เปิด 5 ฉาก 'พยาน-หลักฐาน' คดีฮั้ว สว. ภาค 2 'พริษฐ์' จี้ กกต. เดินหน้าคดีถึงศาล

เปิด 5 ฉาก 'พยาน-หลักฐาน' คดีฮั้ว สว. ภาค 2 'พริษฐ์' จี้ กกต. เดินหน้าคดีถึงศาล

วิปฝ่ายค้านจัดเวทีเปิดหลักฐานคดีฮั้ว สว. โดยมีพยานบุคคลซึ่งเป็นอดีตผู้สมัครมาให้ข้อมูลพฤติกรรมการจัดตั้ง 'พริษฐ์' เปิด 5 ฉากสำคัญโกงเลือก สว. เรียกร้องให้ กกต. และดีเอสไอเร่งรัดส่งสำนวนคดีฟ้องศาลโดยเร็ว

SHORT CUT

  • วิปฝ่ายค้านจัดเวทีเปิดหลักฐานคดีฮั้วเลือกตั้ง สว. โดยมีพยานบุคคลซึ่งเป็นอดีตผู้สมัครมาให้ข้อมูลพฤติกรรมการจัดตั้ง เช่น การรวมตัวที่โรงแรม การให้โพยเบอร์ผู้สมัคร และการเสนอเงิน
  • พริษฐ์ วัชรสินธุ สรุปกระบวนการฮั้ว สว. เป็น 5 ฉากสำคัญ ตั้งแต่การวางแผน การจัดตั้งคนลงสมัคร การรวมตัวทำโพย การเลือกตามโพย ไปจนถึงการเลือกประธานวุฒิสภา
  • พริษฐ์เรียกร้องให้ กกต. และดีเอสไอเร่งรัดส่งสำนวนคดีฟ้องศาลโดยเร็ว โดยแสดงความกังวลว่าคดีอาจถูกตัดตอนและไปไม่ถึงกระบวนการยุติธรรม

วิปฝ่ายค้านจัดเวทีเปิดหลักฐานคดีฮั้ว สว. โดยมีพยานบุคคลซึ่งเป็นอดีตผู้สมัครมาให้ข้อมูลพฤติกรรมการจัดตั้ง 'พริษฐ์' เปิด 5 ฉากสำคัญโกงเลือก สว. เรียกร้องให้ กกต. และดีเอสไอเร่งรัดส่งสำนวนคดีฟ้องศาลโดยเร็ว

วันที่ 26 กรกฎาคม 2567 กรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) จัดกิจกรรม "ครบรอบ 2 ปี เลือก สว.-เจาะลึกหลักฐานคดีฮั้ว สว. (ภาค 2)" โดยมีวิทยากรหลายคนร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เช่น นางสิริพรรณ นกสวน สวัสดี นักวิชาการรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ และนายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน หรือไอลอว์ (iLaw)

ทั้งนี้นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ในฐานะประธานกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) ได้ย้ำถึงวัตถุประสงค์การจัดงาน หลังจากมีการจัดกิจกรรมไปแล้วหนึ่งครั้งเมื่อสองสัปดาห์ที่ผ่านมา ด้วยระบุว่า วันนั้นตนพูดชัดว่าแม้คดีนี้ ผ่านมาเกือบสองปี มีหลายฝ่ายออกมาขับเคลื่อน เปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะ แต่สิ่งที่กังวลมากที่สุดคือเรื่องจะไปไม่ถึงศาล เพราะไม่มั่นใจในหน่วยงานตรวจสอบที่ทำหน้าที่เรื่องนี้อยู่จะทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา

ทั้งคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) 4 ใน 7 คน เข้าสู่ตำแหน่งโดยการรับรองของสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ที่ สว. ส่วนใหญ่อยู่ในสำนวนของคดีนี้ รวมไปถึงกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ที่ผ่านมาเห็นสถานการณ์ของเกียร์ว่างที่เฝ้ารอมติจาก กกต. และมีการเปลี่ยนตัวปลัดกระทรวงยุติธรรม ดังนั้น สิ่งที่พวกเราทำได้คือ ทำให้เรื่องนี้อยู่ในแสงสว่าง ให้สังคมติดตามเรื่องนี้

จากนั้นมีการ เปิดหลักฐานคดีฮั้ว สว. โดยพยานบุคคล 4 คน เริ่มโดย พ.ต.อ.สมยศ สีหาบัว ผู้สมัคร สว. จังหวัดภูเก็ต ซึ่งผ่านเข้าระดับจังหวัดในกลุ่ม ที่ 15 โดย เล่าว่า หลังจากที่ตนผ่านระดับจังหวัดแล้ว ได้เดินทางจากภูเก็ตเมื่อวันที่ 25 มิ.ย. 2567 เข้ากรุงเทพฯ และจองตั๋วขากลับวันที่ 27 มิ.ย. 2567

 

 

ปรากฏว่าช่วงวันที่ 21 ถึง 22 มิ.ย. 2567 ได้รับการติดต่อจากผู้ผ่านระดับจังหวัดอีกหนึ่งคนว่า ขอให้สละตั๋วเครื่องบินที่จองไว้ และจะจองให้ขอให้ส่งบัตรประชาชนมา จึงเอะใจ แต่ก็ส่งสำเนาบัตรประชาชนให้ แต่ต้องเดินทางตั้งแต่วันที่ 23 มิ.ย. 2567 เพื่อให้เป็นเที่ยวบินเดียวกันกับอีก 10 กว่าคนและไปรวมตัวที่ศูนย์การค้าแห่งหนึ่งย่านสยาม เพื่อเช็กจำนวนว่ามาจากภูเก็ตกี่คน ก่อนจะพาเข้าที่พัก ที่โรงแรมย่านสาทร มีการพาล่องเรือรับประทานอาหารในแม่น้ำเจ้าพระยา

วันต่อมา มีการนัดที่ศูนย์การค้าย่านรังสิต ก่อนจะนั่งรถไปโรงแรมแห่งหนึ่งในจังหวัดปทุมธานี ซึ่งมีการจัดประชุม 3 จังหวัดคือจังหวัดภูเก็ต พังงา และกระบี่ โดยให้ทุกคนจดหมายเลขที่จะต้องเลือกในรอบแรก และหมายเลขที่ต้องเลือกในรอบไขว้ รวมถึงมีการยึดโทรศัพท์มือถือ และมีการเก็บเอกสาร สว.3 จาก กกต. ไว้ที่ทีมงานแล้วค่อยไปรับที่เมืองทองธานีก่อนเลือกตั้ง

แต่ตนไม่ได้ให้ สว.3 ไป และยังมีการนัดแนะให้ใส่เสื้อสีเหลือง ซึ่งตนก็ไม่ได้ใส่ และปรากฏว่าวันที่เลือกตั้งจริงก็มีการกาตามหมายเลขดังกล่าว แต่ตนมองว่าเป็นการครอบงำที่ไม่ถูกต้องที่มีสมาชิกพรรคการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องและชี้นำให้เลือกตามเบอร์ที่ล็อกไว้

หลังจากนั้นวันที่ 25 มิ.ย. 2567 ก่อนถึงวันเลือกตั้ง มีการถือซองขาวใส่ธนบัตร จำนวน 10,000 บาท มายื่นให้อีก 1 คน ที่อยู่ในห้องพักเดียวกับตน เป็นค่าใช้ชีวิตในกรุงเทพฯ แต่ตนได้ปฏิเสธไปไม่ขอรับ ทำให้เพื่อนอีกหนึ่งคน คืนเงินเช่นเดียวกัน ก่อนจะออกมาจากโรงแรมดังกล่าว และไปพักที่โรงแรมใหม่ โดยไม่ร่วมคณะกับทีมงาน พร้อมระบุว่าเบอร์ที่ล็อกไว้ตั้งแต่วันแรกที่มาประชุม ปรากฏว่า ผลการเลือกตั้งออกมาตรงตามหมายเลขที่ได้เป็น สว.กันทั้งนั้น

 

จากนั้น นายทรงยศ เหมหงษ์ ผู้ผ่านเข้ารอบระดับจังหวัดภูเก็ต เล่าตรงกัน นอกจากนี้ยังมี นายสมนึก สุชัยธนาวนิช ผู้สมัคร สว. จังหวัดสุโขทัย จากกลุ่มสาธารณสุข รวมถึงนางกุสุมาลวตี ศิริโกมุท ผู้สมัคร สว. จากจังหวัดมหาสารคาม มาร่วมให้ข้อมูลพฤติการณ์การ ฮั้ว สว. และระบุด้วยว่า จะต่อสู้แบบไม่กลัว ไม่ใช่การสู้ไปขอโทษไป แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่ได้รับความเป็นธรรม จึงขอให้ กกต. พิจารณาเรื่องนี้อย่างรอบคอบและส่งเรื่องให้ถึงศาล

เปิด 5 ฉากทัศน์ 'โกงเลือก สว.' จี้ กกต.-ดีเอสไอ ส่งคดีฟ้องศาล

จากนั้น นายพริษฐ์ ได้กล่าวสรุป เวที ครบรอบ 2 ปี เลือก สว.-เจาะลึกหลักฐานคดีฮั้ว สว.(ภาค 2) จากพยานและหลักฐานที่ได้มาถ่ายภาพเกี่ยวกับการโกง สว. อย่างไรบ้างว่า กระบวนการนี้มี 5 ฉากสำคัญ

  1. การวางแผนแบ่งทีมยึดวุฒิสภา เกิดขึ้นก่อนเดือนพฤษภาคม 2567

  2. การจัดตั้ง-จ้างคนมาสมัครให้ผ่านระดับอำเภอและจังหวัด เกิดขึ้นช่วงเดือน พฤษภาคม ถึง มิถุนายน 2567

  3. การรวมพลตามศูนย์ทำโพย เกาะเลือกระดับประเทศ เกิดขึ้นวันที่ 24 และ 25 มิถุนายน 2567

  4. การเลือกตามโพยใบสั่งในการเลือกระดับประเทศในวันที่ 26 มิถุนายน 2567 และ 5. การปฐมนิเทศก่อนเริ่มงานและการเลือกประธานวุฒิสภา เกิดขึ้นในช่วงเดือนกรกฎาคม 2567

ขบวนการนี้ไม่ใช่การนับรวมตัวกันที่โรงแรมอย่างเดียว แต่มีหลักฐานค่าจ้างการให้เงินทองเข้ามาเกี่ยวข้อง ยิ่งไปกว่านั้น มีการพูดถึงการปรากฏตัวของนักการเมืองไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม

ผมในฐานะฝ่ายค้านจะทำเต็มที่ในการไปพยายามรวบรวม เรียบเรียง เจาะลึกหลักฐานต่างๆ เพื่อนำเสนอต่อสังคมให้เห็นว่าหลักฐานในคดีโกง สว. มีความชัดเจนแค่ไหน ณ เวลานี้ เรากำลังแข่งกับเวลาไม่รู้ว่าไว้ใจหน่วยงานตรวจสอบอย่าง กกต.และ ดีเอสไอ ได้แค่ไหน เชื่อว่ายิ่งมีหลักฐานอยู่มีแสงสว่างมากขึ้น ยิ่งสังคมรับรู้ถึงกระบวนการนี้มากขึ้น น่าจะเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการทำให้การทำหน้าที่ของหน่วยงานตรวจสอบปราศจากความอิสระจากประชาชน และทำงานอย่างตรงไปตรงมา” นายพริษฐ์กล่าว

'พริษฐ์' ย้ำพยานหลักฐาน เส้นเงิน ตั๋วเครื่องบิน จองที่พัก 

นายพริษฐ์ ให้สัมภาษณ์ถึงความน่าเชื่อถือ ของข้อมูลโดยเฉพาะพยานบุคคล ว่า ประการแรก หลักฐานที่เรานำเสนอ ไม่ได้จำกัดอยู่แค่พยานบุคคล ตนพยายามนำเสนอเส้นเงินหลักฐานการจองตั๋วเครื่องบิน การจองที่พัก ที่สามารถตรวจสอบได้อยู่แล้ว

ประการที่สอง ข้อเท็จจริงที่พยานบุคคลอ้างถึง ทั้งเรื่องการรวมตัวที่โรงแรมไหน วันไหน แม้จะเป็นแค่คำพูดจากบุคคลคนหนึ่ง แต่เป็นคำพูดที่สามารถพิสูจน์ด้วยหลักวิทยาศาสตร์ได้ไม่ยาก

ประการที่สาม ที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าพยานบุคคลหลายคนที่มีเบาะแสหรือข้อมูลหลักฐาน ส่วนใหญ่ เป็นผู้สมัคร สว. นั่นก็เพราะว่าเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับการเลือก สว. ฉะนั้น จึงเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ว่าคนที่มีข้อมูลหลักฐานจะเป็นผู้สมัคร สว. ส่วนหากจะบอกว่ามีส่วนได้ส่วนเสีย ความจริงแล้วในอีกมุมหนึ่งหลายคนเป็น สว.สำรอง เป็นผู้สมัครที่ตกรอบไปแล้ว ดังนั้น แม้ สว. ทั้งสภาถูกถอดถอน ก็ไม่ใช่ว่าบุคคลเหล่านี้จะมาเป็น สว. อยู่ดี ตนจึงอยากให้สนใจสาระของคำพูดพยานมากกว่า หากข้อมูลที่เขาพูดไม่เป็นความจริง ก็แค่ออกมาชี้แจง แต่การที่ไม่ออกมาชี้แจงข้อมูล ยิ่งทำให้ข้อกล่าวหามีน้ำหนักมากขึ้นในสายตาของสังคม

ด้านนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ชี้แจงกรณีที่คณะกรรมการ กกต. รายหนึ่งระบุว่า ต้องเร่งพิจารณาจากสำนวนที่มี เพราะได้เรียกผู้ที่ถูกกล่าวหามาชี้แจงทั้งหมดแล้ว หากจะไปพิจารณาเรื่องราวนอกสำนวนจะไม่เป็นธรรม เพราะต้องทำหน้าที่ให้เสร็จภายใน 90 วัน ว่า เรื่องนี้ไม่ใช่เพราะกระบวนการค้นหา ข้อเท็จจริงของ กกต.ใช้วิธีการไต่สวน ซึ่งกระบวนการไต่สวนต้องใช้ทุกวิธีการในการแสวงหาข้อเท็จจริง เพราะฉะนั้น การออกมาพูดเหมือนตัดตอนพยาน หรือไม่ให้น้ำหนักพยาน และบอกว่าเป็นเพียงความคิดเห็นที่อยู่นอกสำนวน ตนมองว่าเรื่องนี้ผิดจากกระบวนการไต่สวนที่ถูกกำหนดไว้โดยกฎหมาย ซึ่งเรื่องนี้จะเป็นเรื่องใหญ่อันดับหนึ่งที่จะไปถึงกกต. ด้วย คือเรื่องการทำงาน

ส่วนท้ายที่สุด หาก กกต. มีผลพิจารณาออกมา 3 แนวทาง ไม่ว่าจะยกคำร้อง หรือ ฟ้องทั้ง 229 คน นายพริษฐ์ กล่าวว่า ตรงนี้เป็นข้อกังวลหลัก ที่เรามีความกังวลใจว่าเรื่องนี้จะไปไม่ถึงศาลและถูกตัดตอน โดย กกต. ซึ่งจะไม่ใช่การยกคำร้องทั้งหมด เพราะหากเป็นแบบนั้น จะเป็นการตัดตอนโดยโจ่งแจ้ง แต่ที่กังวลกว่านั้น คือการตัดตอนแบบแนบเนียน คือ การส่งเรื่องบางคนไปที่ศาลและยกคำร้องบางคน แต่ไม่ได้ตัดสินใจบนพื้นฐานของพยานหลักฐานที่แตกต่างกัน แต่ตัดสินใจ จากการที่ใครอยู่ใกล้หรือไกลจากระบบอำนาจสีน้ำเงิน อย่างที่ตนบอกว่าเป็นการสังเวยน้ำเงินอ่อนเพื่อปกป้องน้ำเงินเข้ม ตนคาดหวังว่ากกต.ส่งเรื่องไปที่ศาล เพื่อพิจารณาข้อเท็จจริงและตัดสินว่าใครผิดหรือไม่

เมื่อถามว่า หากท้ายที่สุดกกต. ยกฟ้องทั้ง 229 คน นายพริษฐ์ ระบุว่า แม้จะยกฟ้องบางคน สิ่งที่ต้องทำคือ ต้องดำเนินคดีกับ กกต. ฐานใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ

ส่วนหากเมื่อเราได้ตั้งคำถามไปแล้ว บุคคลที่เกี่ยวข้องไม่ออกมาชี้แจง ฝ่ายค้านจะเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ ซึ่งจะไม่ได้จำกัดอยู่แค่ประเด็นโกง สว. และยังมีกลไกของสภาในการตั้งกระทู้ และกรรมาธิการต่างๆที่เราสามารถใช้ได้

ที่มา : เนชั่นทีวี

related