
สรุปไทม์ไลน์: ปฏิบัติการ Shield of Judah จุดไฟสงครามตะวันออกกลาง ชนวนเหตุสำคัญเกิดจาก การเจรจานิวเคลียร์ที่กรุงเจนีวาล่ม เนื่องจากอิสราเอลยืนกรานให้อิหร่านรื้อถอนโครงสร้างนิวเคลียร์และจำกัดขีปนาวุธทั้งหมด เมื่อการทูตถึงทางตัน สหรัฐฯ และอิสราเอลจึงตัดสินใจใช้มาตรการทางทหารขั้นเด็ดขาด
พื้นที่ตะวันออกกลางลุกเป็นไฟอีกครั้ง เมื่อความพยายามทางการทูตล้มเหลว นำไปสู่ปฏิบัติการทางทหารที่อาจจุดชนวนสงครามภูมิภาคเต็มรูปแบบ ระหว่างอิสราเอล,สหรัฐฯ VS อิหร่าน นี่คือลำดับเหตุการณ์ความขัดแย้งที่ลุกลามอย่างรวดเร็วในวันที่ 28 ก.พ. 2569 โดย การโจมตีครั้งนี้ เกิดขึ้นหลังอิสราเอลและอิหร่านเปิดฉากต่อสู้ทางอากาศนาน 12 วันเมื่อเดือนมิถุนายนปี 2568
ชนวนเหตุปะทุครั้งล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อการเจรจาข้อตกลงนิวเคลียร์ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่กรุงเจนีวาไร้ข้อสรุป อิสราเอลยืนกรานเงื่อนไขเด็ดขาดให้เตหะรานรื้อถอนโครงสร้างพื้นฐานทางนิวเคลียร์ทั้งหมดและพ่วงข้อจำกัดด้านขีปนาวุธเข้าไว้ด้วยกัน เมื่อการเจรจาทางการทูตถึงทางตัน อิสราเอลและสหรัฐฯ จึงตัดสินใจใช้มาตรการขั้นเด็ดขาด โดยโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ยืนยันเองเลยว่าเป็นการใช้กำลังทหารครั้งใหญ่เพื่อทำลายโครงสร้างพื้นฐานทางนิวเคลียร์และขีปนาวุธ
เช้าวันที่ 28 ก.พ. (เวลาประมาณ 09:15 น. ของอิหร่าน) กองทัพอิสราเอลผนึกกำลังสหรัฐฯ เปิดปฏิบัติการรหัส "Operation Shield of Judah" โดยรัฐมนตรีกลาโหมอิสราเอลระบุว่านี่คือ "การโจมตีเชิงป้องกันล่วงหน้า" พุ่งเป้าทำลายโครงสร้างพื้นฐานทางนิวเคลียร์และขีปนาวุธในกรุงเตหะรานและเมืองสำคัญ โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศย้ำว่านี่คือปฏิบัติการรบครั้งใหญ่ ขณะที่ฝั่งอิสราเอลประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินทั่วประเทศ สั่งอพยพผู้ป่วยในโรงพยาบาลลงสู่ชั้นใต้ดินทันทีเพื่อรับมือการโจมตีสวนกลับ
สถานการณ์บานปลายทันที กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ประกาศให้ผลประโยชน์ของสหรัฐฯ และอิสราเอลในภูมิภาคเป็นเป้าหมายอันชอบธรรม อิหร่านเปิดฉากยิงขีปนาวุธหลายระลอกเข้าใส่อิสราเอล (ปรากฏภาพระเบิดเหนือเมืองไฮฟา)
นอกจากนี้ การตอบโต้ของอิหร่าน ไม่ได้จำกัดแค่อิสราเอล แต่อิหร่านยังพุ่งเป้าถล่มฐานทัพสหรัฐฯ ทั่วตะวันออกกลาง ได้แก่:
ฐานทัพอากาศอัล-อูเดด (กาตาร์)
ฐานทัพอากาศอัล-ซาเลม (คูเวต)
ฐานทัพอากาศอัล-ดัฟรา (ยูเออี)
กองบัญชาการกองเรือที่ 5 (บาห์เรน)
ความขัดแย้งทางทหารครั้งนี้สร้างแรงกระเพื่อมรุนแรงไปทั่วภูมิภาค:
พลเรือนเสียชีวิต: แม้ระบบป้องกันภัยของยูเออีจะสกัดขีปนาวุธได้ แต่สะเก็ดระเบิดตกใส่ย่านที่อยู่อาศัยในอาบูดาบี ทำให้พลเรือนชาวเอเชียเสียชีวิต 1 ราย ขณะที่สื่อทางการอิหร่านรายงานว่าขีปนาวุธตกใส่โรงเรียนหญิงล้วน ทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 53 ราย
การบินเป็นอัมพาต: กาตาร์ คูเวต และยูเออี สั่งปิดน่านฟ้าทันที สายการบินชั้นนำทั่วโลก (เช่น Air France, Lufthansa, Qatar Airways) ประกาศยกเลิกเที่ยวบินตะวันออกกลาง
การเตือนภัย: สภาความมั่นคงอิหร่านแนะประชาชนให้อพยพออกจากเตหะราน
ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศของไทยตั้งวอร์รูมฉุกเฉิน สั่งคนไทยในอิหร่านและอิสราเอลเร่งอพยพออกจากพื้นที่เสี่ยงโดยด่วน
ท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงขึ้นหลัง สหรัฐฯ และ อิสราเอล เปิดฉากปฏิบัติการ โจมตีอิหร่าน ส่งผลให้ ราคาทองคำ ใน ราคาทองตลาดโลก (Gold Spot) เกิดการเหวี่ยงตัวอย่างรุนแรง ล่าสุดสองยักษ์ใหญ่ค้าทองคำของไทยอย่าง “ฮั่วเซ่งเฮง” และ “แม่ทองสุก” (MTS Gold) ได้ประกาศระงับการให้บริการระบบซื้อขายออนไลน์และทองคำแท่งทุกชนิดชั่วคราว เพื่อรับมือกับภาวะตลาดผันผวนสูง (Extreme Volatility)
ที่มา : bbc