
SHORT CUT
‘เอกนิติ’ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ชูธนู 3 ดอก ดันไทยหลุด ‘คนป่วยแห่งเอเชีย’ ลุยลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน-คน-แก้กฎหมาย
ในปี 2569 เศรษฐกิจไทยกำลังเผชิญคำถามใหญ่จากทั้งนักลงทุนและประชาคมอาเซียน เมื่อหลายสำนักวิจัยเริ่มขนานนามประเทศไทยว่า 'คนป่วยแห่งเอเชีย' อีกครั้ง ท่ามกลางตัวเลขการเติบโตที่รั้งท้ายเพื่อนบ้านอย่างเวียดนาม อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ โครงสร้างเศรษฐกิจที่พึ่งพาการท่องเที่ยวสูง ผลิตภาพแรงงานที่ชะลอ และการลงทุนใหม่ที่ยังไม่ฟื้นเต็มที่ กำลังฉุดศักยภาพการแข่งขันของไทยให้ถอยหลังในเกมเศรษฐกิจภูมิภาค ภายใต้บริบทนี้ รัฐบาลชุดใหม่จึงแบกรับความคาดหวังมหาศาลในการเร่งออกมาตรการเชิงรุก ปลุกความเชื่อมั่น ปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ และพาไทยกลับสู่ 'ร่างทอง' ให้ได้อีกครั้ง ก่อนจะถูกทิ้งห่างไปไกลกว่านี้บนเวทีอาเซียน
บนเวทีสัมมนา Thailand Economic Drives 2026 หาทางออกเศรษฐกิจไทย จัดโดยโพสต์ทูเดย์ (Post Today) ภายใต้คอนเซปต์ “ฝ่ามรสุม 69” เพื่อเจาะลึกทิศทางเศรษฐกิจไทยและโอกาสในการปรับตัวท่ามกลางความผันผวนระดับโลก โดยหนึ่งในไฮไลท์สำคัญคือ ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง องค์ปาฐก "ฝ่ามรสุม ปี 69" กล่าวว่า เพื่อให้ประเทศไทยวิ่งได้ไกลกว่าเดิม ไม่ใช่แค่การกระตุ้นสั้นๆ แต่ต้องได้ผลยาวและกระจายตัวสู่ท้องถิ่นด้วย ดังนั้นรัฐบาลจึงเตรียมเปิดตัว 3 กลยุทธ์การลงทุนที่เป็นหัวใจสำคัญดังนี้
การลงทุนยุคใหม่ต้องเน้นพลังงานสะอาดเป็นพื้นฐานครับ โดยจะเปิดให้มีการซื้อขายไฟฟ้าโดยตรง (PPA) และเน้นดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติ (FDI) ในกลุ่มอุตสาหกรรมล้ำๆ เช่น สมาร์ทอิเล็กทรอนิกส์, เซนเซอร์รถยนต์ EV, Wellness และที่น่าสนใจมากคือ "อาหารสัตว์เกรดพรีเมียม" (Pet Food) ที่ไทยเป็นแหล่งผลิตท็อปของโลก
รัฐบาลจะใช้ AI มาทรานส์ฟอร์มการศึกษาไทยผ่านโครงการ Skill Bridge หรือสะพานเชื่อมระหว่างการเรียนกับการทำงานจริง, โดยดึงภาคเอกชนมาช่วยออกแบบหลักสูตรและเทรนทั้งครูและนักเรียน แถมยังมีโครงการ "คนละครึ่ง Plus" ที่จะนำ AI มาสอนทักษะใหม่ๆ ให้คนทั่วไปได้อัปเกรดตัวเองแบบง่ายๆ อีกด้วย
รัฐบาลจะวางเป้าหมายไว้ว่านี่คือไม้ตายที่จะปลดล็อกทุกอย่างรัฐบาลเตรียมผลักดัน ‘กฎหมายรวบยอด’(Omnibus Law) เพื่อรวมกฎหมายการลงทุนหลายฉบับเข้าด้วยกัน ลดความยุ่งยากในการขออนุมัติโรงงานที่เคยใช้เวลาเป็นปีให้เหลือแค่ไม่กี่เดือน เพื่อให้เม็ดเงินลงทุนไหลเข้าประเทศได้เร็วที่สุด
อย่างไรก็ตามแม้ว่าทั้งหมดจะคือแผนงานที่รัฐบาลใหม่เตรียมเดินหน้าเพื่อให้ไทยหลุดพ้นจากคนป่วยเอเชีย กลับมาร่างทองให้ได้ แต่..ในปี2569 ไทยก็ต้องตั้งการ์ดให้สูง เพราะปีนี้มีมรสุมเศรษฐกิจ 3 ลูกใหญ่ที่รออยู่ เช่น
เป็นพายุจากการเมืองโลกที่ใช้เศรษฐกิจเป็นอาวุธครับ มีการใช้ภาษีและค่าธรรมเนียมมาสู้กัน ทำให้การค้าโลกผันผวนและคาดเดายากมาก เราต้องตั้งรับและวางตัวเป็นกลางให้ดีเพื่อเปลี่ยนวิกฤตนี้ให้เป็นโอกาสในการดึงนักลงทุนครับ,,
ปัญหาโลกร้อนไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป ปีที่ผ่านมาเราเจอทั้งน้ำท่วม ปีนี้อาจเจอภัยแล้งหรือแผ่นดินไหว ซึ่งภัยพิบัติเหล่านี้ต้องใช้งบประมาณเยียวยามหาศาล, รัฐบาลจึงต้องรีบลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานเพื่อป้องกันภัยพิบัติในระดับชุมชนควบคู่ไปด้วย
ลูกนี้อันตรายที่สุดเพราะมาจากตัวเราเองครับ ทั้งปัญหา "หนี้ครัวเรือน" ที่รัดตัว และการเข้าสู่ "สังคมผู้สูงอายุ" ทำให้คนไม่กล้าใช้จ่าย ประกอบกับเครื่องยนต์เศรษฐกิจไทยในอดีตพึ่งพาแต่การส่งออกและการท่องเที่ยวมากเกินไป เมื่อโลกขยับ เราจึงสะดุดได้ง่าย เราจึงต้องเร่งสร้างความเข้มแข็งจากภายในผ่านธนูทั้ง 3 ดอกข้างต้นนั่นเองครับ,
จากแผนงงานทั้งหมดจะเห็นว่ารัฐบาลกำลังหาวิธีแก้ไขปัญหาต่างๆให้กับประเทศไทย ซึ่งไทยกำลังพยายามเปลี่ยนจาก "คนป่วย" เป็น "คนแกร่ง" แม้พายุจะแรง แต่ถ้าเรากล้าที่จะลงทุนในคน ในเทคโนโลยี และปลดล็อกกฎหมายที่ล้าสมัย เราจะผ่านมรสุมนี้ไปได้อย่างแน่นอน