svasdssvasds

ศึกดีเบตเลือกตั้ง 69 ภาคตะวันออก เมื่อ "ความหวัง" ปะทะ "ความจริง" บนสมรภูมิเศรษฐกิจ

ศึกดีเบตเลือกตั้ง 69 ภาคตะวันออก เมื่อ "ความหวัง" ปะทะ "ความจริง" บนสมรภูมิเศรษฐกิจ

ตัวแทน 6 พรรคการเมืองขึ้นเวทีดีเบตที่ชลบุรี เพื่อแสดงวิสัยทัศน์และนโยบายกำหนดอนาคตประเทศไทยหลังการเลือกตั้ง

SHORT CUT

  • เนชั่นทีวีจัดเวทีดีเบตเลือกตั้ง 2569 ภาคตะวันออก ที่ จ.ชลบุรี โดยมีตัวแทนจาก 6 พรรคการเมืองร่วมแสดงวิสัยทัศน์ด้านเศรษฐกิจและการเมือง
  • ประเด็นหลักมุ่งเน้นไปที่การพัฒนาเศรษฐกิจในพื้นที่ โดยเฉพาะโครงการ EEC ว่าจะทำอย่างไรให้คนท้องถิ่นได้รับประโยชน์สูงสุดและป้องกันปัญหามลพิษ
  • แต่ละพรรคนำเสนอนโยบายที่หลากหลายเพื่อแก้ปัญหาให้คนภาคตะวันออก ครอบคลุมทั้งการท่องเที่ยว การจัดการทรัพยากร (น้ำ, ที่ดิน) ปัญหาสิ่งแวดล้อม และการยกระดับคุณภาพชีวิต
  • นอกเหนือจากนโยบายในพื้นที่ ยังมีการอภิปรายถึงประเด็นการเมืองระดับชาติ เช่น การแก้ปัญหาทุจริต และแนวทางการจัดตั้งรัฐบาลหลังการเลือกตั้ง

ตัวแทน 6 พรรคการเมืองขึ้นเวทีดีเบตที่ชลบุรี เพื่อแสดงวิสัยทัศน์และนโยบายกำหนดอนาคตประเทศไทยหลังการเลือกตั้ง

วันที่ 21 มกราคม 2569 เนชั่นทีวีจัดเวที NATION ELECTION 2569 : Debate จุดเปลี่ยนประเทศไทย ภาคตะวันออก เปิดเวทีดีเบตครั้งที่ 2 ระดับภูมิภาคที่ จ.ชลบุรี ณ ศาลาว่าการเมืองพัทยา มีผู้ร่วมดีเบตจาก 6 พรรคการเมือง ประกอบด้วย

  1. สรวงศ์ เทียนทอง พรรคเพื่อไทย
  2. ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ พรรคประชาชน
  3. สะถิระ เผือกประพันธ์ พรรคกล้าธรรม
  4. สาทิตย์ ปิตุเตชะ พรรคประชาธิปัตย์
  5. นพ.ทศพร เสรีรักษ์ พรรคโอกาสใหม่
  6. เอกสิทธิ์ คุณานันทกุล พรรคปวงชนไทย 

การเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ที่กำลังจะถึงนี้ ภาคตะวันออกกลายเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ที่ทุกพรรคต้องแย่งชิง เพราะไม่ได้เป็นแค่แหล่งท่องเที่ยวระดับโลก แต่ยังเป็นที่ตั้งของโครงการ EEC และฐานอุตสาหกรรมหลักของประเทศ

คำถาม : ทำอย่างไรให้คนไทยได้ประโยชน์จากโครงการ EEC และจะมั่นใจได้อย่างไรว่าจะไม่ซ้ำรอยปัญหามลพิษแบบมาบตาพุดในอดีต

สะถิระ เผือกประพันธ์ พรรคกล้าธรรม กล่าวว่า เชื่อว่าทุกพรรคการเมือง อยากให้คนไทยได้ประโยชน์จาก EEC เช่น เรื่องรถไฟฟ้าไฮสปีด เชื่อมสนามบิน เราก็เห็นด้วยแต่ ถ้าหากโครงการสำเร็จ สิ่งสำคัญคือทำอย่างไรให้มีการกระจายรายได้สู่ท้องถิ่น รวมถึงการกระจายรายได้สู่พี่น้องประชาชนทุกระดับชั้น ทั้งเกษตรกร ประมง อาชีพรับจ้าง 

ศึกดีเบตเลือกตั้ง 69 ภาคตะวันออก เมื่อ "ความหวัง" ปะทะ "ความจริง" บนสมรภูมิเศรษฐกิจ

ทั้งนี้ EEC แรงงานชลบุรีมี 1,600,000 คน ในมาตรา 40 มีแรงงานเพิ่มจาก 10% จาก 50,000 คน เป็น 564,000 คน คือแรงงานอิสระ และแรงงานกึ่งอิสระ อาชีพเหล่านี้เขาได้อะไรจาก EEC รวมถึงเรื่องกฎหมายคุ้มครอง

ศึกดีเบตเลือกตั้ง 69 ภาคตะวันออก เมื่อ "ความหวัง" ปะทะ "ความจริง" บนสมรภูมิเศรษฐกิจ

 

คำถาม : หากได้รับเลือกเป็นรัฐบาล จะแก้ปัญหาอะไรให้พี่น้องคนไทยเป็นอันดับแรก

สาทิตย์ ปิตุเตชะ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า หากพรรคประชาธิปัตย์ได้เข้าร่วมรัฐบาล สิ่งแรกที่จะเป็นเงื่อนไขในการเข้าร่วมรัฐบาล คือการเมืองสุจริต ต้องตรวจสอบในแง่ของคนที่เข้ามาเกาะตำแหน่ง แก้ปัญหาคอร์รัปชันให้หมดไปโดยเริ่มต้นจากนักการเมืองใน "ประตูเม็ดแรก กระดุมเม็ดแรก"ให้ได

"ไม่ว่าจะคิดนโยบายสวยหรูแค่ไหน หรือว่าจะทำเก่งแค่ไหน ถ้ายังมีปัญหาคอร์รัปชันอยู่เนี่ย มันไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้"

ทั้งนี้ เรื่องที่สองคือเศรษฐกิจตอนนี้ทุกคนมีภาวะเศรษฐกิจฝืดเคือง ต้องแก้ปัญหาทั้งระยะสั้นและระยะยาวนะ โดยระยะสั้นอาจจะต้องมีการกระตุ้นเศรษฐกิจบางเซกเตอร์ ซึ่งต้องมีเหตุมีผลที่ไม่ใช่ประชานิยม เช่น นโยบายเกิดปั๊บรับ 65,000 บาท

ขณะที่นโยบายระยะยาว เมกะโปรเจกต์ต่างๆ ที่ยังค้างคาอยู่นี่ต้องเดินหน้าต่อ รวมกับเศรษฐกิจเรื่องการท่องเที่ยว ที่กล่าวมาเป็นเครื่องยนต์ การขับเคลื่อนนโยบายภาครัฐหรืองบประมาณปี 69 ที่กำลังค้างท่ออยู่จำเป็นต้องอัดงบเข้าไป เพื่อให้เกิดกำลังซื้อ เพื่อจะดำเนินการเศรษฐกิจให้ 

ส่วนปัญหาเรื่องที่สามก็คือเรื่องปัญหาสาธารณสุขโดยเฉพาะในภูมิภาคภาคตะวันออก ต้องรักษาคุณภาพชีวิตควบคู่กับสมดุลของการพัฒนาเศรษฐกิจภายใต้อุตสาหกรรม ซึ่งได้นำร่องไว้ที่ระยองหลายเรื่อง อาทิ เมืองสุขภาวะ โดยคนที่ทำงานเหนื่อยกับโรงงานกับการใช้แรงงานมีสิทธิ์เลือกการใช้ความสุขกับไลฟ์สไตล์ของเขา เช่น สถานที่การออกกำลังกาย กีฬา ทั้งหมดนี้ต้องสร้างสภาวะเอื้ออำนวยให้กับคนทุกรายได้ให้เข้าถึงการมีความสุขกับการที่เขาเลือกใช้เอง

ศึกดีเบตเลือกตั้ง 69 ภาคตะวันออก เมื่อ "ความหวัง" ปะทะ "ความจริง" บนสมรภูมิเศรษฐกิจ

 

คำถาม : แดง น้ำเงิน ส้ม ท่านจะเลือกใคร

สรวงศ์ เทียนทอง พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ทุกสิ่งทุกอย่างขึ้นอยู่กับวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ว่า ประชาชนจะมอบฉันทามติให้กับใครแต่ว่าพรรคเพื่อไทยเรายืนยัน ถ้าบอกย้อนเวลากลับไป ปี 2566 พรรคเพื่อไทยเป็นอันดับสอง และมีคุณธนาธรเป็นแคนดิเดตนายกฯ เป็นพรรคอันดับหนึ่ง เหตุการณ์เดียวกันกับปี 2562 เพื่อไทยเป็นพรรคอันดับหนึ่ง แต่ก็ไม่ได้เป็นรัฐบาล ซึ่งมันก็มีขั้นตอน มันก็มีวิธีการของมันอยู่ ปี 66 ก็เช่นกัน 

ทั้งนี้ ขอยืนยันและก็ขอถือโอกาสนี้ชี้แจงกับพี่น้องประชาชนอีกครั้งหนึ่ง วาทกรรมตระบัดสัตย์ ที่โยนให้กับพรรคเพื่อไทย ผมมั่นใจว่า หลังการเลือกตั้ง ผมเป็นคนหนึ่งที่โหวตให้คุณพิธาเป็นนายกฯ ถึงสองครั้ง แต่ไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้

อย่างไรก็ตามในการเลือกตั้งปี 2569 ยืนยันว่าแล้วแต่พี่น้องประชาชนจะให้ฉันทามติว่าจะเลือกใครมาเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล 

ด้านธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ พรรคประชาชน กล่าวว่า เรื่องการโหวตพิธาเป็นละคร ทุกคนรู้กันหมดอยู่แล้วว่าละครตอนนั้นจะจบยังไง ดังนั้นพวกเราก็รู้ว่าจะจบยังไง แต่ก็ต้องทำให้ดีที่สุดในการพยายามชักจูง สว. มาให้ได้ ดังนั้นไม่ใช่บุญคุณแน่นอน เอาให้ชัดๆ 

ประเด็นต่อมาคิดว่าสำหรับพรรคประชาชนตอนนี้เรามองว่าอนาคตประเทศไทยหลังจากที่ หลังวันที่ 8 กุมภาพันธ์ อนาคตของประเทศไทยเป็นไปได้ 2 แบบ 

อนาคตแบบแรกก็คือ อนาคตที่พรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล และอนาคตแบบที่สองก็คือ อนาคตที่พรรคประชาชนเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล

"มันเป็นไปได้ 2 แบบเท่านั้นเอง พรรคอื่นหรือคนอื่นจะคิดยังไงไม่เป็นไร แต่พรรคประชาชนเราเชื่อแบบนี้ ว่าอนาคตของประเทศไทยมีแค่ 2 ทาง"

ดังนั้นถ้าพรรคประชาชนเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลรอบนี้ ทำให้ประชาชนผิดหวังไม่ได้ ประชาชนคาดหวังให้เราบริหารขับเคลื่อนประเทศไปข้างหน้า พรรคประชาชนไม่มีความจำเป็นต้องปิดประตูตัวเอง โดยไปบอกว่าจะไม่จับกับพรรคไหน เพราะความคาดหวังของประชาชนครั้งนี้คาดหวังกับพวกเรา ดังนั้นเราไม่ปิดประตูตัวเองให้แคบลงในการจัดตั้งรัฐบาล

"ปิดประตูตัวเองเมื่อไหร่หมายความว่าเราจะถูกบีบให้แคบลงๆ ทางเลือกในการจัดตั้งรัฐบาลจะน้อยลงๆ ดังนั้นพูดกันให้ชัด เอาให้ชัด รอบนี้ พรรคประชาชนถ้าได้รับความไว้วางใจจากพี่น้องประชาชนเพียงพอ เราขอใบอนุญาตใบเดียว คือใบอนุญาตจากประชาชน ขอให้พ่อแม่พี่น้องประชาชนเลือกพรรคประชาชนให้มากพอ ที่จะทำให้พวกเราไม่ต้องขอใบอนุญาตใบไหนอีก"

ด้านนพ.ทศพร เสรีรักษ์ พรรคโอกาสใหม่ กล่าวว่า ถึงพรรคไหนเข้ามาเป็นรัฐบาลผมก็รัก เราเคยต่อสู้กันด้วยกันบนถนนในแนวทางประชาธิปไตย ในการต่อสู้กับเผด็จการ กับทหาร เราก็ทำงานมาด้วยกันตลอด

สำหรับพรรคเพื่อไทยก็เป็นพรรคที่เคยสังกัด มาตั้งแต่เป็นพรรคไทยรักไทย เคยโดนตัดสิทธิ์ โดนยุบพรรค 2 ครั้ง 2 สมัย และก็ไทยรักษาชาติ อีก 1 สมัย ก็มีความรัก มีความผูกพัน และก็ต่อสู้ร่วมกับพรรคเพื่อไทยมา

คำถาม : การลงโทษเอาผิดกับนักการเมืองที่ไม่โปร่งใส ไม่สุจริตต้องมีการแก้ไขหรือปรับปรุงอะไร เพื่อที่จะให้องค์กรอิสระเหล่านี้ทำงานได้จริง 

สาทิตย์ ปิตุเตชะ กล่าวเพิ่มเติมว่า สถานการณ์ปัจจุบัน องค์กรอิสระก็มีความอ่อนแอ มันต้องเริ่มที่นักการเมืองก่อน คือมาตรฐานจริยธรรม หรือมาตรฐานในพรรคการเมืองเองก็เป็นหัวใจสำคัญ และถ้าพรรคการเมืองมีมาตรฐาน เวลาเขาไปมีอำนาจ เชื่อมั่นว่าการดำเนินการในทุกขั้นตอน มันจะเป็นไปด้วยความโปร่งใส

แต่ถ้าเราเข้าไปด้วยความระบบอุปถัมภ์ หรือสิ่งที่เราจะบอกว่า ลูบหน้าปะจมูก วันนี้ปัญหาเป็นฉุดรั้งจนทำให้ประเทศถดถอย ถ้าไม่เอาจริงเอาจังไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้เลย องค์กรอิสระจำเป็นต้องปรับตัว แต่ถึงกับต้องแก้รัฐธรรมนูญไปดำเนินการหรือไม่ เป็นอีกเรื่องต้องใช้เวลาพูดคุยกัน เพราะมันมีหลายมิติ

คำถาม : จะสร้างมาตรฐานทางการเมืองในพรรคอย่างไร ที่จะสร้างความเชื่อมั่นให้กับคนไทยทั้งประเทศว่า สถาบันพรรคการเมืองเป็นสถาบันหลักในระบอบประชาธิปไตย 

เอกสิทธิ์ คุณานันทกุล พรรคปวงชนไทย กล่าวว่า หลายปีที่ผ่านมาตนเป็นผู้ประกอบการ ซึ่งตลอด 3-4 ปี มีพรรคการเมืองไหนที่มีอุดมการณ์แก้ไขปัญหาให้บ้าง โดยเฉพาะปัญหาปากท้องพี่น้อง ปัญหาเศรษฐกิจ พรรคปวงชนไทย มีเป้าหมายเดียว คือมาดูแลเรื่องปากท้อง เรามองว่าถึงเวลาต้องหยุดการแตกแยก แบ่งพรรค แบ่งสี 

"ผู้ประกอบการในไทย กำลังประสบปัญหาอย่างมาก ผู้ประกอบการทุกคนเบื่อกับปัญหาการเมือง ปัญหาสังคม ที่ผ่านมาผู้ประกอบการต้องดูแลตัวเองไม่สามารถลืมตาอ้าปาก รอรัฐบาลมาดูแลไม่มี นโยบายของประเทศไทย สร้างแต่ปัญหาให้กับผู้ประกอบการ แน่นอนพรรคเราจะไม่ เราอาจไม่มองเป็นสถาบัน เพราะเพิ่งตั้งมาเป็นพรรคใหม่ แต่ว่ามีอุดมการณ์ในการทำการเมืองเพื่อดูแลพี่น้องอย่างยาวนาน"

ทั้งนี้ เราจะดูแล SME ยังไง โดยเฉพาะ SME ที่ขาดโอกาสที่เข้าไม่ถึงเงินทุน และขาดโอกาสหลายอย่าง ปัจจุบันมีแรงงานนอกระบบ 20 ล้านคน ขาดการดูแล ฉะนั้น พรรคจะขอเน้นโฟกัสไปในการแก้ปัญหาปากท้องให้กับพี่น้องทุกคน และลดปัญหาความขัดแย้ง

"ประชานิยม เราไม่มี เราเป็นประชาประโยชน์ เรามองการให้อย่างยั่งยืน ประชานิยมพิสูจน์มาหลายสิบปีแล้วว่าไม่เคยทำได้จริงและไม่เคยสำเร็จ และประชาชนทุกวันนี้ยังจนเหมือนเดิม"

คำถาม : ถ้าพรรคคุณได้เป็นรัฐบาลจะผลักดันนโยบายใดและทำได้จริงให้กับพื้นที่ภาคตะวันออก

สรวงศ์ เทียนทอง พรรคเพื่อไทย กล่าวบนเวทีโดยเน้นว่า นโยบายพรรคต้องทำได้จริงโดยได้พิสูจน์มาแล้วว่า อะไรที่สัญญาไว้เราทำได้ สำหรับพัทยาเรื่องเศรษฐกิจเป็นสิ่งสำคัญ อินจิ้นหลักของการเป็นเมืองท่องเที่ยวเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องผลักดัน ตอนเกิดโควิดมีนโยบายทำวีซ่าฟรีขึ้นมา 

ปัจจุบันพิสูจน์แล้วว่า การทำวีซ่าฟรีได้จำนวนแต่ไม่ได้คุณภาพ วันนี้จะต้องมาปลุกกระแสการท่องเที่ยว ปลุกกระแสเปิดตลาดใหม่ให้กับผู้ที่จะใช้จ่ายได้มากขึ้น รวมถึงเรื่องของเศรษฐกิจและสังคม เน้นการยืนได้ของประชาชน

มีนโยบายการแก้หนี้ พักหนี้เกษตรกร 3 ปี ยอดเงิน 5 แสนบาท และหวยเกษียณเพื่อการตั้งตัวที่จะออกทุกอาทิตย์ ถ้าไม่ได้รับรางวัลจะเป็นเงินออมเมื่ออายุ 60 ปีสามารถเบิกจ่ายได้ หากครบ 60 ปีแล้วนับต่อไปอีก 5 ปี รวมถึงการปราบปรามเรื่องของยาเสพติด ประกาศสงครามกับยาเสพติด

ศึกดีเบตเลือกตั้ง 69 ภาคตะวันออก เมื่อ "ความหวัง" ปะทะ "ความจริง" บนสมรภูมิเศรษฐกิจ

ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ พรรคประชาชน กล่าวว่า ขอเสนอนโยายเกี่ยวข้องกับภาคตะวันออก 4 ข้อ เริ่มจากปัญหาการจัดการน้ำในภาคตะวันออก ปัญหาที่ดิน ผลไม้และช้างป่า สำหรับปัญหาเรื่องน้ำภาคตะวันออกเป็นภาคที่มีการแข่งขันแย่งชิงน้ำกันระหว่างภาคอุตสาหกรรม ภาคการพาณิชย์ และภาคเกษตรและภาคครัวเรือนมาตลอด ทางพรรคจะจัดสรรให้มีการพัฒนาแหล่งน้ำเพิ่ม ให้มีการพัฒนาระบบน้ำประปาทำให้การจัดสรรทรัพยากรน้ำเป็นไปอย่างเป็นธรรมและสมดุล

สำหรับปัญหาที่ดิน โดยภาคตะวันออกยังมีปัญหาจำนวนที่ดินที่ที่ดินองรัฐทับกับที่ดินหรือพื้นที่อยู่อาศัยของประชาชน ดังนั้น การจัดการที่ดินในพื้นที่ต้องเร่งพิสูจน์สิทธิ์ให้เสร็จเพื่อให้ประชาชนมีความมั่นคงในชีวิต แก้ปัญหาช้างป่าภาคตะวันออกโดยจะเร่งให้ติดตั้ง จัดทำคูกันช้างในหลายพื้นและหลายรูปแบบ รวมถึงการติดตามช้างด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ และเพิ่มงบประมาณให้กับหน่วยเฝ้าระวังให้มีขวัญกำลังใจในการทำงาน

สุดท้ายปัญหาเรื่องของผลไม้ ที่วันนี้ขาดแคลนแรงงานจะขยายบัตรแรงงานที่มีอยู่แล้วไม่ให้เกิดความเดือดร้อนและเร่งจัดหาแรงงานเข้าสู่ภาคเกษตรเพื่อให้สามารถทำงานได้ต่อไป 

สะถิระ เผือกประพันธ์ พรรคกล้าธรรม กล่าวว่า ภาคตะวันออกเปรียบเสมือนแม่กญแจ โดยกุญแจดอกแรกที่พรรคจะดำเนินการ คือ การปลดล็อกการท่องเที่ยวโดยเน้นย้ำเรื่องการท่องเที่ยวเมืองรอง จำเป็นต้องมีอำเภอรองสำหรับการท่องเที่ยว  

กุญแจดอกที่ 2 แก้ปัญหากากอุตฯ ด้วยการแมชชิ่งการร่วมทุนระหว่างรัฐ ภาคเอกชนและภาครัฐเพื่อส่งเสริมให้เยาวชนเป็นผู้ผลิต 

กุญแจดอกที่ 3 ปลดล็อกเรื่องสุขภาพ ด้วยการเพิ่มบุคลกรทางการแพทย์ สนับสนุนให้สวัสดิการกับ อสม. เช่น ให้ทุนกับบุตรหลานของ อสม. เป็นต้น

กุญแจดอกที่ 4 เรื่องความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินด้วยการปราบปรามสแกมเมอร์ในพื้นที่

กุญแจดอกที่ 5 แก้ปัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อมด้วยการสร้างมูลค่าให้กับเศรษฐกิจ

กุญแจดอกที่ 6 สนับสนุนให้เกษตรกรมีความยั่งยืนด้วยการจัดตั้งระเบียงผลไม้ภาคตะวันออกให้เกิดขึ้น เช่น การติดบาร์โค้ดทุเรียนให้สามารถย้อนดูข้อมูล ทราบแหล่งที่มาเพื่อสร้างมูลค่าให้กับผลไม้ไทยได้ 

สุดท้ายกุญแจดอกที่ 7 สนับสนุนการศึกษาเพื่อสร้างความยั่งยืนโดยดึงผู้ที่มีความรู้ความสามารถเข้ามาพัฒนาประเทศในสิบอุตสากรรมเป้าหมาย พร้อมส่งเสริมให้ศึกษาตรงกับกลุ่มอุตฯเป้าหมายดังกล่าว 

ขณะที่ สาทิตย์ ปิตุเตชะ จากพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวเน้นย้ำ โดยเริ่มต้นว่า หากจัดลำดับความสำคัญของประเทศแล้ว ปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นต้องเริ่มต้นด้วยการแก้ไขเรื่องของการทำ การเมืองสุจริต ปัญหาทุนเทาที่แทรกซึม ต้องเริ่มแก้ไขเป็นเรืองแรก เป็นร่มใหญ่ที่ต้องแก้ก่อน โดยคัดสรรด้วยกระบวนการมีคุณภาพ เลือกคนดีมีอุดมการณ์ เป็นประตูบานแรก คือ การคัดกรองผู้ที่จะมาเป็น สส. สำหรับภาคตะวันออกมีปัญหาลายอย่าง เขตศก.พิเศษ เป็นการพัฒนาศก.ไปเลี้ยงคนทั้งประเทศ 

ปัญหาภาคตะวันออกตอนนี้ คือ คนในพื้นที่อีอีซียังได้รับผลประโยชน์เชิงธุรกิจไม่เต็มที่ ทั้งยังต้องแบกรับเรื่องสิ่งแวดล้อม และมลพิษต่าง ๆ นี่คือ สิ่งที่รัฐบาลจะต้องมาดูแล บีโอไอที่มีการลงทุนเป็นแสนล้าน รัฐไม่มีอำนาจควบคุม สิ่งสำคัญคือ มีกติกาแต่ไม่ถูกบังคับใช้ การเมืองสุจริตเท่านั้นจะแก้เรื่องเหล่านี้ได้ บีโอไอต้องมีเกณฑ์แรงงานจูงใจช่วยคนในพื้นที่ให้มากกว่านี้ เช่น การลดภาษี ถ้าผู้ประกอบการรายใหญ่เป็นธรรมอุ้มผู้ประกอบรายเล็กเพื่อให้เกิดประโยชน์กับคนในพื้นที่มากขึ้น

ศึกดีเบตเลือกตั้ง 69 ภาคตะวันออก เมื่อ "ความหวัง" ปะทะ "ความจริง" บนสมรภูมิเศรษฐกิจ

นพ.ทศพร เสรีรักษ์ พรรคโอกาสใหม่ กล่าวว่า จากประสบการณ์ที่ผ่านมาที่ได้พบกับผู้ป่วยจากโรคต่าง ๆ เช่น ผู้ที่ป่วยเป็นมะเร็งปอดซึ่งทำงานในนิคมอุตฯแห่งหนึ่ง อีกรายเป็นโรคผิวหนังเรื้อรัง ต้องเดินทางเข้ากทม.ตลอด เราได้ยินข่าวแก๊สรั่ว ขยะพิษ อันตราย ชลบุรี มีตึกสูง มีฝุ่นพิษมาก มีผู้ปวยติดเตียง

พรรคจะไปผลักดัน พ.ร.บ.สะอาดฯ กลับมาอีกครั้ง ม. 147 ซึ่งยังค้างอยู่ จะบังคับการใช้กฎหมาย รวมถึงจะวางแผนเรื่องของขยะ น้ำเสีย เพื่อให้ปลอดภัยกับสิ่งแวดล้อม รวมถึงจะให้เขตพื้นที่มีรพ.ดี ๆ ที่จะไม่ต้องส่งคนไข้ไปรักษาที่กทม. ให้มีศูนย์อาชีวอนามัยดูแลประชาชนจากโรคที่มาจากการประกอบอาชีพ อยากให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี รวมถึงเข้าไปดูแลกลุ่มเปราะบาง ทำให้คนกลุ่มนี้มีคุณภาพชีวิตที่ดีเพื่อให้ลูกหลานจะได้มีพลังใจในการทำงาน รวมถึงการผลักดันให้เป็นเขตพิเศษด้วยการกระจายอำนาจให้มีผู้ปกครองเป็นของตัวเอง โดยประชาชนเป็นผู้ชี้ชะตาตัวเอง 

เอกสิทธิ์ คุณานันทกุล พรรคปวงชนไทย กล่าวว่า หลายปีที่ผ่านประสบปัญหาศก.เงินเดือนไม่พอใจ วันนี้มองว่าจะทำอย่างไรให้อยู่ดีกินดีขึ้น มีสองเรื่องที่มองถึง เรื่องแรก คือ อุตฯมีนักลงทุนมากมายแต่ที่ผ่านมาไม่กล้ามา นโยบายการขออนุญาตต่าง ๆ เรื่องของความโปร่งใสต่าง ๆ ทำให้ไม่กล้ามาลงทุน จะต้องดึงนักลงทุนกลุ่มนี้เข้ามาลงทุนโดยสร้างความเชื่อมั่น เพื่อสร้างงาน สร้างคนโดยเฉพาะเศรษฐกิจคลัสเตอร์ใหม่ที่เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม เช่น อีวี หรือธุรกิจสีเขียวเพื่อลดปัญหาภาระประชาชน และให้มีรายได้ที่สูงขึ้นเช่น การส่งออกเพื่อมีรายได้จากภาคตะวันออกและดูแลครอบครัวตัวเองได้ 

ที่มา : thansettakij 

related