
SHORT CUT
อเล็กซ์ เจฟฟรีย์ เพรตติ เจ้าหน้าที่พยาบาลประจำห้องไอซียูวัย 37 ปี จากศูนย์ดูแลสุขภาพทหารผ่านศึกมินนิอาโพลิส ถูกเจ้าหน้าที่หน่วยลาดตระเวนชายแดนสหรัฐฯ ยิงหลายนัดเสียชีวิต หลังพยายามถ่ายวิดีโอขณะที่เจ้าหน้าที่ ICE กำลังฉีดสเปรย์พริกไทยใส่ผู้หญิงอีกคน แม้เจ้าหน้าที่อ้างว่าเพรตติพกพาอาวุธปืน แต่วิดีโอจากผู้เห็นเหตุการณ์แสดงให้เห็นว่าเขาถือเพียงโทรศัพท์มือถือเท่านั้น
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นไม่ถึงสามสัปดาห์หลังจากเหตุการณ์ยิงเรเน่ นิโคล กู๊ดเสียชีวิต ซึ่งจุดชนวนให้ผู้ประท้วงหลายร้อยคนออกมาบนท้องถนนอีกครั้งแสดงความไม่พอใจอย่างรุนแรง และเรียกร้องให้เกิดการตรวจสอบอย่างเข้มงวดมากขึ้นเกี่ยวกับการบังคับใช้กฎหมายคนเข้าเมืองของรัฐบาลกลางในมินนิโซตา

26 มกราคม: ผู้ว่าการรัฐเรียกร้องให้ทรัมป์ลดความตึงเครียด
ผู้ว่าการรัฐมินนิโซตา เผยว่า เขาได้ติดต่อและพูดคุยกับและประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เกี่ยวกับสถานการณ์การบังคับใช้กฎหมายคนเข้าเมืองที่กำลังดำเนินอยู่ หลังจากเกิดเหตุยิงกันเสียชีวิตหลายราย โดยเรียกร้องให้มีการสอบสวนอย่างเป็นกลางเกี่ยวกับการเสียชีวิตที่เกิดขึ้น และเรียกร้องให้ลดจำนวนเจ้าหน้าที่รัฐบาลกลางที่ประจำการอยู่ในรัฐ
ขณะที่ทรัมป์เผยว่า รัฐบาลของเขาจะ 'ลดความตึงเครียด' ในรัฐมินนิโซตาลงเล็กน้อย และแสดงความเห็นว่าการเสียชีวิตของเหยื่อทั้งสองรายเป็นเหตุการณ์ที่น่าเศร้าอย่างยิ่ง
อย่างไรก็ตาม คริสตี โนเอม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ ยังคงยืนยันที่จะกล่าวหาว่า เพรตติไม่ได้มาเพื่อประท้วงอย่างสันติ แต่มาเพื่อก่อความรุนแรง ซึ่งนับเป็นการก่อการร้ายภายในประเทศ ขณะที่กระทรวงความมั่นคงแห่งชาติ ยืนยันว่าระบุว่าเจ้าหน้าที่ยิงเพื่อป้องกันตัวเท่านั้น

เมืองมินนิอาโพลิส รัฐมินนิโซตา ของสหรัฐฯ กำลังเผชิญกับการประท้วง การปะทะ และเหตุยิงคนเสียชีวิต โดยมีจุดเริ่มต้นจากนโยบายปราบปรามผู้อพยพขอประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์
การบังคับใช้กฎหมายตรวจคนเข้าเมืองของรัฐบาลกลาง ได้กลายเป็นประเด็นสำคัญในรัฐมินนิโซตาของสหรัฐฯ มาตั้งแต่ช่วงปลายปี 2025 นับตั้งแต่การเปิดตัวปฏิบัติการเมโทรเซิร์จ (Operation Metro Surge) ตามมาตรการปราบปรามผู้อพยพของรัฐบาลทรัมป์ รัฐแห่งนี้ก็เผชิญเหตุการณ์สำคัญมากมาย ตั้งแต่การต่อสู้ในศาล การประท้วงครั้งใหญ่ รวมถึงการยิงกันจนมีผู้เสียชีวิต
โดยสาเหตุของปฏิบัติการครั้งนี้เกิดขึ้น หลังมีรายงานสำมะโนประชากรที่ระบุว่า รัฐมินนิโซตาได้กลายเป็นที่อยู่อาศัยของผู้คนจากทั่วทุกมุมโลก เช่น ชาวเม็กซิกัน 61,625 คน โซมาเลีย 37,062 คน อินเดีย 31,955 คน และอีกเกือบ 50 ประเทศ รวมเกือบ 3 แสนคน โดยในนั้นมีชาวไทยราว 19,381 คนด้วย
กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิของสหรัฐฯ ได้เริ่มปฏิบัติการเมโทรเซิร์จ (Operation Metro Surge) ด้วยการส่งเจ้าหน้าที่ ICE และหน่วยลาดตระเวนชายแดนสหรัฐฯ เข้าไปในเขตมหานครทวินซิตีส์ ในรัฐมินนิโซตา อ้างว่าเป็นปฏิบัติการเพื่อบังคับใช้กฎหมายคนเข้าเมือง โดยเน้นไปที่การจับกุมผู้อพยพชาวโซมาเลียที่อาศัยอยู่ในสหรัฐฯ อย่างผิดกฎหมาย
ขณะที่ทิม วอลซ์ ผู้ว่าการรัฐมินนิโซตา และจาคอบ เฟรย์ นายกเทศมนตรีเมือมินนิอาโปลิส และเมลวิน คาร์เตอร์ นายกเทศมนตรีเมืองเซนต์พอล ได้แสดงความกังวลต่อสาธารณะเกี่ยวกับความเข้มข้นของปฏิบัติการที่อาจส่งผลกระทบต่อชุมชนท้องถิ่น
**มหานครทวินซิตีส์ (Twin Cities) คือเขตมหานครที่รวมเมืองมินนิอาโพลิส เมืองที่ใหญ่ที่สุด และเซนต์พอล เมืองหลวงในรัฐมินนิโซตา เข้าด้วยกัน
เรเน่ นิโคล กู๊ด วัย 37 ปี ถูกเจ้าหน้าที่ ICE ยิงเสียชีวิตระหว่างปฏิบัติการของรัฐบาลกลางในมินนิอาโพลิสตอนใต้ โดยเจ้าหน้าที่กล่าวว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นขณะกำลังดำเนินการบังคับใช้กฎหมาย ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะยิงปืนสามนัดเพื่อป้องกันตัว อ้างว่ากู๊ดพยายามขับรถชนเจ้าหน้าที่ขณะพยายามหลบหนี
แต่คำให้การของเจ้าหน้าที่ได้ขัดแย้งกับคำให้การของสมาชิกในครอบครัว พยาน และภาพวิดีโอจากที่เกิดเหตุ นำไปสู่การตั้งคำถามว่าเธอเป็นภัยคุกคามในทันทีหรือไม่ในขณะที่ถูกยิง และกระตุ้นให้ผู้นำชุมชนและกลุ่มสิทธิพลเมืองเรียกร้องให้มีการสอบสวนอิสระเกี่ยวกับการยิงครั้งนี้
ผู้คนหลายร้อยคนรวมตัวกันในพิธีไว้อาลัยทั่วเมืองมินนิอาโพลิสเพื่อเป็นเกียรติแก่เรเน่ กู๊ด ขณะเดียวกันก็มีการประท้วงเกิดขึ้นนอกอาคารรัฐบาลและย่านใจกลางเมือง เรียกร้องให้เจ้าหน้าที่รัฐรับผิดชอบต่อการเสียชีวิต และเรียกร้องให้มีการเปลี่ยนแปลงยุทธวิธีบังคับใช้กฎหมายของรัฐบาลกลางในมินนิโซตา
ขณะที่ผู้ว่าการรัฐ และนายกเทศมนตรีทั้งสองเมือง ยังร่วมกันยื่นฟ้องรัฐบาลกลางเพื่อยุติปฏิบัติการเมโทรเซิร์จ เพื่อระงับแนวทางการบังคับใช้กฎหมายที่อันตรายและขาดการประสานงานกับหน่วยงานท้องถิ่น โดยระบุว่าปฏิบัติการเมโทรเซิร์จละเมิดกฎหมายของรัฐบาลกลาง เนื่องจากเป็นการกระทำโดยพลการและไร้เหตุผล เพราะรัฐอื่นๆ ไม่ได้รับการปราบปรามอย่างเท่าเทียมกัน
การประท้วงขนาดใหญ่ที่จัดขึ้นภายใต้ขบวนการ “ICE Out” นำผู้ประท้วงหลายพันคนไปยังใจกลางเมืองมินนิอาโพลิสและเมืองอื่นๆ การเดินขบวนล้อมรอบศูนย์การค้า Target Center และอาคารของรัฐบาลเรียกร้องให้ยุติปฏิบัติการ Metro Surge ทันทีและให้รัฐบาลกลางรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้น หลังเมื่อวันที่ 14 มกราคม มีชายชาวเวเนซุเอลาวัย 51 ปี ถูกเจ้าหน้ายิงที่ขา เพราะเขาพยายามเข้าไปช่วยเหลือบุคคลที่กำลังมีปัญหากับเจ้าหน้าที่ในระหว่างปฏิบัติการไล่ล่า