svasdssvasds

คนจน คนแบกเมือง ความหวังที่ถูกลืม! เมื่อหนึ่งเสียงของเรา ได้ไม่เท่ากัน

คนจน คนแบกเมือง ความหวังที่ถูกลืม! เมื่อหนึ่งเสียงของเรา ได้ไม่เท่ากัน

ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง จากชุมชนริมทางรถไฟ สะท้อนภาพช่วงเลือกตั้ง “หนึ่งเสียงเหมือนกัน แต่ได้ไม่เท่ากัน” อยากเห็นเมืองที่คนจนคนรวยอยู่ได้ ลดความเลื่อมล้ำ

SHORT CUT

  • ชุมชนคนจนสะท้อนปัญหาความเหลื่อมล้ำในฐานะ "คนแบกเมือง" ที่ถูกลืม โดยหวังว่าการเลือกตั้งจะทำให้เสียงของพวกเขามีความหมายและเท่าเทียมมากขึ้น
  • เรียกร้องนโยบายที่แก้ปัญหาปากท้องได้จริง เช่น สวัสดิการที่ดีขึ้น ลดค่าครองชีพ และการศึกษาฟรีถึงปริญญาตรีเพื่อแก้ปัญหาความจนซ้ำซ้อน
  • ไม่ต้องการคำพูดสวยหรูหรือคำสัญญา แต่ต้องการให้นักการเมืองรับฟังปัญหาและลงมือแก้ไขอย่างจริงจังเพื่อให้สามารถลืมตาอ้าปากได้

ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง จากชุมชนริมทางรถไฟ สะท้อนภาพช่วงเลือกตั้ง “หนึ่งเสียงเหมือนกัน แต่ได้ไม่เท่ากัน” อยากเห็นเมืองที่คนจนคนรวยอยู่ได้ ลดความเลื่อมล้ำ

นายเชาว์ เกิดอารีย์ หรือ ตี๋ ประธานชุมชนบุญร่มไทร ริมทางรถไฟ ซอยเพชรบุรี 5 พื้นที่ชุมชนเล็กๆ ที่ซ่อนตัวอยู่ในเมืองใหญ่ เล่าถึงที่มาที่ไปของคนในชุมชนว่า สมัยก่อน พื้นที่ตรงนี้ เป็นพื้นที่รกร้างของรถไฟไม่ได้ใช้ประโยชน์ ทำให้มีผู้คนที่ไม่มีที่อยู่อาศัย ไปทำเพิงอยู่ เพราะไม่มีเงินค่าเช่าบ้าน 

 

ที่ผ่านมาเคยมีโครงการของรัฐเข้ามาพัฒนาพื้นที่ พยายามผลักไสไล่ส่งพวกเรา ออกจากพื้นที่ ซึ่งการสู้ไม่ใช่ง่าย เพราะเราต้องสู้กับหมายศาล บางทีมีหมายบังคับคดี หมายจับ ทำให้ “กลัวมาก” กลัวติดคุก

 

“แต่เราไม่มีทางไป ก็สู้กันสักตั้ง การให้นายทุนเช่า อย่างเดียว มันเลื่อมล้ำไปหน่อย พื้นที่มันเยอะแยะไปหมด แบ่งให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบเขาเช่าสัก 10 % ได้ไหม ซอกหลืบตรงไหนก็ได้ ที่รัฐไม่สามารถพัฒนาได้ เวลาเราหลับจะได้ไม่ต้องผวา” นายเชาว์ กล่าว 


 
การเลือกตั้งครั้งนี้ จึงเป็นความหวังว่าจะดีกว่าการเลือกตั้งที่ผ่านมา “เราไม่ต้องการให้เขามาไหว้เรา” หรือมาบอกว่า “ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” คำพูดที่สวยหรู ไม่ต้องมีแล้ว “แต่ขอให้ฟังเราบ้าง” ทำอะไรก็ได้ที่แก้ปัญหาได้จริง ให้พวกเราลืมตาอ้าปากได้ ให้พรุ่งนี้มันดีกว่านี้ เห็นประเทศบ้านเมืองเป็นไปในทางที่ดี

 

“เราก็มีหวัง”

แต่ก็กลัวว่าจะกลายเป็นความหวังที่ “ถูกลืม”ขายฝันลมๆ แล้งๆ ในปัจจุบันค่าครองชีพสูง แต่ค่าแรงยังต่ำ ไม่สอดคล้องกัน เราต้องการสวัสดิการที่มันดีขึ้นกว่านี้ อย่างเช่น ผู้สูงอายุ 600 บาท ไม่สามารถทำอะไรได้ การที่เราเป็นแรงงานนอกระบบจัดสรรให้เราอยู่ในระบบได้หรือไม่ 
 


เรื่องสำคัญอีกเรื่อง คือ การลดค่าครองชีพ ควรมีค่าไฟฟ้าและน้ำมันถูกกว่านี้ อยากให้กฎหมาย อยากให้ทุกสิ่งทุกอย่างเท่าเทียมกัน ซึ่งทุกวันนี้ความเหลื่อมล้ำมันเยอะมาก อยากให้เมืองเป็นธรรม “เมืองที่คนจนคนรวยอยู่ได้” เราต้องการสวัสดิการที่เทียบเท่ากับเขาบ้าง ให้เรามีหลักประกันในชีวิตขึ้นมาบ้าง
 
“ด้านการศึกษาเราอยากให้ลูกหลานเรียนฟรีจริงๆ ถึงปริญญาตรี มันเป็นฝันลมๆ แล้งๆ แต่อยากให้มันเกิดจริง ๆ สักทีหนึ่ง เราหาเช้ากินค่ำก็จะประหยัดเงินพวกเราได้ ถ้าลูกเราได้เรียนแล้ว มีความรู้มันอาจจะไม่ “จน” ซ้ำซ้อนเหมือนเรา” นายเชาว์ กล่าว

คนในชุมชนส่วนใหญ่รายได้ไม่สูงมาก มีอาชีพเป็น รปภ. แม่บ้าน ขับวินมอเตอร์ไซด์ หาบแร่ แผงลอย ขายส้มตำถุงละ 20 บาท ราคาถูก เด็กไปโรงเรียนกินหมูปิ้งไม้ไม่กี่บาท ช่วยลดค่าครองชีพคนในเมืองให้ต่ำลง คนตัวเล็กตัวน้อยอยู่ได้ อาชีพของพวกเราสามารถหล่อเลี้ยงเมืองได้ “พวกเราเป็นคนแบกเมืองนี้อยู่” แต่ทุกคนไม่ค่อยคิดถึงแทบจะไม่มีเลย ไม่มีรัฐบาลไหนดูแลเราได้เลย รับปากเดี๋ยวทำให้ แต่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น  ขนาดหาเสียงไว้ยังไม่ทำเลย คนรวยมีสักกี่คน ซึ่งคนรวยจะมากินอย่างเราคงไม่ กิน อาจจะไปเที่ยวเมืองนอก แต่เราอยู่ตามนี้แหละ 
 
การเลือกตั้งครั้งนี้ หวังว่าจะสร้างความเปลี่ยนแปลง เพราะเรามีชีวิตอยู่ เรามีหวังอยู่แล้ว ต้องการให้วันพรุ่งนี้ดีกว่าวันนี้ “อยากเห็นบ้านเมืองไปในทางทีดี” 
 
นายเชาว์ ย้ำอีกครั้งก่อนจบว่า "เราไม่ต้องการให้เขามาไหว้เรา" คำพูดที่สวยหรูว่า จะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ไม่ต้องมีแล้ว แต่ขอให้ ฟังฉันบ้าง เล็งเห็นสิทธิของความเป็นมนุษย์ของทุกคน ทำให้เราลืมตาอ้าปากได้

 

ที่ผ่านๆ มา มันล้มเหลวเหลือเกิน ไม่ได้เรื่องสักพรรค

 

 

ดูวิดีโอเพิ่มเติม