
SHORT CUT
เมื่อการปิดช่องแคบฮอร์มุซของอิหร่าน ได้สร้างผลกระทบต่อความมั่นคงด้านพลังงานของทั่วโลก โดยเฉพาะหลายประเทศในเอเชียที่ต้องพึ่งพาการนำเข้าน้ำมัน จะมีวิธีรับมือปัญหานี้อย่างไร
ไม่ใช่แค่ไทยที่ต้องปรับตัว หลังก่อนหน้านี้รัฐบาลไทยได้ออกมาประกาศมติครม. ให้หน่วยงานราชการทุกแห่งเริ่มทำงานจากที่บ้าน (Work from Home) และงดการเดินทางไปดูงานต่างประเทศโดยไม่จำเป็น รวมถึงการปรัลอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศในสถานที่ทำงาน และถอดดสูทเพื่อคลายความร้อนแทน
อีกหลายประเทศทั่วโลกโดยเฉพาะหลายประเทศในเอเชียที่ต้องพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันและก๊าซ ก็ออกมาตรการต่างๆ เพื่อรับมือผลกระทบจากสงครามครั้งนี้เช่นกัน
รัฐบาลอินเดียได้ปรับลำดับความสำคัญในการจัดสรรก๊าซธรรมชาติที่ผลิตในประเทศ โดยจัดให้การผลิตก๊าซ LPG, ก๊าซ CNG จะถูกนำไปใช้สำหรับภาคการขนส่ง และก๊าซหุงต้มสำหรับครัวเรือน เป็นลำดับต้นๆ ก่อนจะมีการจัดส่งก๊าซไปยังภาคส่วนอื่นๆ เช่น ภาคอุตสาหกรรมปุ๋ยเป็นลำดับสอง ส่วนอุตสาหกรรมชา โรงงานผลิต และผู้บริโภคภาคอุตสาหกรรมอื่นๆ เป็นลำดับสาม
ขณะที่ปริมาณก๊าซที่ส่งไปยังโรงงานปิโตรเคมี โรงไฟฟ้า และผู้บริโภคก๊าซด้านอื่นๆ อาจถูกปรับลดลง เพื่อรักษาระดับอุปทานและสร้างความมั่นใจว่าก๊าซธรรมชาติจะกระจายไปยังภาคส่วนที่สำคัญอย่างเป็นธรรม
ปากีสถานประกาศว่าสถานที่ทำงานในภาครัฐจะเปิดทำการสี่วันต่อสัปดาห์ อย่างไรก็ตาม บริการที่จำเป็นและภาคธนาคารจะยังคงดำเนินงานตามปกติ นอกจากนี้ยังขอให้พนักงานรัฐครึ่งหนึ่งทำงานจากที่บ้าน ยกเว้นผู้ให้บริการที่จำเป็นต่อประชาชน และรถยนต์ของทางราชการราว 60 เปอร์เซ็นต์ จะถูกระงับการใช้งานเป็นเวลาสองเดือน
นอกจากนี้ ยังประกาศให้โรงเรียนทุกแห่งหยุดเรียนจนถึง 31 มีนาคม โดยสถาบันอุดมศึกษาสามารถจัดการเรียนการสอนออนไลน์แทนได้
ที่สำคัญที่สุดคือ สมาชิกคณะรัฐมนตรีของรัฐบาลกลางและรัฐบาลท้องถิ่นจะไม่ได้รับเงินเดือนและค่าตอบแทนเป็นเวลาสองเดือน สมาชิกสภานิติบัญญัติจะถูกลดเงินเดือนลง 25 เปอร์เซ็นต์เป็นเวลาสองเดือน เจ้าหน้าที่รัฐที่มีเงินเดือน 300,000 รูปีขึ้นไป อาจต้องสละเงินเดือนสองวัน อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ที่ทำงานในภาคสาธารณสุขและภาคการศึกษาได้รับการยกเว้น
ฟิลิปปินส์ได้ประกาศปรับเปลี่ยนให้พนักงานรัฐทำงานสี่วันต่อสัปดาห์ ซึ่งบริษัทเอกชนก็ตอบรับด้วยการเริ่มใช้ตารางการทำงานที่คล้ายคลึงกันด้วย ยกเว้นเจ้าหน้าที่บริการด่านหน้า เช่น ตำรวจ และเจ้าหน้าที่ดับเพลิง ที่ยังต้องปฏิบัติหน้าที่ช่วยเหลือประชาชน
นอกจากนี้หน่วยงานราชการทุกแห่งยังต้องลดการใช้เชื้อเพลิงและไฟฟ้าลง 10-20 เปอร์เซ็นต์ และห้ามการเดินทางออกดูงานนอกสถานที่ของภาครัฐ เพื่อบรรเทาผลกระทบจากการหยุดชะงักของอุปทานพลังงาน
เวียดนามวางแผนที่จะยกเลิกภาษีนำเข้าเชื้อเพลิงและปรับปรุงขั้นตอนการซื้อขายน้ำมันดิบให้คล่องตัวขึ้น พร้อมเรียกร้องให้ภาคธุรกิจในประเทศสนับสนุนให้พนักงานทำงานจากที่บ้าน (Work from Home) เพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายด้านเชื้อเพลิง และให้ภาคธุรกิจและประชาชนทั่วไปอย่ากักตุนหรือเก็งกำไรน้ำมันเชื้อเพลิง ด้วย
รัฐบาลเวียดนามยังพยายามขอรับการสนับสนุนด้านเชื้อเพลิงและน้ำมันดิบ จากคูเวต กาตาร์ และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และอนุมัติการใช้กองทุนรักษาเสถียรภาพราคาน้ำมันเพื่อช่วยบรรเทาผลกระทบจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงภายในประเทศที่เพิ่มสูงขึ้น
อินโดนีเซียได้ใช้เงินงบประมาณของรัฐเพื่อเพิ่มงบประมาณสำหรับการอุดหนุนราคาน้ำมันเชื้อเพลิง โดยได้จัดสรรงบประมาณ 381.3 ล้านล้านรูเปียห์ (22.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) สำหรับเงินอุดหนุนด้านพลังงาน
ขณะที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า "แม้ว่าราคาน้ำมันโลกจะสูงขึ้น อินโดนีเซียก็จะรับมือกับผลกระทบนั้นด้วยงบประมาณที่มี และจะควบคุมผลกระทบให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้"
เกาหลีใต้ประกาศใช้มาตรการกำหนดเพดานราคาน้ำมันเชื้อเพลิง ไม่ให้มีการปรับขึ้นราคาเกินเพดานสูงสุดที่อนุญาต โดยปรับเพดานราคาให้สอดคล้องกับการเคลื่อนไหวของราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก ป้องกันไม่ให้โรงกลั่นและสถานีบริการน้ำมันที่จะขึ้นราคาน้ำมันที่ปั๊มอย่างรวดเร็วเมื่อต้นทุนน้ำมันดิบสูงขึ้น แต่จะชะลอการปรับราคาเมื่อราคาน้ำมันโลกลดลง