
SHORT CUT
ย้อนไทม์ไลน์เหตุการณ์โจมตีเรือสินค้า 13 ลำในช่องแคบฮอร์มุซในช่วง 12 วัน ท่ามกลางความตึงเครียดในตะวันออกกลาง
จากกรณีที่เรือบรรทุกสินค้าสัญชาติไทย ชื่อ “มยุรีนารี” (Mayuree Naree) ถูกโจมตี ขณะเดินเรือในทะเลบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ภายหลังได้ออกเดินทางจากท่าเรือในเมืองคาลิฟา (Khalifa) ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ จุดเกิดเหตุอยู่ห่างจากชายฝั่งทางตอนเหนือของประเทศโอมานประมาณ 12 ไมล์ แรงระเบิดทำให้เกิดเพลิงไหม้ลุกไหม้อย่างหนักบนตัวเรือจนมีกลุ่มควันพวยพุ่งมองเห็นได้จากระยะไกล บนเรือมีลูกเรือชาวไทยปฏิบัติหน้าที่อยู่ทั้งหมด 23 คน
เหตุการณ์โดนโจมตีของเรือมยุรีนารีไม่ใช่เหตุการณ์เดียวที่เกิดขึ้น โดย UKMTO รายงานว่ามีเรือสินค้าอย่างน้อย 3 ลำถูกโจมตีในลักษณะเดียวกันในวันที่ 11 มี.ค.69 ได้แก่
รวมแล้วตั้งแต่วิกฤตการณ์เริ่มขึ้นตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ.69 มีรายงานเรือถูกโจมตีในพื้นที่นี้ไปแล้วถึง 13 ลำ
สถานการณ์ที่เลวร้ายลงหลังจากกองทัพสหรัฐฯ ระบุว่าได้ทำลายเรือวางทุ่นระเบิดของอิหร่านไป 16 ลำ
ขณะที่ทางการอิหร่านภายใต้การนำของโฆษกกองบัญชาการ Khatam al-Anbiya ได้ประกาศนโยบาย "โจมตีตอบโต้ทันควัน" โดยประกาศกร้าวว่าจะ "ไม่อนุญาตให้น้ำมันแม้แต่ลิตรเดียว" ผ่านช่องแคบฮอร์มุซไปยังสหรัฐฯ อิสราเอล และพันธมิตร
พร้อมเตือนว่าเรือลำใดก็ตามที่มุ่งหน้าไปยังประเทศเหล่านั้นจะถือเป็น "เป้าหมายที่ชอบธรรม" ในการโจมตี
กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ยอมรับว่า ได้ยิงเรือสินค้า “มยุรี นารี” ของไทยในช่องแคบฮอร์มุซ โดยระบุเหตุผล เพราะเรือลำดังกล่าวเพิกเฉยต่อคำเตือนและสัญญาณแจ้งเตือนจากกองทัพเรือ IRGC และยังคงดึงดันที่จะแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซอย่างผิดกฎหมาย ส่งผลให้เจ้าหน้าที่จำเป็นต้องใช้กำลังเข้าหยุดยั้ง
ที่มา : thansettakij