svasdssvasds

ราคาทองวันนี้ - ทองคำพุ่งทะลุ 82,000 บาท : เมื่อความกลัวและ 'ทรัมป์' เขย่าโลก

ราคาทองวันนี้ - ทองคำพุ่งทะลุ 82,000 บาท : เมื่อความกลัวและ 'ทรัมป์' เขย่าโลก

เกิดอะัไรขึ้น เมื่อ ทองคำพุ่งทะลุปรอท อย่างไม่มีใครคาดคิด : 'ความกลัว' และ 'ทรัมป์' ดันราคาทะลุ 82,000 บาท สูงสุดเป็นประวัติการณ์

หากใครที่ตื่นมาในเช้าวันนี้ (29 ม.ค.) และพบว่าราคาทองคำในมือที่มีอยู่ มูลค่าเพิ่มขึ้นมหาศาลจนเหมือนฝัน แต่ยืนยันตรงนี้ ว่า คุณไม่ได้ฝันไป 

แต่นี่คือ "ปรากฏการณ์ความตื่นตระหนก" ครั้งใหม่ของโลกการเงิน เมื่อราคาทองคำไทยพุ่งทะยานผ่านหลัก 80,000 บาทต่อบาททองคำ สร้างสถิติสูงสุดใหม่ (All Time High) ท่ามกลางความผันผวนของภูมิรัฐศาสตร์โลกที่นำโดยสหรัฐอเมริกาในยุคโดนัลด์ ทรัมป์ 

ตลาดทองคำวันนี้ อาจจะถือว่าอยู่ในสภาวะที่เรียกว่า "Panic Buy" หรือแรงซื้อด้วยความตื่นตระหนก โดยราคาทองคำแท่งในประเทศไทยประกาศปรับขึ้นระหว่างวันถึง 4,200 บาท ส่งผลให้ราคาขายออกพุ่งไปแตะระดับ 82,700 บาท (ข้อมูลประกาศครั้งที่ 37) ขณะที่ราคาทองคำตลาดโลก (Spot Gold) ทะลุแนวต้านจิตวิทยาสำคัญที่ 5,500 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อทรอยออนซ์ไปเป็นที่เรียบร้อย

คำถามสำคัญที่นักลงทุนและประชาชนทั่วไปต่างสงสัยคือ เกิดอะไรขึ้น ? ราคานี้คือจุดสูงสุดแล้วหรือยัง ? และเราควรทำอย่างไรต่อไป ?

"ทรัมป์" และ "สงคราม": เชื้อเพลิงชั้นดีของราคาทอง 

นักวิเคราะห์ต่างชี้ไปที่ปัจจัยเดียวกันว่า การพุ่งขึ้นของราคาครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากกลไกเศรษฐกิจปกติ (Fundamentals) แต่ขับเคลื่อนด้วย "ความกลัว" (Fear) และ "ความไม่แน่นอน" (Uncertainty) จาก โดนัลด์ ทรัมป์

ปัจจัยหลักที่จุดชนวนราคาทองคำในรอบสัปดาห์นี้ ประกอบด้วย:

ความเสี่ยงสงครามการค้า: ทรัมป์ส่งสัญญาณแข็งกร้าว เตรียมปรับขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากเกาหลีใต้จาก 15% เป็น 25% ซึ่งสร้างความกังวลว่าสงครามการค้ารอบใหม่กำลังจะอุบัติขึ้น
ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง: สหรัฐฯ ส่งเรือรบกดดันอิหร่าน พร้อมคำขู่ใช้มาตรการทางทหาร ทำให้นักลงทุนประเมินว่ามีความเป็นไปได้สูงที่จะเกิดการปะทะ ซึ่งอาจลุกลามไปยังตลาดพลังงานทั่วโลก
การเมืองสหรัฐฯ ภายใน: ความเชื่อมั่นในสกุลเงินดอลลาร์

"รอบนี้ตลาดตอบสนองไวและแรงผิดปกติ เพียงแค่ทรัมป์โพสต์ข้อความหรือให้สัมภาษณ์ไม่กี่ประโยค ราคาทองคำโลกสามารถกระโดดขึ้นกว่า 200 ดอลลาร์ฯ ในเวลาอันสั้น นี่คือตลาดที่ขับเคลื่อนด้วยอารมณ์ความกลัว ไม่ใช่พื้นฐานทางเศรษฐกิจ"

นอกจากนี้ การที่ทรัมป์ระบุว่า "ไม่กังวลหากดอลลาร์อ่อนค่า" ยิ่งเป็นตัวเร่งให้นักลงทุนทั่วโลก รวมถึงธนาคารกลางต่างๆ เทขายดอลลาร์และโยกเงินเข้าสู่ "สินทรัพย์ปลอดภัย" (Safe Haven) อย่างทองคำอย่างบ้าคลั่ง
 

ผลกระทบในไทย: จะเจออะไรบ้าง

ในขณะที่ราคาทองพุ่งสูง ดูเหมือนจะเป็นข่าวดีสำหรับผู้ถือทอง แต่ในมุมของเศรษฐกิจจริง กลับเกิดปรากฏการณ์ที่น่าสนใจ:

ร้านทองทยอยปิดตัว: นายจิตติ ตั้งสิทธิ์ภักดี นายกสมาคมค้าทองคำ เปิดเผยว่า แม้ราคาจะดี แต่ร้านทองตู้แดงหลายสิบแห่งอาจต้องปิดตัวลง ไม่ใช่เพราะขาดทุน แต่เลือกที่จะ "เลิกกิจการเพื่อทำกำไร" ในจังหวะขาขึ้น ประกอบกับยอดขายทองรูปพรรณซบเซาหนักเนื่องจากกำลังซื้อของผู้บริโภคตามไม่ทันราคาที่พุ่งสูง

วิกฤตคู่แต่งงาน: หนุ่มสาวที่วางแผนวิวาห์ต้องกุมขมับ เมื่อทองหมั้นที่เคยคาดการณ์ไว้ที่บาทละ 70,000 บาท (ซึ่งก็สูงมากแล้ว) พุ่งทะลุ 80,000 บาทไปแล้ว ทำให้หลายคู่ต้องพิจารณาขอผ่อนผัน หรือลดปริมาณทองลง

วิเคราะห์ทิศทาง: จะไปถึง 100,000 บาท หรือไม่ ?

บริษัท จีแคป จำกัด (GCAP GOLD) และผู้เชี่ยวชาญในตลาดทองคำประเมินทิศทาง ดังนี้:
แนวโน้ม: ยังคงเป็น "ขาขึ้น" (Uptrend) ที่แข็งแกร่ง ตราบใดที่ราคายืนเหนือแนวรับสำคัญบริเวณ $5,000 - $5,100 (ประมาณ 73,300 - 74,500 บาท) ได้

เป้าหมาย: แม้จะทะลุ $5,500 มาแล้ว แต่หากสถานการณ์รุนแรงขึ้น ราคามีโอกาสไปต่อได้อีกมาก โดยปัจจัยหนุนยังมาจากกองทุน ETF, เฮดจ์ฟันด์ และแรงซื้อจริงจากจีนและอินเดีย

คำถาม: ปีนี้จะเห็นทองคำบาทละ 100,000 บาทหรือไม่ ? นักวิเคราะห์มองว่า "เป็นไปได้ยาก แต่ไม่ใช่ว่าเป็นไปไม่ได้"  โดยเงื่อนไขเดียวที่จะดันราคาไปถึงระดับแสนบาท คือการเกิด สงครามเต็มรูปแบบ (Full-scale War) หากไม่ถึงขั้นนั้น ราคาอาจมีการย่อตัวลงแรงได้ทุกเมื่อหากสถานการณ์คลี่คลาย

ที่มา :  thansettakij nationtv thansettakij theguardian

related