
SHORT CUT
เปรียบเทียบภาพ เลือกตั้ง 2569 : เมื่อ 'ภาพฝัน' จบลงที่ 'หนี้สิน' – เจาะลึกโฉมหน้าใหม่พรรคการเมืองไทย ในวันที่ประชานิยมแจกเงินไม่ใช่คำตอบเดียว
หากการเลือกตั้งปี 2566 คือสมรภูมิแห่ง "ความหวังและการเปลี่ยนแปลง" ที่เต็มไปด้วยนโยบายหวือหวาที่สุดในประวัติศาสตร์ การเลือกตั้งปี 2569 นี้ อาจถูกนิยามใหม่ว่าเป็นสมรภูมิแห่ง "ความจริงและการเอาตัวรอด"
ภาพจำของการ "แจกเงินดิจิทัล" หรือ "กัญชาเสรี" กำลังเลือนหายไปจากป้ายหาเสียง ถูกแทนที่ด้วยคำศัพท์ที่ฟังดูขึงขังและหนักแน่นขึ้นอย่าง "แก้หนี้" "ปรับโครงสร้าง" และ "เศรษฐกิจปากท้อง" สะท้อนให้เห็นว่าหน้าตักงบประมาณของประเทศอาจไม่เอื้อให้ขายฝันได้เหมือนเก่า
6 พรรคการเมืองหลัก ที่กำลังรีแบรนด์ตัวเองครั้งใหญ่ เพื่อชวนผู้อ่านมองทะลุเปลือกนอกไปดูว่า "ภาพที่พวกเขาสร้าง" กับ "ร่างที่พวกเขาเป็น" นั้น แตกต่างกันอย่างไร
ภาพที่สร้าง : ภายใต้สโลแกน "สร้างโอกาส ล้างหนี้ มีกิน" เพื่อไทยในปี 2569 พยายามสลัดภาพพรรคที่พึ่งพานโยบายแจกเงินก้อนโตแบบ Helicopter Money ทิ้งไป พวกเขาหันมาสร้างภาพลักษณ์ใหม่ในฐานะ "ผู้เชี่ยวชาญทางเศรษฐกิจ" ที่เน้นการสร้างรายได้แบบเบ็ดเสร็จผ่านการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) และระบบคมนาคม เพื่อแก้ปัญหาปากท้องอย่างยั่งยืน
ร่างที่เป็น: การลดบทบาท Digital Wallet ลง ไม่ใช่เพียงการปรับกลยุทธ์ แต่คือ 'ไฟลต์บังคับ' จากบทเรียนราคาแพงในช่วงรัฐบาลที่ผ่านมา ซึ่งเผชิญทั้งกำแพงกฎหมายและข้อจำกัดทางงบประมาณ "ร่างจริง" ของเพื่อไทยในครั้งนี้ จึงไม่ใช่ซานตาคลอสผู้ใจดีคนเดิม แต่คือ "นักบริหารหนี้" ที่จำยอมต้องกลับมาซ่อมแซมโครงสร้างเศรษฐกิจที่เปราะบาง โดยงัดจุดแข็งเดิมอย่าง "30 บาทรักษาทุกที่" และ "รถไฟฟ้า 20 บาท" มาใช้เป็นเกราะกำบัง เพื่อพิสูจน์ผลงานที่จับต้องได้มากกว่าตัวเงิน
ภาพที่สร้าง: ภูมิใจไทยกำลังรีแบรนด์ตัวเองสู่ความทันสมัยระดับอินเตอร์ด้วยโมเดล "Economy 10 Plus" นำเสนอภาพลักษณ์พรรคที่เข้าใจโลกธุรกิจ SME, สังคมผู้สูงวัย และ AI พยายามลบภาพจำพรรคภูธรที่ผูกติดกับกัญชา ให้กลายเป็นพรรคบริหารเศรษฐกิจมหภาคที่ดูสมาร์ท แต่ยังคงจุดขาย "พูดแล้วทำ"
ร่างที่เป็น: ภายใต้เสื้อคลุมที่ดูทันสมัย เนื้อในของภูมิใจไทยยังคงเป็น "นักปฏิบัติที่ไร้อคติทางนโยบาย" อย่างแท้จริง เห็นได้ชัดจากการปัดฝุ่นโครงการ "คนละครึ่ง Plus" ซึ่งเคยเป็นผลงานชิ้นโบแดงของรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ มาเป็นจุดขายหลัก สิ่งนี้สะท้อนว่า ร่างแท้จริงของภูมิใจไทยคือพรรคที่ "อะไรขายได้ หยิบมาทำ" โดยไม่ยึดติดว่าใครเป็นคนริเริ่ม ขอเพียงตอบโจทย์ "ปากท้องระยะสั้น" และรักษาฐานเสียงได้ก็พอ
ภาพที่สร้าง: "โมเดลเศรษฐกิจใหม่" (New Economic Model) คือธงนำที่พรรคประชาชนใช้ดึงดูดชนชั้นกลางและคนรุ่นใหม่ ภาพลักษณ์ความก้าวร้าวปะทะสถาบันหลักดูลดโทนลงอย่างมีนัยสำคัญ ถูกแทนที่ด้วยภาพลักษณ์ของ "เทคโนแครต" (Technocrat) ที่ฉลาดล้ำทางนโยบาย เช่น "หวยใบเสร็จ SME" "คูปองทักษะดิจิทัล" และอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์
ร่างที่เป็น: แม้ฉากหน้าจะดูเป็นผู้เชี่ยวชาญทางเศรษฐกิจมากขึ้น แต่ "DNA" ของพรรคยังคงเดิม นั่นคือการ "รื้อโครงสร้าง" นโยบายเศรษฐกิจที่ดูทันสมัยเหล่านี้ แท้จริงแล้วเป็นเพียง "หัวหอกใหม่" ที่เคลือบยาขมอย่างการปฏิรูปกองทัพและการทลายทุนผูกขาดให้กลืนง่ายขึ้น ร่างจริงของพวกเขายังคงเป็นพรรคที่ต้องการเปลี่ยนแปลงระบอบการเมืองไทย เพียงแต่เลือกใช้ "เศรษฐกิจสร้างสรรค์" เป็นเครื่องมือในการเข้าถึงอำนาจรัฐอย่างนุ่มนวลและระมัดระวังกว่าเดิม
ภาพที่สร้าง: พรรคน้องใหม่มาแรงภายใต้เงาของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ชูสโลแกน "คนทำงานจริง" ขายความดิบ ลุย ถึงลูกถึงคน พร้อมชนกับปัญหาสินค้าเถื่อนและที่ดินทำกิน (ส.ป.ก. เป็นโฉนด) นำเสนอภาพลักษณ์ของผู้พิทักษ์คนตัวเล็กตัวน้อย
ร่างที่เป็น: นี่ไม่ใช่พรรคใหม่โดยเนื้อแท้ แต่คือการ "รวมร่างอวตาร" ของกลุ่มบ้านใหญ่และเครือข่ายอุปถัมภ์เดิมที่แยกตัวออกมา ร่างจริงของพรรคกล้าธรรมคือ "เครื่องจักรทางการเมืองระบบเก่า" ที่ทรงพลังด้วยคอนเนกชันและผลประโยชน์เฉพาะหน้าในพื้นที่เกษตรกรรม เป็นพรรคที่ไม่ได้ขายฝันสวยหรูระดับชาติ แต่ขาย "การแก้ปัญหาเฉพาะจุด" ให้กับฐานเสียงเดิมที่เหนียวแน่นในต่างจังหวัด
ภาพที่สร้าง: "คนไทยหายจน" คำขวัญที่ดุดันผิดหูพรรคประชาธิปัตย์ สะท้อนความพยายามสลัดภาพความเชื่องช้า "ดีแต่พูด" ทิ้งไป นำเสนอตัวเลขที่ชัดเจนอย่าง "ค่าไฟ 3.50 บาท" เพื่อแสดงความพร้อมในการ "หักด้ามพร้าด้วยเข่า" และความกระตือรือร้นในการแก้ปัญหา
ร่างที่เป็น: ไส้ในของนโยบายยังคงยืนพื้นอยู่บน "การประกันรายได้" ซึ่งเป็นมรดกตกทอดทางความคิดเดิม แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปคือ "ความเร่งด่วน" (Desperation) ร่างจริงของประชาธิปัตย์ใน พ.ศ. นี้ คือพรรคเก่าแก่ที่กำลังต่อสู้กับ วิกฤตศรัทธา อย่างหนักหน่วง จึงจำเป็นต้องใช้นโยบายที่โจมตีคู่แข่งเรื่อง "ความสุจริต" ควบคู่ไปกับประชานิยมแบบมีเงื่อนไข เพื่อดึงฐานเสียงอนุรักษ์นิยมที่หลุดมือไปให้กลับคืนมา
ภาพที่สร้าง: พยายามสื่อสารเรื่อง "มั่นคง ฟื้นฟู และดูแล" เพื่อตอบโจทย์ความเดือดร้อนของประชาชน ท่ามกลางความผันผวนของโลก โดยยังคงเน้นจุดขายเรื่องความสัมพันธ์อันดีกับทุกฝ่ายและการดูแลสวัสดิการพื้นฐาน
ร่างที่เป็น: สภาพจริงคือพรรคที่กำลังเข้าสู่ภาวะ "สมองไหล" แกนนำหลักและบ้านใหญ่หลายกลุ่มทยอยตีจาก เหลือเพียงโครงสร้างที่อุ้ยอ้ายและบารมีส่วนบุคคลที่ลดน้อยถอยลงตามกาลเวลา "ร่างจริง" ของพลังประชารัฐในศึกนี้ จึงไม่ใช่การต่อสู้เพื่อเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล แต่เป็นการต่อสู้เพื่อรักษาสถานะและที่นั่งในสภาไม่ให้สูญหายไปตามกาลเวลา
การเลือกตั้ง 2569 ที่กำลังจะเกิดขึ้น สะท้อนให้เห็นจุดเปลี่ยนสำคัญของการเมืองไทย เมื่อทุกพรรคต่างตระหนักว่า "กระสุนดินดำ" (งบประมาณ) ของประเทศมีจำกัด การแข่งกันขายฝันด้วยตัวเลขมหาศาลจึงกลายเป็นเรื่องยากและไม่สมจริง
ผู้มีสิทธิเลือกตั้งในปีนี้ จะไม่ได้เห็นเพียงแค่สงครามนโยบาย แต่จะได้เห็นการปะทะกันระหว่าง "ภาพลักษณ์ใหม่ที่ถูกปรุงแต่ง" กับ "ตัวตนดั้งเดิมทางการเมือง" ซึ่งท้ายที่สุดแล้ว ประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินว่า นโยบายใดคือทางออกที่แท้จริง และนโยบายใดเป็นเพียงเหล้าเก่าในขวดใหม่ที่ใช้เพื่อการโฆษณาเท่านั้น
ข่าวที่เกี่ยวข้อง