svasdssvasds

ทรัมป์เตรียมพบสี จิ้นผิง ปลายเดือน หวั่นสงครามทำตึงเครียด

ทรัมป์เตรียมพบสี จิ้นผิง ปลายเดือน หวั่นสงครามทำตึงเครียด

ผู้นำจีน-สหรัฐฯ เตรียมพบปะในการประชุมสุดยอดช่วงปลายเดือนนี้ ขณะที่สงครามในอิหร่านอาจก่อให้เกิดความตึงเครียดต่อทั้งสองฝ่าย

SHORT CUT

  • ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ มีกำหนดการเดินทางเยือนกรุงปักกิ่งเพื่อประชุมสุดยอดกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ในช่วงปลายเดือนมีนาคม
  • การเจรจาครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความกังวลว่าสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงขึ้น อาจสร้างความตึงเครียดและซับซ้อนให้กับการหารือ

ผู้นำจีน-สหรัฐฯ เตรียมพบปะในการประชุมสุดยอดช่วงปลายเดือนนี้ ขณะที่สงครามในอิหร่านอาจก่อให้เกิดความตึงเครียดต่อทั้งสองฝ่าย

ขณะที่นักการทูตระดับสูงของจีนกำลังพยายามวางตัวเป็นผู้ปกป้องสันติภาพและเสถียรภาพ ท่ามกลางสงครามระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่าน ที่กำลังดำเนินอยู่ อีกด้านหนึ่งพวกเขาก็ต้องแสดงท่าทีประนีประนอมต่อสหรัฐอเมริกา เพื่อเตรียมตัวต้อนรับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในการประชุมสุดยอดระหว่างผู้นำสองประเทศ ที่จะเกิดขึ้นในช่วงปลายเดือนมีนาคมนี้

จุดยืนของจีนต่อสถานการณ์สงครามถูกแสดงออกอย่างชัดเจน เมื่อ หวัง อี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศของจีน กล่าวผ่านการแถลงข่าวว่า “นี่คือสงครามที่ไม่ควรเกิดขึ้น และเป็นสงครามที่ไม่เป็นประโยชน์ต่อใครเลย” พร้อมเรียกร้องให้ 'หยุดยิงทันที' เพื่อป้องกันไม่ให้สถานการณ์บานปลายและหลีกเลี่ยงการลุกลามของสงคราม

เขาย้ำว่า “ทุกฝ่ายควรกลับมาเจรจากันโดยเร็วที่สุด และแก้ไขความขัดแย้งผ่านการเจรจาอย่างเท่าเทียมกัน”

ขณะที่ความกังวลของทางการจีนที่มีต่อสถานการณ์สงครามยิ่งเพิ่มขึ้น เมื่อประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ต้องเตรียมต้อนรับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ที่จะเดินทางเยือนกรุงปักกิ่ง เพื่อการเจรจาที่สำคัญระหว่างสองประเทศเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งจะเกิดขึ้นในช่วงปลายเดือนนี้ และคาดว่าจะหารือเกี่ยวกับประเด็นสำคัญหลากหลาย ตั้งแต่ความขัดแย้งทางการค้าไปจนถึงประเด็นที่เกี่ยวกับไต้หวัน

หากสงครามในตะวันออกกลางยังคงทวีความรุนแรงขึ้น สถานการณ์การเจรจาครั้งนี้คงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะเกิดความซับซ้อนและตึงเครียด เนื่องจากอิหร่านนับเป็นหนึ่งในประเทศที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับจีนมานานแล้ว 

อย่างไรก็ตาม จีนดูเหมือนจะค่อนข้างมั่นใจว่าการเจรจาครั้งนี้ จีนจะสามารถรับมือกับการโจมตีด้านภาษีของทรัมป์ได้เป็นอย่างดี และพิสูจน์ให้เห็นถึงกลยุทธ์ที่แข็งกร้าวของตนในขณะเดียวกันก็ยกระดับสถานะของตนในเวทีโลก