โลกไซเบอร์ในเงามืด อาชญากรรมออนไลน์โตเทียบการค้ายา !

โลกไซเบอร์ในเงามืด อาชญากรรมออนไลน์โตเทียบการค้ายา !

เมื่ออาชญากรรมออนไลน์กลายเป็นระบบเศรษฐกิจใต้ดินขนาด 500,000 ล้านดอลลาร์ เทียบเท่ามูลค่าการค้ายาทั่วโลก !

SHORT CUT

  • รายได้รวมจากการหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ตทั่วโลกอาจแตะ 500,000 ล้านดอลลาร์ต่อปี เทียบเท่ากับธุรกิจค้ายาเสพติด โดยมีศูนย์กลางในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น เมียนมา กัมพูชา และลาว ซึ่งบางพื้นที่ถึงขั้นพัฒนาเป็น “รัฐหลอกลวง” ที่เจ้าหน้าที่รัฐถูกซื้อตัว
  • มิจฉาชีพเข้าหาเหยื่อผ่านโซเชียลหรือแอปหาคู่ หลอกสร้างความไว้ใจนานหลายเดือนก่อนชวนลงทุนปลอมและเชิดเงินหนี เหยื่อมีตั้งแต่นักลงทุน เจ้าหน้าที่ FBI จนถึงนักจิตวิทยา โดยเฉพาะในสหรัฐฯ ความเสียหายอาจสูงถึง 5 หมื่นล้านดอลลาร์ต่อปี
  • เครือข่ายอาชญากรรมเหล่านี้ใช้แรงงานบังคับ ฟอกเงินผ่านเว็บซื้อขายคริปโตและคาสิโน ใช้ AI และมัลแวร์ช่วยเจาะข้อมูลเหยื่อ บางประเทศถึงขั้นมีนักการเมืองเกี่ยวข้องโดยตรง

เมื่ออาชญากรรมออนไลน์กลายเป็นระบบเศรษฐกิจใต้ดินขนาด 500,000 ล้านดอลลาร์ เทียบเท่ามูลค่าการค้ายาทั่วโลก !

“แก๊งหลอกลวงออนไลน์” ไม่ได้เป็นเรื่องเล็กอีกต่อไป แต่มันกำลังเติบโตจนเทียบชั้นกับธุรกิจมืดระดับโลกอย่างค้ายาเสพติด ทั้งในด้านรายได้ อิทธิพล และความสามารถในการกัดเซาะสถาบันรัฐ

หัวใจของหลายคดีคือกลโกง “หลอกเชือดหมู” (Pig-Butchering) เริ่มจากทักบนโซเชียล/แอปหาคู่ แกล้งเป็นเพื่อน หุ้นส่วน หรือคนรัก ค่อยๆ สร้างความไว้ใจเป็นสัปดาห์หรือเป็นเดือน ก่อนชวน “ลงทุน” บนแพลตฟอร์มปลอมแล้วเชิดเงินหนี

เหยื่อมีทุกแบบ ไม่เว้นคนมีความรู้ !

ตัวเลขจาก FBI ระบุว่าเฉพาะ กลโกงการลงทุนในสหรัฐฯ ปี 2023 เพิ่มขึ้น 22% เป็น 12.5 พันล้านดอลลาร์ และยังน่าจะต่ำกว่าความจริง เพราะเหยื่อจำนวนมาก “ไม่กล้าแจ้งความ” ด้วยความอับอาย นักกฎหมายบางรายประเมินยอดจริงอาจแตะ 5 หมื่นล้านดอลลาร์ต่อปี แถมเหยื่อไม่ได้มีแค่คนธรรมดา แต่รวมถึงเจ้าหน้าที่รัฐ ผู้เชี่ยวชาญการเงิน และนักจิตวิทยา

แก๊งเหล่านี้ไม่ได้พึ่งโชค แต่มีคู่มือทำงานละเอียดมาก  มีสคริปต์บทสนทนาให้ใช้ มีคำอธิบายเรื่องคริปโตเพื่อชวนลงทุน มีเทคนิคเลี่ยงการโดนแบน และมีชุดคำถามที่คอยสืบข้อมูลเช่น บ้าน รถ หรือที่เรียน เพื่อค้นเหยื่อที่มีเงินแต่ไม่มีความรู้ คู่มือนี้ช่วยให้พนักงานหลอกลวงสร้างความไว้ใจและโน้มน้าวเหยื่อได้ง่าย จนผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาเปรียบเทียบว่าเป็น “อาวุธทางจิต” เพราะใช้การเล่นอารมณ์และจิตใจได้อย่างแม่นยำ

 

เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สวรรค์ SCAMMER 

เบื้องหลังเครือข่ายยังมี “แรงงานบังคับ” จำนวนมาก องค์การสหประชาชาติประเมินว่า อย่างน้อย 220,000 คน ในเมียนมาและกัมพูชาถูกบีบให้ทำงานหลอกลวง ผู้คนจากกว่า 70 ประเทศถูกล่อไปค่ายด้วยข้อเสนองานคอลเซ็นเตอร์เงินดี แต่เมื่อไปถึงกลับถูกขัง ทรมาน ขู่บังคับค้าประเวณี หรือถูกลงโทษสยอง เช่น ช็อตไฟฟ้า สภาพแวดล้อมที่ถูกพรางไว้หลังรั้วสูง ลวดหนาม กล้องวงจรปิด และการ์ดติดอาวุธ

ระบบนี้เติบโตดีใน “พื้นที่ไร้รัฐ” หรือ “รัฐถูกซื้อ” อย่างบางส่วนในเมียนมา กัมพูชา และลาว คอมเพล็กซ์หนึ่งๆ อาจรวมหลายออฟฟิศหลอกลวง โรงฟอกเงิน ร้านค้า ไปจนถึงซ่อง และซื้อขายแรงงานกันเองได้ด้วย ยิ่งไปกว่านั้น โมเดลกำลัง “ขยายนอกอาเซียน” สู่แอฟริกา ยุโรปตะวันออก ตะวันออกกลาง อเมริกาใตดังนั้น

ดังนั้นตอนนี้ เราไม่ได้เผชิญโจรใต้ดินทั่วไป แต่กำลังเผชิญ “ระบอบอำนาจใต้ดิน” ที่เกาะกินโครงสร้างรัฐและเศรษฐกิจในหลายประเทศ อาศัยความไว้ใจของผู้คนเป็นเชื้อไฟ และขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง หากไม่ “ตามเงิน” ตัดท่อน้ำเลี้ยง และบูรณาการการบังคับใช้กฎหมายข้ามพรมแดน ความพังพินาศแบบธนาคาร Heartland Tri-State อาจเป็นเพียงจุดเริ่มต้น ไม่ใช่เพดานของปัญหา

เม็กซิโกแดนค้ายา 

เม็กซิโกเป็นแหล่งใหญ่ของ กลโกงไทม์แชร์ (Timeshare Fraud) ซึ่งหลอกเจ้าของสิทธิการเข้าพักในรีสอร์ทหรือคอนโดให้จ่าย “ค่าธรรมเนียมล่วงหน้า” ภายใต้ข้ออ้างว่าจะช่วยขายหรือเช่าทรัพย์สินของพวกเขา รายงานของ FBI และ Reuters ระบุว่าแก๊งค้ายาขนาดใหญ่ เช่น กลุ่มคาร์เตลฮาลิสโก นิวเจนเนอเรชัน (CJNG) ได้ขยายมาสู่วงการนี้ เพราะลงทุนต่ำแต่ทำกำไรสูงกว่าค้ายา พวกเขาเปิด “คอลเซ็นเตอร์ปลอม” ที่มีพนักงานพูดภาษาอังกฤษและฐานข้อมูลเหยื่อในสหรัฐฯ เมื่อเหยื่อโอนเงิน คาร์เตลจะฟอกเงินผ่านบัญชีในประเทศและใช้ต่อทุนในกิจการอาชญากรรมอื่น

โครงสร้างของศูนย์สแกมเมอร์ในเม็กซิโกดำเนินแบบองค์กรธุรกิจ แต่ควบคุมด้วยความรุนแรงของแก๊งค้ายา มีรายงานว่าพนักงานที่พยายามลาออกถูกฆาตกรรมและยัดถุงกว่า 40 ถุงในรัฐฮาลิสโก เหตุการณ์ดังกล่าวสะท้อนว่า การสแกมในเม็กซิโกไม่ใช่อาชญากรรมรายย่อย แต่เป็นธุรกิจขององค์กรอาชญากรรมเต็มรูปแบบ ปัจจัยที่ทำให้ประเทศนี้กลายเป็นฮับหลัก ได้แก่ การคอร์รัปชัน การบังคับใช้กฎหมายที่อ่อนแอ และแรงงานที่พูดภาษาอังกฤษได้จำนวนมาก

แอฟริกา ฮับใหม่ของศูนย์สแกมโลก

ในแอฟริกา โดยเฉพาะไนจีเรียและกานา กลโกงที่พบบ่อยคือ โรแมนซ์สแกมและการแบล็กเมล์ทางเพศออนไลน์ คนร้ายปลอมตัวเป็นคนรักหรือเพื่อนในโซเชียลมีเดียเพื่อหลอกโอนเงิน หรือใช้ภาพลับมาขู่รีดไถเหยื่อ ปฏิบัติการของ Interpol ปี 2024–2025 จับกุมผู้ต้องสงสัยกว่า 260 คนใน 14 ประเทศ รวมถึงขบวนการที่หลอกเหยื่อในยุโรปและอเมริกา แอฟริกาตะวันตกยังเป็นต้นกำเนิดของวัฒนธรรม “ยาฮูบอยส์ (Yahoo Boys)” ซึ่งเป็นกลุ่มคนหนุ่มที่เรียนรู้เทคนิคการหลอกลวงผ่านโซเชียลและแอปหาคู่ จนพัฒนาเป็นเครือข่ายกึ่งองค์กร มีการสอนงานและแบ่งปันเครื่องมือกัน

สาเหตุที่แอฟริกากลายเป็นศูนย์กลางสำคัญ มาจากอัตราว่างงานสูงในกลุ่มคนหนุ่มสาว การเข้าถึงอินเทอร์เน็ตที่รวดเร็ว และกฎหมายไซเบอร์ที่ยังไม่เข้มงวด นอกจากนี้ยังพบว่าแก๊งต่างชาติจากเอเชียได้เข้ามาใช้แอฟริกาเป็นฐานใหม่ เช่น คดีคอลเซ็นเตอร์ในไนจีเรียที่มีแรงงานชาวจีนและฟิลิปปินส์ร่วมกว่า 180 คน ปัจจุบัน Interpol เตือนว่าแอฟริกาตะวันตกอาจกลายเป็น “ฮับใหม่ของศูนย์สแกมโลก” ต่อจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ที่มา : economist /reuters / interpol

ข่าวที่เกี่ยวข้อง 

 

 

related