
SHORT CUT
8 พรรคการเมืองเห็นพ้องต้องกันในการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้เป็นเครื่องมือหลักในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชัน
“เครือเนชั่น” จัดงาน “Nation Election 2569 Debate จุดเปลี่ยนประเทศไทย” โดยเชิญตัวแทนพรรคการเมืองมาร่วมประชันวิสัยทัศน์ หวังคว้าใจประชาชน ก่อนการเลือกตั้ง 8 ก.พ.นี้
บนเวทีมีการถามเรื่องปัญหาการคอร์รัปชัน แต่ละพรรคมีนโยบายปราบคอร์รัปชันอย่างไร ถ้ามีคนในพรรค หรือคนในรัฐบาลถูกกล่าวหาว่าทุจริต จะดำเนินการอย่างไร โดยพรรคการเมืองทั้งหมดที่มาร่วมงาน ไม่ว่าจะเป็นพรรคเพื่อไทย พรรคไทยก้าวใหม่ พรรคประชาชน พรรครวมไทยสร้างชาติ พรรคโอกาสใหม่ พรรคประชาธิปัตย์ พรรคประชาชาติ และพรรคไทยสร้างไทย ต่างเห็นด้วยกับการมีนโยบายปราบคอร์รัปชัน โดยมุ่งเน้นไปใช้เทคโนโลยีในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต
สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ หัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกฯพรรคไทยก้าวใหม่ กล่าวว่า พรรคไทยก้าวใหม่ เรามาทำการเมืองสร้างสรรค์ ไม่ได้มีประวัติด่างพร้อย อย่างที่บอกว่าถ้าเชื่อมั่นในหัวหน้าพรรค แคนดิเดตนายกฯ ผู้นำไม่มีประวัติด่างพร้อย เรายอมไม่ได้กับคนทำงานที่คอร์รัปชันจริง ๆ แน่นอนการกล่าวหาต้องได้รับความเป็นธรรม ถ้าพิสูจน์ไม่ได้ ต้องถูกปลด และถูกดำเนินคดีทันที
ปัญหาคอร์รัปชันมีที่ต้นตอ ถ้าเอาไปประหาร ติดคุกก็ดี แต่สุดท้ายแล้วตึก สตง.คนตายไปแล้ว เงินภาษีสูญเสียไปแล้ว คานลงมาทับคนตายไปแล้ว นโยบายพรรคไทยก้าวใหม่ เราต้องการทำรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ AI เก่งแต่วิ่งบนกระดาษไม่ได้ ตนอาสาในฐานะนักเทคโนโลยี จะทำรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ให้ได้ภายใน 1 ปี จะเห็นว่าเขาไม่สามารถคอร์รัปชันได้ตั้งแต่ต้นเลย รวมถึงการจัดการที่ดิน สิ่งปลูกสร้างที่คอร์รัปชันกันทุกที่ เห็นหน้าโฉนดก็รู้แล้วว่าทำได้แค่ไหน แน่นอนการแก้ปัญหาคอร์รัปชันที่ดีที่สุดอีกเรื่องคือการเริ่มตั้งแต่วัยเด็ก
ด้านยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกฯพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ถ้ามีคนในพรรคเข้ามาเกี่ยวข้อง แน่นอนจะดำเนินการตามกฎหมาย ไม่มียกเว้น เรื่องเกี่ยวกับคอร์รัปชันต้องแก้ทั้งระบบ 2 เรื่อง
แน่นอนว่าอย่างแรกคือเริ่มด้วยการศึกษาที่ดี สิ่งสำคัญที่สุดคือวันนี้เรื่องรัฐบาลดิจิทัล เราเคยทำมาแล้วในเรื่องนโยบายของ Cloud First สิ่งที่เราทำอยู่ และค้างไว้คือการทำ Auto Approve การอนุมัติบางอย่างจากหลักเกณฑ์เลย โดยไม่ต้องผ่านคน สิ่งที่จะลดการคอร์รัปชันลง
อีกส่วนหนึ่งคือทำอย่างไรให้เกิดรัฐบาลดิจิทัลขึ้น แน่นอนปูพรมโครงสร้างพื้นฐาน ความรู้ Infrastructure ต่าง ๆ หลังจากนั้นคือการรวมข้อมูลทุกกระทรวงเข้าด้วยกัน อย่างน้อย 20 กระทรวงที่เราดู และมีแพลตฟอร์มต่าง ๆ เข้ามาร่วมกัน พอรวมข้อมูล จะเปิดแพลตฟอร์ม Service ได้ ทำให้ Start Up เข้ามาตรวจเช็คได้ เป็นการอุดหนุน Start Up และอุตสาหกรรมไปในตัว ที่จะเข้ามาช่วยกันทำตรงนี้
หลังจากนั้นเมื่อมีแพลตฟอร์ม Service แล้วหลังจากนั้นเราจะดูแลประชาชนได้จากแพลตฟอร์มนี้ ในการทำ One Stop Service และดูแลเกี่ยวกับคนที่ทำเรื่องธุรกิจต่าง ๆ ได้ ดูแลทุกคนที่จะเดินทางมาคือคนต่างประเทศ และสำคัญที่สุดแพลตฟอร์มปราบโกง เรามีการทำเกี่ยวกับ Corruption Tracking นี่คือเบื้องต้นที่พรรคเพื่อไทยจะดำเนินการทันที
อย่างไรก็ดีนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกฯของพรรคประชาชน (ปชน.) กล่าวเสริมเรื่องนี้ว่า เห็นด้วยเรื่องการใช้เครื่องมือดิจิทัลเข้ามาช่วย แต่สิ่งที่ทุกวันนี้ไทยขาดอยู่คือเรื่องเจตจำนงทางการเมือง สิ่งที่อยากสอบถามจุดยืนของ ปชน.ประกาศว่า มีส้ม ไม่มีเทา เจอเทา เราจัดการ ตนขอแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับผู้สมัคร สส.ของพรรค แต่วันนี้ไม่ต้องพูดไปไกล ไม่ต้องพูดไปถึงตอนเป็นรัฐบาล เอาเฉพาะช่วงหาเสียงเลือกตั้งว่า ระหว่างนี้ถึง 8 ก.พ. ถ้ามีการออกหมายจับของพรรคใดพรรคหนึ่งออกมา จุดยืนทางการเมืองของท่านเห็นตรงกับผมหรือไม่ว่า มาตรฐานจริยธรรมทางการเมือง ความรับผิดชอบของผู้สมัคร ต้องสูงกว่ามาตรฐานทางกฎหมาย
ขณะที่อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกฯของพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวว่า ปชป.มีมติใน กก.บห.ไปแล้วว่า ถ้าเราพบสิ่งเหล่านี้ในระหว่างการเลือกตั้ง เราจะประกาศไม่สนับสนุน และมีการสอบวินัย และควรดำเนินการเช่นเดียวกัน เพื่อให้หลุดไปจากวงจรการเมือง ส่วนเรื่องมาตรฐานความรับผิดชอบทางการเมืองที่สูงกว่ากฎหมาย ตนพูดไปแล้ว เคยทำไปแล้วตอนเป็นนายกฯ
“มีประเด็นเดียวคือเห็นด้วยกับ 2 ท่านในการใช้เทคโนโลยีมาตรวจจับ ตรวจสอบ แต่มีอีกประเด็นหนึ่งที่ ปชป.ต้องดำเนินการ คือปัญหาการซื้อขายตำแหน่งในระบบราชการ ต้องปรับเปลี่ยนให้กระบวนการโยกย้ายแต่งตั้งผู้บริหารทุกกระทรวง มีความโปร่งใสมากกว่าปัจจุบัน ทำให้ปัญหาการทุจริตตลอดทางลงมาในระบบราชการ” นายอภิสิทธิ์ กล่าว
ขณะที่ จตุพร บุรุษพัฒน์ หัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกฯพรรคโอกาสใหม่ กล่าวว่า เห็นด้วยกับทั้งหมดที่พูดมา แต่คำถามคือถ้าเราเป็นหัวหน้าพรรคจะทำอย่างไร ตนก็ต้องลาออกด้วยเลย รับผิดชอบด้วย เพราะเราเอาเขามา ไม่ใช่จัดการแค่เขา เราต้องรับผิดชอบ เราต้องเลือกคนดี ๆ เข้ามานี่ชัดเจนที่สุด
ส่วน คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานที่ปรึกษา และแคนดิเดตนายกฯพรรคไทยสร้างไทย (ทสท.) กล่าวว่า วันนี้การทุจริตเกิดจากการซื้อเสียง เอาทุนเทามาซื้อเสียงอย่างมโหฬาร เพิ่งกลับจากอีสาน 50-100 ล้านบาท เป็นตัวเลขที่พูดกัน เราช่วยกันได้หรือไม่ว่า เราจะไม่ซื้อเสียง และประชาชนจะรับหรือไม่รับเงินซื้อเสียงเป็นสิทธิ เพราะมันคือเงินที่เขาปล้นเรามา โกงเรามา แต่อย่าไปกาให้พวกชั่วเหล่านี้ เข้าไปปล้นพวกเราต่ออย่างเด็ดขาด