svasdssvasds

เปิดสถิติวัยรุ่นเจน Z รักสนุกไม่เน้นเซฟ เมินใช้ถุงยาง ติดเชื้อเอชไอวีพุ่ง

เปิดสถิติวัยรุ่นเจน Z รักสนุกไม่เน้นเซฟ เมินใช้ถุงยาง ติดเชื้อเอชไอวีพุ่ง

กรมควบคุมโรค ห่วงวัยรุ่นและเยาวชน หลังพบติดเชื้อเอชไอวีสูง ย้ำใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้ง ชวนตรวจเอชไอวี หากมีความเสี่ยง

1 พ.ย. 2566 นายแพทย์ธงชัย กีรติหัตถยากร รักษาราชการแทนอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า สถานการณ์การติดเชื้อเอชไอวีและโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เพิ่มสูงขึ้นในกลุ่มเยาวชน โดยในปี 2565 คาดประมาณผู้ติดเชื้อเอชไอวีรายใหม่ 9,230 คน ซึ่งเกือบครึ่งเป็นกลุ่มอายุระหว่าง 15-24 ปี และมีสัดส่วน เป็นผู้ติดเชื้อเอชไอวีในระบบการรักษาถึงร้อยละ 22.4 ซึ่งเพิ่มสูงขึ้นเป็นเท่าตัวจากปี 2551 ที่ร้อยละ 9.5 นอกจากนี้ ยังพบ ติดซิฟิลิสและหนองใน สูงถึง 14,534 คน สอดคล้องกับข้อมูลการเฝ้าระวังพฤติกรรมที่สัมพันธ์กับการ ติดเชื้อเอชไอวี ปี 2562 ที่พบว่า เยาวชนมีอัตราการใช้ถุงยางอนามัยครั้งล่าสุดที่มีเพศสัมพันธ์ เพียงร้อยละ 80 และใช้ถุงยางอนามัยอย่างสม่ำเสมอทุกครั้งกับแฟนและคนรักไม่ถึงร้อยละ 40

ที่ผ่านมากรมควบคุมโรค ได้ร่วมกับภาคีเครือข่าย ส่งเสริมให้วัยรุ่นและเยาวชน พกและใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์กับทุกคนทุกช่องทาง จะช่วยป้องกันทั้งการติดเชื้อเอชไอวี โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์รวมถึงการตั้งครรภ์ที่ไม่พร้อมอีกด้วย ประชาชนสามารถรับถุงยางอนามัยได้ฟรี ที่หน่วยบริการสุขภาพของรัฐและภาคประชาสังคมทั่วประเทศ พร้อมร่วมกับเครือข่ายเยาวชน จัดกิจกรรมรณรงค์ สร้างความรู้ความเข้าใจและชวนเพื่อนใช้ถุงยางอนามัยให้เป็นเรื่องปกติทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์ ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ 

นอกจากนี้ยังส่งเสริมให้วัยรุ่นและเยาวชน เข้าถึงการตรวจคัดกรองเอชไอวีและซิฟิลิส โดยสนับสนุนชุดตรวจคัดกรองเอชไอวีและซิฟิลิสแบบรู้ผลเร็วภายใน 20 นาที ให้กับ 53 จังหวัด ในปี 2565 และขยายความครอบคลุมทั้ง 77 จังหวัดทั่วประเทศ ในปี 2566 ทำให้เกิดบริการตรวจเชิงรุกในชุมชน และสถานบริการสุขภาพอย่างทั่วถึง หากพบการติดเชื้อจะได้รับการดูแลรักษาโดยเร็ว

ทั้งนี้กรมควบคุมโรค ร่วมกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ขับเคลื่อนการตรวจเอชไอวีด้วยตนเอง เป็นสิทธิประโยชน์ในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ทำให้คนไทยทุกคนตรวจเอชไอวีด้วยตนเอง ฟรี โดยเข้าแอปพลิเคชันเป๋าตัง ในเมนูกระเป๋าสุขภาพ และรับชุดตรวจไอวีด้วยตนเองที่หน่วยบริการสุขภาพของรัฐ เอกชน ภาคประชาสังคม ตลอดจนร้านขายยาที่ร่วมโครงการทั่วประเทศตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2566 ที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตามได้ส่งเสริมการจัดบริการสุขภาพที่เป็นมิตรแบบครบวงจร สอดคล้องกับบริบทและความต้องการของเยาวชน ยุค 5G โดยพัฒนาศักยภาพและความร่วมมือของบุคลากรสหวิชาชีพ แกนนำเยาวชน รวมถึงเพิ่มช่องทางเพื่อให้เยาวชนเข้าถึงบริการได้สะดวก ผ่านระบบออนไลน์ เช่น ระบบลงทะเบียน บริการปรึกษาการนัดหมายและแจ้งเตือน โดยบูรณาการกับระบบบริการปกติ พร้อมเร่งขยายผลอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เยาวชนเข้าถึงบริการป้องกัน ดูแลรักษาได้เร็วและครอบคลุม มุ่งลดการติดเชื้อเอชไอวีและโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์นำสู่การมีคุณภาพชีวิตที่ดีของเยาวชนต่อไป สามารถค้นหาข้อมูลได้ที่ https://buddystation.ddc.moph.go.th/  facebook fanpage: buddystation หรือสอบถามสายด่วนกรมควบคุมโรค 1422 และกองโรคเอดส์และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ 02 590 3217

ขณะโรคที่เกี่ยวกับเพศสัมพันธ์อย่างฝีดาษลิงในประเทสไทย ยังคงระบาดอยู่ จากข้อมูล ณ วันที่ 28 ตุลาคม 2566 

  • ผู้ติดเชื้อรวม 559 ราย
  • เสียชีวิต 2 ราย
  • เป็นผู้ป่วยภูมิคุ้มกันบกพร่อง ชาวไทย 503 ราย ชาวต่างชาติ 52 ราย ไม่ระบุสัญชาติ 4 ราย

ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มหลากหลายทางเพศ 474 ราย และรู้ว่า ติดเชื้อ HIV จำนวน 274 ราย คิดเป็นร้อยละ 44.18 กลุ่มอายุที่พบมากที่สุด คือ กลุ่มอายุ 30-39 ปี จำนวน 241 ราย ตามด้วยอายุ 20-29 ปี จำนวน 172 ราย

เปิดสถิติวัยรุ่นเจน Z รักสนุกไม่เน้นเซฟ เมินใช้ถุงยาง ติดเชื้อเอชไอวีพุ่ง

วิธีหลีกเลี่ยงโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

  • หลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์กับผู้ขายบริการทางเพศเพราะ ส่วนใหญ่ติดเชื้อจากการมีเพศสัมพันธ์คนอื่นที่มีเชื้อฝีดาษลิง
  • หลีกเลี่ยงการเปลี่ยนคู่นอนหลายคน เพราะ ความเสี่ยงสูง
  • เลี่ยงการสัมผัสบุคคลที่ไม่ใช่คนในครอบครัว โดยเฉพาะมีผื่นตุ่มแดง หรือตุ่มหนอง
  • เลี่ยงการสัมผัส คุยใกล้ชิด การสวมกอด การหอมแก้ม กับคนอื่น แม้ไม่มีตุ่ม แต่เขาอาจเป็น และจับเชื้อมาสัมผัสเรา
  • เลี่ยงการใช้ ข้าวของ ช้อนส้อม ต่างๆร่วมกับบุคคลอื่น
  • เลี่ยงการที่ นำมือ มาแคะจมูก ขยี้ตา หรือเข้าปาก รับเชื้อผ่านเยื่อบุเหล่านี้ได้

อย่างไรก็ตาม โรคฝีดาษวานร สามารถป้องกันได้โดยหลีกเลี่ยงการมีพฤติกรรมเสี่ยงที่จะทำให้การติดเชื้อโรคฝีดาษวานร และงดมีเพศสัมพันธ์กับคนแปลกหน้า เพื่อป้องกันเองและลดการแพร่เชื้อไปยังผู้อื่น รวมถึงไม่สัมผัสใกล้ชิดแนบเนื้อกับผู้ที่มีผื่น ตุ่มหรือหนอง 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

related