
เปิดตัวโมเดล "รัฐบาลประชาชน" นำโดย ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี การประกาศครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการเปิดตัวผู้สมัคร แต่เป็นการนำเสนอ "โครงสร้างการบริหารใหม่" ที่มุ่งทลายขนบการเมืองแบบเดิมที่ฝังรากลึกในสังคมไทย
หัวใจสำคัญของการแถลงครั้งนี้ คือการยอมรับความจริงที่น่าเจ็บปวดของการเมืองไทย ณัฐพงษ์ชี้ให้เห็นถึงจุดอ่อนเชิงโครงสร้าง 2 ประการที่ฉุดรั้งประเทศ:
การทำงานแบบแยกส่วน (Silo): หน่วยราชการต่างคนต่างตั้งตัวชี้วัด ขาดการบูรณาการ
ระบบโควตารัฐมนตรี: การจัดสรรตำแหน่งตามจำนวน สส. ของพรรคร่วมรัฐบาล แทนที่จะยึดตามความรู้ความสามารถ (Put the right man on the right job) ทำให้เกิดการหวงแหนงบประมาณและผลประโยชน์เฉพาะกลุ่ม
ข้อเสนอของพรรคประชาชนคือการใช้ "ภารกิจนำ" (Mission-based) โดยมีเป้าหมายสร้างประเทศไทยที่ "ไม่เทา เท่ากัน และเท่าทันโลก" ผ่านโครงสร้างทีมบริหารที่ชัดเจน ไม่ใช่การฉายภาพผู้นำเพียงคนเดียว (Single Strongman) แต่คือทีมที่แข็งแกร่ง (Strong Team) ประกอบด้วย:
ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ: นายกรัฐมนตรี
พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์: รองนายกฯ ด้านประชาธิปไตยและความมั่นคงใหม่
วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร: รองนายกฯ ด้านเศรษฐกิจ
เดชรัตน์ สุขกำเนิด: รองนายกฯ ด้านคุณภาพชีวิต
ศิริกัญญา ตันสกุล: รองนายกฯ ด้านการปฏิรูปรัฐ
ปฏิรูปรัฐ: สมการ 'Clean & Lean' ของศิริกัญญา
ศิริกัญญา ตันสกุล ขุนพลเศรษฐกิจที่ผันตัวมาดูการปฏิรูปรัฐ วางเดิมพันกับโมเดล "Clean & Lean" โดยชี้ว่าหากอุดรูรั่วจากการทุจริตได้ รัฐจะมีงบประมาณพัฒนาประเทศเพิ่มขึ้นเทียบเท่ากับการขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ถึง 1%
Lean (กระชับ): ประกาศ "Operation 18" เร่งรัดกิโยตินกฎหมายภายใน 18 เดือน และใช้มาตรการเด็ดขาด: หากขอใบอนุญาตแล้วราชการเงียบเกิน 30 วัน ให้ถือว่า "อนุมัติโดยอัตโนมัติ" เพื่อตัดช่องทางเรียกรับสินบน
Clean (โปร่งใส): เปลี่ยนจากการขู่ด้วยโทษประหารที่ไร้ผล มาเป็นการสร้างระบบจูงใจพยาน (Whistleblower) เพื่อทำลายการสมรู้ร่วมคิด (Conspiracy) พร้อมระบบเปิดเผยข้อมูลจัดซื้อจัดจ้างเพื่อป้องกันการล็อกสเปก
.
ในมิติทางเศรษฐกิจ วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร สะท้อนภาพความเป็นจริงที่น่ากังวลว่า ตำนาน "เสือตัวที่ 5" ของเอเชียกำลังจะกลายเป็นเพียงนิทานพื้นบ้าน หากไทยไม่ปรับตัวภายใน 5 ปีนี้
วีระยุทธเปรียบเปรยอย่างเจ็บแสบว่า นโยบายที่ผ่านมาของไทยคือการ "ลด แลก แจก แถม" เพียงเพื่อให้ขบวนรถไฟแห่งเทคโนโลยีผ่านหน้าบ้าน แต่เมื่อขบวนนั้นผ่านไป ไทยทำได้เพียงยืน "เซลฟี" ถ่ายรูปคู่ โดยไม่ได้มีส่วนร่วมรับการถ่ายทอดเทคโนโลยีหรือมูลค่าเพิ่มใดๆ อย่างแท้จริง (ดังเช่นกรณี EV หรือ Data Center)
เลิกฝันเฟื่องที่จะสร้างโปรดักต์สำเร็จรูปแข่งกับยักษ์ใหญ่ แต่หันมาเป็นผู้ผลิตชิ้นส่วนสำคัญที่โลกขาดไม่ได้ ได้แก่ เซ็นเซอร์, พาวเวอร์บอร์ด และโฟตอนิกส์
เชื่อมโลกเก่ากับโลกใหม่: ดูแลอุตสาหกรรมดั้งเดิม (เช่น เฟอร์นิเจอร์, อัญมณี) ไม่ให้ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง พร้อมกับสร้างดีมานด์ในประเทศเพื่อหล่อเลี้ยงอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ให้เกิดขึ้นจริง
พรรคประชาชน โยนโจทย์ใหญ่กลับไปยังผู้มีสิทธิเลือกตั้งว่า จะยอมจำนนต่อวาทกรรม "เลือกใครก็เหมือนกัน" หรือจะลองเสี่ยงกับการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างอำนาจใหม่ ที่พรรคประชาชนเคลมว่าคือทางรอดเดียวที่จะพาไทยออกจากวงจรอุบาทว์ของการเมืองแบบแบ่งเค้กและเศรษฐกิจที่โตไม่ทันโลก