
ส่องนโยบายสุดโต่งจากพรรคฝ่ายอนุรักษนิยม เมื่อความมั่นคง กฎหมาย และโทษประหารถูกยกเป็นคำตอบการเมืองเลือกตั้ง 2568
เลือกตั้งปี 2568 ใกล้เข้ามาแล้ว บรรยากาศการเมืองเริ่มร้อนแรงขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อแต่ละพรรคทยอยเปิดตัวนโยบาย “ชูธง” เพื่อช่วงชิงความสนใจจากประชาชน หากพรรคกระแสหลักแข่งกันด้วยนโยบายเศรษฐกิจ ปากท้อง และสวัสดิการ อีกฟากหนึ่งของสนามเลือกตั้งกลุ่มพรรคฝ่ายอนุรักษนิยม ก็ไม่น้อยหน้า พร้อมเสนอแนวคิดแข็งกร้าวด้านความมั่นคง กฎหมาย และการปราบคอร์รัปชันแบบกันแบบสุดโต่ง
SPRiNG พาไปสำรวจ 3 นโยบายชูธงของ 3 พรรคฝ่ายอนุรักษนิยม ได้แก่ พรรครวมไทยสร้างชาติ, พรรคไทยภักดี และ พรรคเศรษฐกิจ เพื่อดูว่าพวกเขากำลังเสนอนโยบายสุดโต่งแบบใดต่อโจทย์ประเทศในห้วงหัวเลี้ยวหัวต่อการเลือกตั้งครั้งนี้
เริ่มต้นกันที่ พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค พรรครวมไทยสร้างชาติยกประเด็นความมั่นคงขึ้นเป็นแกนกลาง นโยบายสำคัญเริ่มจากการ ยกเลิก MOU 43 และ MOU 44 เพื่อกำหนดเส้นเขตแดนทางทะเลให้เป็นไปตามกฎหมายสากล และยึดหลัก “สันปันน้ำ” ตามแผนที่มาตราส่วน 1:50,000 สำหรับเขตแดนทางบก
พรรคยังเสนอ การสร้างรั้วชายแดนไทย–กัมพูชา เพื่อขีดเส้นเขตแดนให้ชัด ป้องกันทุนเทาและการลักลอบวางทุ่นระเบิด ขณะเดียวกันเพิ่มแรงจูงใจด้านกำลังพลด้วย ค่าตอบแทนทหารออกรบ 200,000 บาทต่อรอบภารกิจ และ ระบบสมัครใจเกณฑ์ทหาร ที่ให้ค่าตอบแทน 30,000 บาท พร้อมเงินเดือนและค่าครองชีพรวมเดือนละ 15,000 บาท
ด้านกฎหมาย พรรคชูแนวคิด ลงโทษขั้นสูงสุดต่อคอร์รัปชันและสแกมเมอร์ แต่ที่เด็ดไม่เหมือนใครคือ การคุมขังนักโทษคดียาเสพติดรายสำคัญใน “คุกกลางทะเล” เพื่อตัดวงจรการสั่งการและการติดต่อกับโลกภายนอกอย่างสิ้นเชิง
ทางด้าน หมอวรงค์ เดชกิจวิกรม และพรรคไทยภักดี เสนอชุดนโยบายที่มุ่ง “ปราบโกง” อย่างเข้มข้น ตั้งแต่ เพิ่มโทษประหารชีวิตในคดีโกงที่มูลค่าเกิน 100 ล้านบาท พร้อมเงื่อนไข ต้องประหารภายใน 15 วัน และ ไม่มีสิทธิ์ขอพระราชทานอภัยโทษ
อีกด้านที่แตกต่างคือ การเพิ่มอำนาจประชาชนให้ฟ้องคดีต่อศาลโดยตรง หากชนะคดี ผู้ฟ้องมีสิทธิ์ได้รับรางวัล เป็นแรงจูงใจให้สังคมร่วมตรวจสอบ นอกจากนี้ พรรคยังเสนอ ยกเลิกธนบัตร 1,000 และ 500 บาท ด้วยเหตุผลว่ามักถูกใช้สะสมเป็นเงินสดของ “เงินเทา” การตัดช่องทางนี้จึงเป็นมาตรการเชิงโครงสร้างในการลดการรับเงินใต้โต๊ะ
ส่วนฝ่าย พรรคเศรษฐกิจ ภายใต้การนำของ พลเอกรังษี กิติญาณทรัพย์ ชูวิสัยทัศน์พัฒนาเศรษฐกิจคู่ความมั่นคง ผ่าน 4 นโยบายหลัก ได้แก่
สามพรรคฝ่ายอนุรักษนิยมเสนอภาพการเมืองที่เน้น ความมั่นคง กฎหมาย และการลงโทษที่เข้มข้น แตกต่างจากกระแสสวัสดิการหรือเศรษฐกิจฐานรากที่คุ้นเคย นโยบายเหล่านี้อาจถูกมองว่า “สุดโต่ง” สำหรับบางคน แต่ก็สะท้อนความพยายามตอบโจทย์ปัญหาเดิม ๆ ด้วยเครื่องมือใหม่ที่เด็ดขาด
ข่าวที่เกี่ยวข้อง