที่ผ่านมาอาจดูเหมือนยาวนานสำหรับ ‘NCTzen’ (ชื่อแฟนคลับวง NCT) แต่ในที่สุด สัปดาห์แห่งการเฉลิมฉลองก็มาถึง เมื่อ ‘จอง แจฮยอน’ (Jeong Jaehyun) เมนโวคอลทรงเสน่ห์จากวง NCT เตรียมเก็บกระเป๋าอำลากรมทหารและกลับคืนสู่อ้อมกอดของแฟนๆ และวงการบันเทิงอีกครั้ง
ก่อนที่จะกล่าวคำว่าต้อนรับกลับบ้านอย่างเป็นทางการ SPRiNG ขอพาทุกคนย้อนรอยเส้นทางความสำเร็จ ที่พิสูจน์ให้เห็นว่า ‘แจฮยอน’ คือ All-Rounder ที่วงการบันเทิงขาดไม่ได้
จากรุกกี้ สู่การเป็น ‘All-Rounder’ แห่งวงการ K-Pop
ในปี 2013 ก่อนที่โลกจะรู้จักเขาในฐานะศิลปินระดับโลก แจฮยอนถูกเปิดตัวจากโปรเจกต์ SM Rookie เด็กหนุ่มวัยมัธยมที่มีรอยยิ้มสดใสและลักยิ้มที่แก้มสองข้าง ดึงดูดความสนใจของผู้คนได้ทันที แต่สิ่งที่ทำให้เขาเข้าไปอยู่ในใจแฟนๆ ไม่ใช่แค่ภาพลักษณ์ ทว่าคือความทุ่มเทในการฝึกซ้อมอย่างหนักหน่วง
และในปี 2016 แจฮยอนปรากฎตัวอย่างเป็นทางการในฐานะสมาชิกยูนิต NCT U ด้วยเพลงเดบิวต์ระดับตำนานอย่าง The 7th Sense ที่มีสมาชิกประกอบไปด้วย แทยง,โดยอง,เตนล์,แจฮยอน และ มาร์ค
เมื่อระบบ NCT ขยายตัว แจฮยอนกลายมาเป็นฟันเฟืองชิ้นสำคัญของ NCT 127 (ยูนิตเสาหลักของวง) ยูนิตนี้เปรียบเสมือนห้องทดลองทางดนตรีที่ไม่มีขีดจำกัด ขึ้นชื่อเรื่องแนวเพลงแบบ 'Neo' ดนตรีที่เต็มไปด้วยบีตหนักหน่วง โครงสร้างเพลงที่คาดเดาไม่ได้
ในวงดนตรีที่มักจะสาดความดุดัน แร็ปที่เกรี้ยวกราด และไฮโน้ตที่แหลมสูงจนบาดหู เสียงร้องโทนทุ้มต่ำ ที่ดึงความสมดุลให้เพลงฮิตอย่าง Cherry Bomb, Kick It, Sticker หรือ Fact Check มีความกลมกล่อม จนสามารถสร้างเสนห์ให้กับเพลงจนกลายเป็นเพลงฮิตติดหู
NCT DoJaeJung ยูนิตแห่งความคลาสสิกและจิตวิญญาณ R&B
การถือกำเนิดของทรีโอ้ยูนิต ‘NCT DoJaeJung’ (ร่วมกับโดยองและจองอู) คือจังหวะที่แจฮยอนได้พาผู้ฟังฉีกกรอบความล้ำยุคเข้าสู่ดินแดนของความ 'Classic & R&B' อย่างเต็มรูปแบบ
การความเซ็กซี่แบบผู้ใหญ่ผ่านอัลบั้ม 'Perfume' ภาพจำนี้ทำให้แฟนๆ ตระหนักว่า แจฮยอนไม่ได้มีดีแค่ความดุดัน แต่ความหรูหราคลาสสิกราวกับไวน์ชั้นดีต่างหาก คืออีกหนึ่งตัวตนที่ฝังรากลึกอยู่ในตัวเขา
‘J’ และ ‘Unconditional’ ผลงานทิ้งทวนที่เปี่ยมไปด้วยความใส่ใจ
อัลบั้ม 'J' คือการสะท้อนความเป็น ‘จอง แจฮยอน’ แบบ 100% เขามีส่วนร่วมลึกซึ้งในทุกมิติ ตั้งแต่การวางคอนเซปต์ โปรดิวซ์ และเขียนเพลง เพลงไตเติลอย่าง Smoke อัดแน่นไปด้วยกลิ่นอาย R&B ที่เขาหลงใหล
ก่อนรายงานตัวเข้าสังกัดกองดุริยางค์ทหารบก แจฮยอนได้ปล่อยซิงเกิล 'Unconditional' เป็นของขวัญชิ้นสุดท้าย ที่เปรียบเสมือนจดหมายที่เขียนขึ้นเพื่อปลอบประโลมคนฟัง ด้วยจังหวะR&B Pop ที่ขี้เล่น พร้อมเนื้อหาที่สื่อถึงความรักและการสนับสนุนที่ไร้เงื่อนไข
ความสมบูรณ์แบบนี้ยังแผ่ขยายไปสู่วงการอื่นๆ ภาพลักษณ์ที่ดูแพงและคลาสสิกของเขา จนก้าวขึ้นสู่ตำแหน่ง ‘Global Brand Ambassador’ ของ ‘Prada’ ที่สร้างมูลค่าสื่อ (MIV) สูงเป็นประวัติการณ์ในทุกครั้งที่ปรากฏตัว นอกจากนี้ เขายังท้าทายตัวเองด้วยการลบภาพลักษณ์ไอดอลผู้เพียบพร้อม เพื่อก้าวสู่วงการภาพยนตร์ในบทบาทที่ซับซ้อนทางอารมณ์ในหนังทริลเลอร์ ‘You Will Die in 6 Hours’
ตลอดระยะเวลา 1 ปีครึ่งในหน่วยดุริยางค์ทหารบก แจฮยอนได้ทำหน้าที่ของลูกผู้ชายอย่างสมบูรณ์แบบ แม้ตัวจะอยู่ในกรมฯ แต่ผลงานที่เขาทิ้งไว้กลับทำหน้าที่คอยโอบกอดและปลอบประโลมใจแฟนๆ เสมอมา
การปลดประจำการในสัปดาห์นี้ จึงไม่ใช่แค่การสิ้นสุดการรอคอยที่ยาวนาน แต่มันคือการเปิดประตูสู่การเติบโตใหม่ๆ ในภาพลักษณ์ที่โตขึ้นกว่าเดิม ด้วยประสบการณ์และวุฒิภาวะที่ตกผลึกมากขึ้น การกลับมาของเขาจึงไม่ใช่แค่การสิ้นสุดการรอคอยของ NCTzen แต่ยังเป็นการกลับมาทวงพื้นที่ของหนึ่งในศิลปินที่น่าจับตามองที่สุดของวงการเคป็อป