svasdssvasds

ใกล้เลือกตั้ง เสียงคนต่าง GEN คาดหวังอะไรจากการเมืองไทย

ใกล้เลือกตั้ง เสียงคนต่าง GEN คาดหวังอะไรจากการเมืองไทย

ใกล้เลือกตั้ง SpringNews ชวนฟังเสียงจากหลายเจเนอเรชัน ความหวัง ความเหนื่อยล้า และสิ่งที่ประชาชนอยากเห็นจากการเปลี่ยนแปลงการเมืองครั้งใหม่

SHORT CUT

  • ผู้ให้ความเห็นจากหลายเจเนอเรชันตรงกันว่า อยากเห็นการเลือกตั้งที่โปร่งใส ถูกนับอย่างถูกต้อง และเคารพผลการเลือกตั้ง เพื่อให้ประชาธิปไตยทำงานได้จริง
  • แม้หลายคนจะเหนื่อยล้าจากภาระชีวิตและเศรษฐกิจ แต่ยังมีความหวังจากการตื่นตัวของเจเนอเรชันใหม่ ทั้งในเชิงสิทธิ เสรีภาพ และวัฒนธรรมประชาธิปไตย
  • ตั้งแต่การแก้รัฐธรรมนูญ การเคารพเสียงประชาชน ไปจนถึงเมืองที่ปลอดภัยและโอกาสที่เท่าเทียม ล้วนเป็นความคาดหวังร่วมต่ออนาคตการเมืองไทย

ใกล้เลือกตั้ง SpringNews ชวนฟังเสียงจากหลายเจเนอเรชัน ความหวัง ความเหนื่อยล้า และสิ่งที่ประชาชนอยากเห็นจากการเปลี่ยนแปลงการเมืองครั้งใหม่

ในช่วงเวลาที่ประเทศไทยกำลังเดินเข้าใกล้การเลือกตั้งอีกครั้ง SpringNews ชวนสำรวจความคิดและความคาดหวังของผู้คนจากหลากหลายเจเนอเรชัน ว่าพวกเขามองการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองครั้งนี้อย่างไร และอยากเห็นอะไรเกิดขึ้นกับประเทศในอนาคตอันใกล้

แม้การเลือกตั้งจะเป็นกลไกพื้นฐานของระบอบประชาธิปไตย แต่ประสบการณ์ทางการเมืองที่ผ่านมา ทั้งความหวัง ความผิดหวัง และความเหนื่อยล้าจากชีวิตประจำวัน ทำให้ทัศนคติของผู้คนต่อการเมืองแตกต่างกันออกไป บางคนยังเชื่อมั่นในพลังของการใช้สิทธิ ขณะที่บางคนเริ่มตั้งคำถามว่าเสียงของตนเองยังมีความหมายมากน้อยเพียงใด

จากนักกิจกรรม นักเขียน นักวิชาการ เสียงสะท้อนเหล่านี้ไม่เพียงบอกเล่าความหวังเฉพาะบุคคล แต่ยังสะท้อนภาพรวมของสังคมไทยในห้วงหัวเลี้ยวหัวต่อของการเมืองครั้งสำคัญ

ใกล้เลือกตั้ง เสียงคนต่าง GEN คาดหวังอะไรจากการเมืองไทย

ธนาพร จูฑะสมพากร

ฝ่ายข้อมูลและการสื่อสาร We Watch

สิ่งที่อยากเห็นมากที่สุด คืออยากให้คนกลับมาตื่นตัวกับการเมืองและการเลือกตั้งอีกครั้ง อยากเห็นคนออกมาใช้สิทธิแบบถล่มทลาย มาแสดงเจตจำนงว่าเราอยากเลือกอนาคตแบบไหนให้กับประเทศไทย และให้กับชีวิตของตัวเอง

ถ้าย้อนดูการเลือกตั้งครั้งก่อน ปี 2566 มีผู้มาใช้สิทธิ 39,293,867 คน จากผู้มีสิทธิทั้งหมด 52,238,594 คน คิดเป็นร้อยละ 75.22 ซึ่งถือว่าสูงที่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองไทย มันสะท้อนชัดว่าคนรู้สึกว่าเสียงของตัวเองมีความหมาย และเชื่อว่าการออกมาใช้สิทธิสามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้

ช่วงนั้นเรายังเรียนอยู่มหาวิทยาลัย อาจจะเพราะเรียนรัฐศาสตร์ด้วยมั้ง แต่ไม่ใช่แค่ในคณะเรา ในหลายพื้นที่จะเห็นบรรยากาศการพูดคุยและแสดงออกทางการเมืองที่เปิดกว้างและค่อนข้างก้าวหน้า คนตื่นตัวกับการเมืองการเลือกตั้งมาก คนมันมีความหวัง โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ เราเห็นการเคลื่อนไหวทั้งออฟไลน์และออนไลน์ เห็นทั้งความโกรธ ความไม่ยอมรับและการต่อต้านในสิ่งที่ไม่ถูกต้องอย่างต่อเนื่อง เราอยากเห็นบรรยากาศแบบนั้นกลับมาอีกครั้ง

แต่ถ้ามองรอบตัวในวันนี้ แม้แต่เพื่อนที่เคยแสดงออกทางการเมืองอย่างชัดเจนในช่วงนั้น หลายคนก็เริ่มเฟดออกไป ต่างคนต่างโฟกัสกับชีวิต งาน และความอยู่รอดของตัวเอง บางทีแค่ตื่นมาใช้ชีวิต ออกไปทำงานก็เหนื่อยแล้วจริง ๆ นับคนได้เลยว่าใครยังพูด ยังผลักดันเรื่องการเมืองอยู่ ซึ่งเราก็เข้าใจนะว่าแต่ละคนมีเงื่อนไขชีวิตไม่เหมือนกัน มีภาระ ความไม่มั่นคงทางเศรษฐกิจ หรือแม้แต่ความเหนื่อยล้าจากชีวิตประจำวัน มันทำให้หลายคนไม่มีแรงเหลือมาคิดเรื่องการเมือง

อีกสิ่งหนึ่งที่อยากเห็น คือการเลือกตั้งที่มีความผิดพลาดน้อยที่สุด ให้เสียงของคนที่ไปใช้สิทธิได้ถูกนับ และมีความหมายจริง ๆ แต่มันมักถูกทำให้ไม่มีความหมายจากการจัดการขององค์กรที่รับผิดชอบการจัดการเลือกตั้งเอง ไม่ว่าจะเสียงตกหล่น หรือการไม่พยายามให้คนได้เข้าถึงสิทธิให้ได้มากที่สุด 

ใกล้เลือกตั้ง เสียงคนต่าง GEN คาดหวังอะไรจากการเมืองไทย

วิน นิมมานวรวุฒิ

เจ้าของนามปากกา “โรแมนติกร้าย”

ปลายทางจริง ๆ เราอยากเห็นระบบประชาธิปไตยที่แข็งแรงพอที่จะทำให้มั่นใจว่าเสียงของทุกคนมีความหมาย เราอยากเห็นการเลือกที่นโยบายมากกว่าตัวบุคคล ปัญหาเชิงโครงสร้างคงต้องใช้เวลากว่าจะเปลี่ยนแปลงได้ แต่ในระยะสั้น เราอยากเห็นการขับเคลื่อนเรื่อง feminist city หรือเมืองที่ปลอดภัยสำหรับผู้หญิงและคนทุกเพศ เพราะเมืองที่ออกไปใช้ชีวิตได้อย่างปลอดภัยและเดินเท้าได้ คือรากฐานที่สำคัญของทุกอย่าง

การเมืองไทยยังมีความหวังอยู่เสมอ ขอแค่เรายังมีชีวิตต่อไป แล้วไม่ลืมว่าทุกการเปลี่ยนแปลงต้องใช้เวลาเสมอ เมล็ดพันธุ์ที่เราปลูกในวันนี้ อาจจะไม่ได้ผลิบานในรุ่นของเรา แต่มันอาจจะผลิบานในรุ่นต่อไป นั่นคือเซ้นส์ของความหวังสำหรับเรา ทุกคนมีส่วนร่วมในการเปลี่ยนแปลงได้ ไม่มีใครตัวเล็กเกินไป และทุกเสียงมีความหมายเสมอ

ในยุคที่ทุกคนกลายเป็นประชากรโลก เรามีความหวังทุกครั้งที่เห็นคนในเจเนอเรชันใหม่มีความตื่นตัวทางการเมืองมากขึ้น ตระหนักในสิทธิและมีความคิดที่ก้าวหน้ากว่าคนในเจนเรา สิ่งที่สำคัญไม่แพ้การเมืองในระบบ คือการเมืองในเชิงวัฒนธรรม การรักษาจิตวิญญาณของประชาธิปไตยให้ดำรงอยู่ในวัฒนธรรมและ pop culture เป็นเรื่องสำคัญมาก ๆ 

ใกล้เลือกตั้ง เสียงคนต่าง GEN คาดหวังอะไรจากการเมืองไทย

วิจักขณ์ พานิช

นักวิชาการด้านศาสนา

อยากเห็นการยอมรับผลการเลือกตั้ง พรรคที่ชนะการเลือกตั้งได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล บริหารประเทศ และผลักดันการแก้รัฐธรรมนูญ

การเมืองไทยยังมีความหวังอยู่ เพราะการเมืองระบอบประชาธิปไตยในตัวมันเองคือความหวัง การเมืองคือพื้นที่แห่งการเคารพสิทธิเสรีภาพ และการมีส่วนร่วมของประชาชน การแก้รัฐธรรมนูญ และลบผลพวงจากการทำรัฐประหาร รวมถึงการนิรโทษกรรมนักโทษการเมืองทุกกลุ่ม จะทำให้การเมืองไทยกลับมามีความหวัง  

ใกล้เลือกตั้ง เสียงคนต่าง GEN คาดหวังอะไรจากการเมืองไทย

วีรพร นิติประภา

นักเขียนเจ้าของ 2 รางวัลซีไรต์

อยากเห็นพรรคที่ได้คะแนนสูงสุดได้เป็นรัฐบาล เป็นรัฐบาลพรรคเดียวยิ่งดี แต่คงยาก และอยากเห็น ส.ว. เคารพเสียงของประชาชนมากกว่าครั้งที่แล้ว

อยากบอกผู้มีอำนาจให้ระลึกไว้เสมอว่า เดิมพันของอำนาจที่เขาได้มา คือชีวิตของผู้คนกว่าหกสิบล้านคน มีคนจำนวนมากที่ต้องการชีวิตที่ดีกว่านี้ โอกาสที่เท่าเทียมกว่านี้ และความหลงใหลใฝ่ฝันที่เปิดกว้างกว่านี้ ประเทศต้องการอนาคตที่ไปไกลกว่านี้ อำนาจที่ได้มาเป็นของประชาชน และผู้มีอำนาจควรเป็นข้ารับใช้ที่ซื่อสัตย์และมั่นคง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง 

related