svasdssvasds

ถอดบทเรียน! ‘เวเนซุเอลา’ พึ่งเศรษฐกิจด้านเดียว ไม่สร้างมูลค่าเพิ่ม-ไม่ใช้นวัตกรรม

ถอดบทเรียน! ‘เวเนซุเอลา’ พึ่งเศรษฐกิจด้านเดียว ไม่สร้างมูลค่าเพิ่ม-ไม่ใช้นวัตกรรม

พาถอดบทเรียนราคาแพง! ‘เวเนซุเอลา’ จากประเทศที่ร่ำรวย แต่พึ่งเศรษฐกิจด้านเดียว ไม่สร้างมูลค่าเพิ่ม-ไม่ใช้นวัตกรรม สุดท้ายพัง

SHORT CUT

  • พึ่งพาเศรษฐกิจด้านเดียว = เสี่ยงพังทั้งประเทศเวเนซุเอลาผูกเศรษฐกิจกับน้ำมันเกือบทั้งหมด เมื่อราคาน้ำมันตก รายได้รัฐหายทันที ไม่มีอุตสาหกรรมอื่นรองรับ
  • ขายวัตถุดิบ ไม่สร้างมูลค่าเพิ่ม ทำให้ประเทศไม่ยั่งยืนมีน้ำมันและแร่มหาศาล แต่ไม่พัฒนาอุตสาหกรรมต่อเนื่อง ไม่ลงทุนเทคโนโลยีและนวัตกรรม รายได้ผันผวนและแข่งขันไม่ได้
  • บริหารล้มเหลว + คอร์รัปชัน ซ้ำเติมวิกฤตรัฐผูกขาดกิจการ ขาดประสิทธิภาพ ใช้ประชานิยมแก้ปัญหาระยะสั้น จนเงินเฟ้อรุนแรง ประชาชนยากจน แม้อยู่บนกองทรัพยากร

พาถอดบทเรียนราคาแพง! ‘เวเนซุเอลา’ จากประเทศที่ร่ำรวย แต่พึ่งเศรษฐกิจด้านเดียว ไม่สร้างมูลค่าเพิ่ม-ไม่ใช้นวัตกรรม สุดท้ายพัง

เป็นข่าวโดดดังไปทั่วโลกหลังสหรัฐอเมริกา” ปฏิบัติการโจมตี “เวเนซุเอลา” ช่วงเช้ามืดวันที่ 3 ม.ค.68 ที่ผ่านมา และควบคุมตัวประธานาธิบดี “นิโคลัส มาดูโร” พร้อมภรรยา พาตัวออกนอกประเทศเวเนซุเอลา โดยก็มีหลายเหตุผลที่สหรัฐอ้างถึงในการปฏิบัติการโจมตีในครั้งนี้ แต่…หากโฟกัสไปที่ประเด็นใหญ่ของเวเนซุเอลาที่ในอดีตเคยเป็นประเทศมหาเศรษฐีทางด้านน้ำมัน และแร่ต่างๆ เบอร์ต้นๆของโลก แต่ทำไมปัจจุบันเวเนซุเอลาถึงกับมาเป็นประเทศที่เศรษฐกิจพังพินาศได้ถึงขนาดนี้

ประเด็นนี้มีนักเศรษฐศาสตร์จากหลายสำนักทั่วโลก มองคล้ายๆกันว่าเศรษฐกิจเวเนซุเอลาพังจากหลายปัจจัยดังนี้

  • พึ่งน้ำมันมากเกินไป

เศรษฐกิจเวเนซุเอลาผูกติดกับน้ำมันแทบทั้งประเทศรายได้รัฐบาลกว่า 90% มาจากการส่งออกน้ำมันเมื่อราคาน้ำมันตก รัฐก็ขาดรายได้ทันทีไม่มีอุตสาหกรรมอื่นมารองรับ เศรษฐกิจทั้งระบบจึงทรุดพร้อมกัน

  • นโยบายประชานิยมและการแทรกแซงตลาด

รัฐบาลใช้นโยบายอุดหนุนราคาสินค้า ควบคุมค่าเงิน ควบคุมราคาขาย แม้ช่วยประชาชนระยะสั้น แต่ระยะยาวทำให้เอกชนขาดแรงจูงใจต้นทุนสูง ขายขาดทุน โรงงานปิด ของขาดตลาดเกิดตลาดมืดแทนระบบเศรษฐกิจปกติ

ถอดบทเรียน! ‘เวเนซุเอลา’ พึ่งเศรษฐกิจด้านเดียว ไม่สร้างมูลค่าเพิ่ม-ไม่ใช้นวัตกรรม

  • บริหารรัฐวิสาหกิจไร้ประสิทธิภาพ

การโอนกิจการน้ำมันและอุตสาหกรรมหลักมาอยู่ในมือรัฐแต่ขาดการลงทุน ซ่อมบำรุง และใช้คนตามการเมืองมากกว่าความสามารถ และผลผลิตน้ำมันลดลงอย่างหนัก ทั้งที่มีแหล่งน้ำมันมหาศาล

  • เงินเฟ้อขั้นวิกฤต

รัฐบาลแก้ปัญหาขาดงบด้วยการ “พิมพ์เงิน” ค่าเงินโบลิวาร์จึงแทบไร้ค่าเงินเฟ้อพุ่งเป็นหลักล้านเปอร์เซ็นต์เงินเดือนใช้ซื้ออาหารไม่ได้ภายในไม่กี่วัน

  • คอร์รัปชันและขาดความโปร่งใส

รายได้จากน้ำมันจำนวนมหาศาลไม่ถูกใช้พัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนแต่รั่วไหลผ่านการทุจริตและผลประโยชน์ทางการเมืองทำให้โครงสร้างพื้นฐาน ระบบสาธารณสุข และการศึกษาเสื่อมถอย

  • มาตรการคว่ำบาตรระหว่างประเทศ

ภายหลังความขัดแย้งทางการเมืองเวเนซุเอลาถูกคว่ำบาตรจากสหรัฐฯ และพันธมิตรยิ่งทำให้ส่งออกน้ำมันยาก เงินทุนไหลเข้าไม่ได้ซ้ำเติมเศรษฐกิจที่อ่อนแออยู่แล้ว

อย่างไรก็ตามแม้เวเนซุเอลาจะมีน้ำมันสำรองมากที่สุดอันดับต้นๆของโลก และมีแร่เหล็ก ทองคำ บอกไซต์ โคลแทน และแร่อื่นๆอีกจำนวนมากแต่สิ่งที่ประเทศนี้ทำมาตลอดคือ ขายวัตถุดิบดิบๆแทบทั้งหมด จึงทำให้เกิดปัญหาหลักคืออะไร

  • พึ่งพาการขายน้ำมันและแร่แบบไม่แปรรูป
  • ไม่ได้พัฒนาอุตสาหกรรมต่อเนื่อง เช่น ปิโตรเคมี เหล็กกล้า อิเล็กทรอนิกส์
  • รายได้เลยผันผวนหนักตามราคาตลาดโลก
  • รัฐผูกขาด ไม่เปิดให้เอกชนแข่งขัน
  • ภาคเหมืองและพลังงานอยู่ในมือรัฐ
  • ขาดนวัตกรรม เทคโนโลยี และประสิทธิภาพการผลิต
  • ไม่ลงทุนในคนและเทคโนโลยี
  • รายได้จากทรัพยากรถูกนำไปอุดหนุนประชานิยม
  • มากกว่าสร้างโรงงาน ความรู้ และทักษะแรงงาน
  • คอร์รัปชัน + บริหารจัดการล้มเหลว
  • เงินจากทรัพยากรรั่วไหล
  • โครงสร้างพื้นฐานและโรงงานเสื่อมโทรม

ดังนั้นจึงทำให้ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น คือ

  • เศรษฐกิจไม่หลากหลาย
  • เมื่อราคาน้ำมันตก ประเทศทรุดทันที
  • ขาดเงินนำเข้าอาหาร ยา และเทคโนโลยี
  • เงินเฟ้อรุนแรง ประชาชนยากจน แม้ “อยู่บนกองทรัพยากร”

ทั้งหมดที่กล่าวมาข้างต้น คือ บทเรียนราคาแพงของเวเนซุเอลา ที่ไทยควรศึกษาว่าไม่ควรพึ่งพาเศรษฐกิจเพียงด้านเดียวด้านใดต้านหนึ่ง และจะต้องต่อยอด สร้างมูลค้าเพิ่ม พัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ รวมถึงระบบบริหารประเทศต้องโปร่งใส

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

related