svasdssvasds

พระมหากษัตริย์เปิดรัฐสภา ธรรมเนียมการเมืองจากอังกฤษสู่ไทย”

พระมหากษัตริย์เปิดรัฐสภา ธรรมเนียมการเมืองจากอังกฤษสู่ไทย”

‘พิธีเปิดรัฐสภาโดยพระมหากษัตริย์’ ธรรมเนียมเก่าแก่ของรัฐสภาอังกฤษและรัฐสภาไทย” ที่ศักดิ์สิทธิ์มาหลายทศวรรษ

SHORT CUT

  • พิธีเปิดประชุมรัฐสภาโดยพระมหากษัตริย์เป็นธรรมเนียมสำคัญของระบอบประชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญ โดยมีรากฐานยาวนานจากรัฐสภาอังกฤษ
  • พระมหากษัตริย์ทรงอ่านพระราชดำรัสจากบัลลังก์ ซึ่งเนื้อหาจัดทำโดยรัฐบาล เพื่อประกาศนโยบายและกฎหมายของสมัยประชุมใหม่
  • ประเทศไทยเริ่มมีพิธีเปิดประชุมรัฐสภาอย่างเป็นทางการในปี พ.ศ. 2476 และสืบทอดเป็นรัฐพิธีสำคัญของระบบรัฐสภาไทยจนถึงปัจจุบัน

 

 

‘พิธีเปิดรัฐสภาโดยพระมหากษัตริย์’ ธรรมเนียมเก่าแก่ของรัฐสภาอังกฤษและรัฐสภาไทย” ที่ศักดิ์สิทธิ์มาหลายทศวรรษ

ในประเทศที่ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข  สถาบันพระมหากษัตริย์ยังยังคงมีบทบาทเชิงพิธีการที่สำคัญต่อระบบการเมือง หนึ่งในธรรมเนียมที่สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างสถาบันพระมหากษัตริย์กับฝ่ายนิติบัญญัติคือ พิธีเปิดประชุมรัฐสภาโดยพระมหากษัตริย์ ซึ่งเป็นพิธีที่ประกาศการเริ่มต้นสมัยประชุมของรัฐสภาอย่างเป็นทางการ

พิธีกรรมนี้ยังคงปรากฏให้เห็นใน พระราชพิธีเปิดประชุมรัฐสภาของอังกฤษ ซึ่งสะท้อนแนวคิดดั้งเดิมของระบอบรัฐธรรมนูญที่มองว่า อำนาจในการปกครองประเทศมีรากฐานเชื่อมโยงกับสถาบันพระมหากษัตริย์ อย่างไรก็ตาม ภายใต้ระบบรัฐธรรมนูญ  ประมุขของรัฐจะทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจในเชิงพิธีการและสัญลักษณ์เป็นหลัก โดยมิได้ทรงตัดสินพระราชหฤทัยหรือใช้อำนาจดุลพินิจในการบริหารราชการแผ่นดิน ซึ่งหน้าที่ดังกล่าวเป็นความรับผิดชอบของรัฐบาลและสถาบันทางการเมืองที่ทำหน้าที่บริหารประเทศตามระบอบประชาธิปไตย

ระบบรัฐสภาของไทยเองก็ได้รับแรงบันดาลใจจากแบบแผนรัฐสภาของอังกฤษเช่นกัน โดยเฉพาะแนวคิดของระบอบประชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญที่กำหนดให้พระมหากษัตริย์ทรงดำรงตำแหน่งประมุขของรัฐ ภายใต้โครงสร้างดังกล่าว ประเทศไทยจึงมี พระราชพิธีเปิดประชุมรัฐสภา ซึ่งพระมหากษัตริย์เสด็จพระราชดำเนินไปทรงประกอบพระราชพิธีเพื่อเปิดสมัยประชุมรัฐสภาอย่างเป็นทางการ

ในบทความนี้ผู้เขียนจึงขอพาผู้อ่านทุกท่านย้อนกลับไปสำรวจ ต้นกำเนิดและพัฒนาการของพระราชพิธีเปิดประชุมรัฐสภา ซึ่งถือเป็นหนึ่งในธรรมเนียมสำคัญของระบอบรัฐธรรมนูญ ทั้งในสหราชอาณาจักรและประเทศไทย พิธีการดังกล่าวมิได้เป็นเพียงขั้นตอนเชิงพิธีการของการเมืองเท่านั้น แต่ยังสะท้อนประวัติศาสตร์ ความต่อเนื่องของสถาบัน และแนวคิดเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างพระมหากษัตริย์กับรัฐสภาที่สืบทอดมาเป็นเวลายาวนาน 

พิธีเปิดสมัยประชุมใหม่ของรัฐสภาอังกฤษปี 2023

ประวัติศาตร์พิธีเปิดสภาอังกฤษ ‘พระราชดำรัสจากบัลลังก์อันศักดิ์สิทธิ์’ 

oถือเป็นพิธีการสำคัญที่ประกาศการเริ่มต้นสมัยประชุมรัฐสภาใหม่ของสหราชอาณาจักร พิธีนี้เป็นช่วงเวลาที่องค์ประกอบทั้งสามของระบบรัฐสภามาบรรจบกัน ได้แก่ สภาสามัญชน (House of Commons), สภาขุนนาง (House of Lords) และ องค์พระมหากษัตริย์

รูปแบบของพิธีแทบไม่เปลี่ยนแปลงมาหลายศตวรรษ โดยเริ่มจาก ขบวนเสด็จของพระมหากษัตริย์ไปยังพระราชวังเวสต์มินสเตอร์ จากนั้นสมาชิกทั้งสองสภาจะมารวมตัวกันในห้องประชุมของสภาขุนนาง และพิธีจะจบลงด้วยการอ่าน พระราชดำรัสจากบัลลังก์ (Speech from the Throne) ซึ่งเป็นการประกาศนโยบายของรัฐบาลสำหรับสมัยประชุมใหม่

ตั้งแต่สมัย พระเจ้าชาร์ลส์ที่ 2 เป็นต้นมา โดยแทบไม่มีข้อยกเว้น พระมหากษัตริย์จะเป็นผู้กล่าวพระราชดำรัสนี้ด้วยพระองค์เอง 

จุดเริ่มต้นของการกล่าวพระราชดำรัสโดยกษัตริย์

รากฐานของพิธีนี้มีประวัติย้อนกลับไปเกือบ 900 ปีถึงยุคของพระเจ้าวิลเลียมที่ 1 เมื่อกษัตริย์จะทรงประชุมหารือกิจการบ้านเมืองกับชนชั้นนำของอาณาจักร ต่อมาในยุคกลาง การเปิดประชุมรัฐสภามีรูปแบบชัดเจนมากขึ้น โดยกษัตริย์จะประทับอยู่ในพิธี แต่ผู้กล่าวสุนทรพจน์มักเป็น Lord Chancellor ซึ่งจะอธิบายสถานการณ์ของอาณาจักรและเหตุผลที่มีการเรียกประชุมรัฐสภา

ธรรมเนียมเริ่มเปลี่ยนไปในสมัยพระเจ้าเจมส์ที่ 1 ซึ่งทรงกล่าวสุนทรพจน์ด้วยพระองค์เองบ่อยขึ้น และในสมัยพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 2 หลังการฟื้นฟูราชบัลลังก์ในศตวรรษที่ 17 ก็ได้เกิดแบบแผนใหม่ คือพระมหากษัตริย์จะเป็นผู้กล่าวพระราชดำรัสในพิธีเปิดรัฐสภาด้วยพระองค์เอง ซึ่งกลายเป็นธรรมเนียมหลักนับแต่นั้นมา

ในยุคปัจจุบัน พระราชดำรัสเปิดรัฐสภาถูกเขียนโดยรัฐบาล เพื่อประกาศวาระนโยบายและกฎหมายที่จะเสนอในสมัยประชุมใหม่ แม้จะอ่านโดยพระมหากษัตริย์ แต่เนื้อหาสะท้อนแผนการทำงานของฝ่ายบริหาร อย่างไรก็ตาม ในบางกรณีพระมหากษัตริย์ก็ใช้โอกาสนี้กล่าวถึงเรื่องส่วนพระองค์ เช่น การไว้อาลัยต่อพระราชบิดาที่เพิ่งสิ้นพระชนม์ ซึ่งเกิดขึ้นในพระราชดำรัสครั้งแรกของพระเจ้าจอร์จที่ 5 และสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 

ขั้นตอนพระราชพิธีเปิดสภาอังกฤษ 

ตามปกติ พิธีเริ่มต้นด้วยขบวนเสด็จของพระมหากษัตริย์จากพระราชวังบักกิงแฮมไปยังพระราชวังเวสต์มินสเตอร์ ทรงสวมเครื่องราชอิสริยาภรณ์และเครื่องราชกกุธภัณฑ์ ก่อนเสด็จเข้าสู่ห้องประชุมสภาขุนนางซึ่งเป็นสถานที่ประกอบพิธี จากนั้นเจ้าหน้าที่ของสภาขุนนางที่เรียกว่า ‘Black Rod’ จะถูกส่งไปเชิญสมาชิกสภาสามัญชนให้มาฟังพระราชดำรัส

โดยตามธรรมเนียมประตูสภาสามัญชนจะถูกปิดใส่หน้า Black Rod ก่อน เพื่อแสดงถึงความเป็นอิสระของสภาจากพระมหากษัตริย์ ก่อนที่เขาจะเคาะประตูสามครั้งเพื่อขอเข้าไปเชิญสมาชิกสภา 

ซาราห์ คลาร์ก (Sarah Clarke) เจ้าหน้าที่ แบล็กร็อด (Black Rod) เดินผ่านโถงสมาชิกสภาสามัญชน ภายในพระราชวังเวสต์มินสเตอร์ ระหว่างพระราชพิธีเปิดประชุมรัฐสภา ณ กรุงลอนดอน เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน ค.ศ. 2023 PHOTO AFP

เมื่อสมาชิกสภาทั้งหมดมารวมตัวกันในห้องประชุมสภาขุนนาง พระมหากษัตริย์จะทรงอ่าน ‘พระราชดำรัสจากบัลลังก์’ (King’s Speech หรือ Queen’s Speech) ซึ่งแม้จะอ่านโดยพระมหากษัตริย์ แต่เนื้อหานั้นจัดทำโดยรัฐบาล เพื่อประกาศนโยบายและร่างกฎหมายที่รัฐบาลตั้งใจจะผลักดันในสมัยประชุมใหม่ หลังจากพระมหากษัตริย์เสด็จกลับ รัฐสภาทั้งสองสภาจะเริ่มอภิปรายเนื้อหาของพระราชดำรัส และเริ่มต้นกระบวนการทำงานทางนิติบัญญัติของสมัยประชุมใหม่อย่างเป็นทางการ

ภาพ พระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 (King Charles III) ทรงประกอบพระราชพิธีเปิดสมัยประชุมใหม่ของรัฐสภาอังกฤษปี 2023 เครดิต Houses of the Oireachtas

สำหรับพิธีเปิดรัฐสภาอังกฤษในวันที่ 7 พฤศจิกายน ค.ศ. 2023 พระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ทรงอ่านพระราชดำรัสซึ่งถูกเขียนโดยรัฐบาลของนายกรัฐมนตรีริชี ซูนัค โดยมีใจความว่า “ผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 และสงครามในยูเครน ได้ก่อให้เกิดความท้าทายระยะยาวอย่างมีนัยสำคัญต่อสหราชอาณาจักร” และ “ด้วยเหตุนี้ รัฐบาลของข้าพเจ้าจึงให้ความสำคัญกับการตัดสินใจในระยะยาวที่แม้จะยากลำบาก แต่จำเป็น เพื่อขับเคลื่อนประเทศให้ก้าวไปสู่อนาคตที่ดียิ่งขึ้น” 

พระราชดำรัสเปิดรัฐสภาครั้งนั้นสะท้อนทิศทางนโยบายของรัฐบาลอังกฤษในช่วงเวลานั้น โดยเน้นการรับมือกับความท้าทายทางเศรษฐกิจจากผลกระทบของโควิด-19 และสงครามยูเครน รวมถึงการลดค่าครองชีพและเงินเฟ้อ ซึ่งกำลังเป็นปัญหาสำคัญของสหราชอาณาจักรในขณะนั้น

 

รัฐสภาไทย และบทบาทเชิงสัญลักษณ์ของพระมหากษัตริย์ 

หัวใจของพิธีเปิดสภาไทยนั้นคล้ายกับของอังกฤษตรงที่ พระราชดำรัสของพระพระมหากษัตริย์เปรียบเหมือนแสงนำทางให้ ผู้แทนราษฎรน้อมนำไปปฏิบัติปฏิบัติตลอดวาระที่ดำรงตำแหน่งเพื่อทำประโยชน์ให้ประเทศชาติและประชาชน 

รัฐพิธีเปิดประชุมรัฐสภาเป็นพิธีการสำคัญในระบบการเมืองของประเทศไทยที่ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข พิธีดังกล่าวมีความหมายเชิงสัญลักษณ์ว่าเป็นการประกาศอย่างเป็นทางการให้ประชาชนรับทราบว่ารัฐสภากำลังจะเริ่มปฏิบัติหน้าที่ โดยมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภาเข้าทำหน้าที่เป็นตัวแทนของประชาชนในการบริหารและกำหนดนโยบายของประเทศ ในพิธีนี้พระมหากษัตริย์จะเสด็จพระราชดำเนินมาเป็นองค์ประธานและมีพระราชดำรัสเปิดประชุมรัฐสภา หรืออาจทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ผู้แทนพระองค์มาปฏิบัติหน้าที่แทนก็ได้

จุดเริ่มต้นของรัฐพิธีเปิดประชุมรัฐสภาไทยมีรากฐานย้อนกลับไปในสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 7) ก่อนการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 เมื่อพระองค์ทรงจัดตั้ง ‘สภากรรมการองคมนตรี’ ขึ้นเพื่อช่วยแบ่งเบาพระราชภาระในการบริหารราชการแผ่นดิน การประชุมครั้งแรกของสภาดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2470 โดยมีการอัญเชิญพระราชดำรัสของพระมหากษัตริย์มาอ่านเปิดการประชุม ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงแนวคิดการปรึกษาหารือร่วมกันในการบริหารประเทศที่เริ่มพัฒนาขึ้นในช่วงปลายยุคสมบูรณาญาสิทธิราชย์

*ภาพ* พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเปิดประชุมรัฐสภาครั้งแรกของไทย เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 2476 ณ พระที่นั่งอนันตสมาคม

ภายหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 ประเทศไทยได้เข้าสู่ระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภา และมีการจัดพิธีเปิดประชุมรัฐสภาอย่างเป็นทางการครั้งแรกในวันที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2476 ณ พระที่นั่งอนันตสมาคม โดยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินมาเป็นองค์ประธาน นับเป็นจุดเริ่มต้นของธรรมเนียมรัฐพิธีเปิดประชุมรัฐสภาไทยที่สืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน

นอกจากนั้นในมาตรา 122 วรรคหนึ่งและวรรคสอง ยังระบุอีกด้วยว่า “พระมหากษัตริย์ทรงเรียกประชุมรัฐสภา ทรงเปิดและทรงปิดประชุม พระมหากษัตริย์จะเสด็จพระราชดำเนินมาทรงทำรัฐพิธีเปิดประชุมสมัยประชุมสามัญประจำปีครั้งแรกด้วยพระองค์เอง หรือจะโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้พระรัชทายาทซึ่งทรงบรรลุนิติภาวะแล้วหรือผู้ใดผู้หนึ่งเป็นผู้แทนพระองค์ มาทำรัฐพิธีก็ได้”

สำหรับพิธีเปิดประชุมรัฐสภาครั้งล่าสุดในวันที่ 3 กรกฎาคมปี 2023  พระราชดำรัสในหลวง ร.10 ส่วนหนึ่งมีใจความว่า 

“ประเทศชาติจะมีความเจริญเพียงไร ย่อมขึ้นอยู่กับสติปัญญา ความสามารถ และความสุจริต บริสุทธิ์ ของท่านที่จะปฏิบัติหน้าที่ทั้งปวง โดยยึดถือประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน เป็นสิ่งที่มีความสำคัญสูงสุด หากทุกท่าน ได้สำนึกตระหนักเช่นนี้อยู่เสมอ ก็จะสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้สำเร็จลุล่วง”

พระมหากษัตริย์เปิดรัฐสภา ธรรมเนียมการเมืองจากอังกฤษสู่ไทย”

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี  ในพิธีเปิดประชุมสภา เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคมปี 2023

อย่างไรก็ตาม สำหรับพิธีเปิดประชุมสภาครั้งใหม่  จะจัดขึ้นในวันที่ 14 มีนาคม 2569 ณ ห้องโถงพิธี อาคารรัฐสภา (สัปปายะสภาสถาน) โดยมีพระมหากษัตริย์เสด็จพระราชดำเนินมาทรงประกอบรัฐพิธี ท่ามกลางผู้เข้าร่วมจากทุกสถาบันสำคัญของรัฐ เช่น นายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี ประธานองค์กรตุลาการ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา รวมถึงคณะทูตานุทูต เพื่อเริ่มต้นการทำงานของรัฐสภาอย่างเป็นทางการดั่งเช่นทุกครั้ง 

จะเห็นได้ว่า พระราชพิธีเปิดประชุมรัฐสภา เป็นธรรมเนียมที่สะท้อนความสัมพันธ์อันลึกซึ้งระหว่างสถาบันพระมหากษัตริย์กับระบอบรัฐสภา ภายใต้ระบอบประชาธิปไตยตามรัฐธรรมนูญ แม้พระมหากษัตริย์มิได้ทรงมีบทบาทในการบริหารราชการแผ่นดินโดยตรง หากแต่ทรงทำหน้าที่เป็นศูนย์รวมเชิงสัญลักษณ์ของรัฐและความต่อเนื่องของสถาบันการเมือง

ที่มา : พิพิธภัณฑ์รัฐสภา, lordslibrary, foxnew

ข่าวที่เกี่ยวข้อง  

 

 

 

related