
SHORT CUT
‘The Odyssey’ มหากาพย์ของโนแลนกวาดรายได้ทั่วโลก 1.68 พันล้านดอลลาร์ ขึ้นแท่นหนังทำเงินสูงสุดในประวัติศาสตร์ Universal พร้อมทุบสถิติเรต R สูงสุดตลอดกาล
'The Odyssey' ผลงานกำกับล่าสุดของ คริสโตเฟอร์ โนแลน นำแสดงโดย แมตต์ เดมอน ได้สร้างปรากฏการณ์ครั้งใหญ่ ด้วยการทะยานขึ้นเป็นภาพยนตร์ที่ทำรายได้สูงสุดตลอดกาลในประวัติศาสตร์ 114 ปีของค่าย Universal Pictures เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
Universal Pictures ได้ประกาศความสำเร็จครั้งสำคัญนี้เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา โดยรายได้ในสุดสัปดาห์ที่ 8 ของการเข้าฉาย ผลักดันให้ตัวหนังทำเงินในทวีปอเมริกาเหนือไปแล้ว 601.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และกวาดรายได้จากตลาดต่างประเทศอีก 1.083 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่งผลให้ยอดรวมทั่วโลกพุ่งสูงถึง 1.68 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
นอกจากจะเป็นตัวเลขที่ทำลายสถิติรายได้สูงสุดของสตูดิโอแล้ว ภาพยนตร์เรื่องนี้ยังก้าวขึ้นเป็นภาพยนตร์ทำรายได้สูงสุดในชีวิตการทำงานของโนแลน แซงหน้า 'The Dark Knight Rises' ไปอย่างงดงาม
Donna Langley ประธานของ NBC Universal Entertainment ได้กล่าวถึงปรากฏการณ์นี้ว่า "สิ่งที่คริสและเอ็มมา (โธมัส) สร้างสรรค์ขึ้น จะถูกจารึกไว้ในฐานะหนึ่งในภาพยนตร์ที่ทะเยอทะยานและถูกถ่ายทอดออกมาได้สมบูรณ์แบบที่สุดในประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ ถือเป็นอีเวนต์แห่งยุคที่ช่วยจุดพลังให้กับการชมภาพยนตร์ในโรงอย่างแท้จริง"
ประสบการณ์ที่ก้าวข้ามขีดจำกัด : การที่โนแลนเลือกถ่ายทำในสถานที่จริงทั่วโลกด้วย IMAX ขับเน้นให้ The Odyssey กลายเป็นภาพยนตร์ที่ 'ต้องดูในโรงเท่านั้น' สิ่งนี้สะท้อนชัดเจนจากการที่หนังสามารถทำลายสถิติรายได้จากระบบ IMAX สูงสุดตลอดกาล
ความกล้าและพลังแห่ง Original Content : แม้จะดัดแปลงจากบทกวีคลาสสิกอายุ 3,000 ปี แต่โนแลนสามารถนำเสนอด้วยทิศทางที่สดใหม่และลุ่มลึกจนได้รับเรต R
โดย The Odyssey ยังสร้างประวัติศาสตร์ใหม่ของ 'ภาพยนตร์เรต R ที่ทำรายได้สูงสุดตลอดกาล' และเป็นภาพยนตร์ที่ไม่ใช่ภาคต่อ เรื่องแรกนับตั้งแต่ปี 2009 ที่กวาดรายได้นอกประเทศเกินพันล้านดอลลาร์ เป็นเครื่องพิสูจน์ว่า ผู้ชมยังคงโหยหาความสดใหม่ที่ไม่พึ่งพาสูตรสำเร็จเดิมๆ
ความสำเร็จนี้เป็นผลพิสูจน์วิสัยทัศน์ที่เฉียบขาดของ Donna Langley นับตั้งแต่ดึงตัวโนแลนมาจาก Warner Bros. ในปี 2021 การให้อิสระทางความคิดและการวางแผนการตลาดระดับโลก
ผลักดันให้ยอดรวมของ Universal กินส่วนแบ่งการตลาดอันดับหนึ่งในปี 2026 ถึง 26% โดยกวาดรายได้รวมทะลุ 5 พันล้านดอลลาร์ เป็นสตูดิโอแรกของปีนี้ที่ทำรายได้แตะ 4 พันล้านในระดับโลก และ 3 พันล้านในตลาดต่างประเทศ
ที่มา : Hypebeast