
SHORT CUT
‘วิกรม กรมดิษฐ์’ ประธานกรรมการ บมจ.อมตะ คอร์ปอเรชัน ฝากการบ้าน ‘รัฐบาลใหม่อย่ากลัว’ การเปลี่ยนแปลง แนะประชาชนอะไรไม่จำเป็นอย่าเพิ่งซื้อ พร้อมเตรียมตัวเหนื่อย และระวังให้มาก
ท่ามกลางเศรษฐกิจที่ผันผวน และสงครามกำลังระอุ เศรษฐกิจไทยกำลังเจอศึกหนักรอบด้าน ‘วิกรม กรมดิษฐ์’ ประธานกรรมการ บมจ.อมตะ คอร์ปอเรชัน ฝากถึงรัฐบาลใหม่ที่กำลังจะเข้ามาบริหารประเทศว่าอย่ากลัวการเปลี่ยนแปลง และให้กล้าตัดสินใจด้านนโยบายให้เร็ว เพราะโลกวันนี้เหมือนกำลังจะ 'อ้วกเป็นเลือด' พร้อมเตรียมตัวเหนื่อย และระวังให้มาก อะไรไม่จำเป็นอย่าเพิ่งซื้อ เลี่ยงการลงทุนช่วงนี้
ทั้งนี้ยังมองว่ารัฐบาลชุดนี้มีลักษณะเหมือน ‘เถ้าแก่’ ที่เป็นนักธุรกิจและวิศวกร ซึ่งมีความยืดหยุ่นและรู้จักเลือกใช้คนเก่งๆ มาเป็น CEO แต่อย่าไปมัวแต่กลัวว่าทำอันใหม่แล้วของเก่าจะเป็นยังไง หรือกลัวว่าเกษตรกรจะมีปัญหาจนไม่กล้าทำ แน่นอนว่าไทยต้องเผชิญความรุนแรงของสถานการณ์โลกที่ขาดเสถียรภาพ และส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนพลังงานของไทยโลกวันนี้ขาดเสถียรภาพ เศรษฐกิจก็โตไม่ได้ โดยเฉพาะไทยที่นำเข้าน้ำมันกว่า 90% พอต้นทุนสูงขึ้น เศรษฐกิจเราก็แย่
ด้านแผนการลงทุน ‘อมตะ คอร์ปอเรชัน’ เปิดโรดแมปธุรกิจปี 2569 เดินหน้าปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่ในรอบ 8 ปี เสริมทีมผู้บริหารมืออาชีพ เพิ่มความคล่องตัวในการตัดสินใจทางธุรกิจ พร้อมตั้งเป้าขายที่ดินนิคมอุตสาหกรรมรวม 2,800 ไร่ ใน 3 ประเทศ ได้แก่ ไทย เวียดนาม และลาว รองรับกระแสการย้ายฐานการผลิตของนักลงทุนทั่วโลกที่กำลังมองหาฐานการผลิตใหม่ในภูมิภาคอาเซียน
ปัจจัยสำคัญมาจากความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก ทั้งสงครามการค้า ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง และความผันผวนของราคาพลังงาน ซึ่งส่งผลต่อห่วงโซ่อุปทานและต้นทุนการผลิต ทำให้หลายบริษัทเริ่มกระจายความเสี่ยงด้วยการย้ายหรือขยายฐานการผลิตมายังภูมิภาคที่มีศักยภาพการเติบโตในระยะยาวอย่างอาเซียน
สำหรับแผนการลงทุนปี 2569 บริษัทเตรียมงบประมาณกว่า 10,000 ล้านบาท เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและขยายพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม โดยตั้งเป้าขายที่ดินในไทย 1,650 ไร่ เน้นดึงอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงในพื้นที่ EEC ขณะที่เวียดนามตั้งเป้า 550 ไร่ รองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ และลาว 600 ไร่ เพื่อพัฒนาเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์เชื่อมต่อภูมิภาค
ขณะเดียวกันอมตะยังเร่งทรานส์ฟอร์มบทบาทจากผู้พัฒนานิคมอุตสาหกรรมไปสู่การเป็น “Industrial City” หรือเมืองอุตสาหกรรมครบวงจร ที่ผสานโครงสร้างพื้นฐาน เทคโนโลยี พลังงานสะอาด และคุณภาพชีวิตเข้าไว้ด้วยกัน เพื่อรองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต พร้อมตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และมุ่งสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนในระยะยาว