svasdssvasds

‘ฉกฉวย’ หรือ ‘อินสปาย’? ถอดบทเรียนจากซีรีส์ ‘ล่าหยก’ เมื่อเครื่องแต่งกายกลายเป็นสมรภูมิข้ามชาติ

‘ฉกฉวย’ หรือ ‘อินสปาย’? ถอดบทเรียนจากซีรีส์ ‘ล่าหยก’ เมื่อเครื่องแต่งกายกลายเป็นสมรภูมิข้ามชาติ

‘ฉกฉวย’ หรือ ‘อินสปาย’? ถอดบทเรียนดราม่าซีรีส์จีน ‘ล่าหยก’ เมื่อชุดเครื่องแต่งกายในซีรีส์ถูกมองว่าเป็นการฉกฉวยทางวัฒนธรรม สำรวจเส้นแบ่งวัฒนธรรมที่ลื่นไหลในยุคป๊อปคัลเจอร์

SHORT CUT

  • ซีรีส์จีนเรื่อง ‘ล่าหยก’ ถูกชาวเน็ตเกาหลีใต้กล่าวหาว่า “ฉกฉวยทางวัฒนธรรม” เนื่องจากเครื่องแต่งกายในเรื่องคล้ายกับชุดฮันบก
  • ฝ่ายผู้สนับสนุนโต้แย้งว่าเครื่องแต่งกายคือชุดฮั่นฟูของจีน และในอดีตเกาหลีได้รับอิทธิพลทางวัฒนธรรมจากจีน
  • ประเด็นดังกล่าวจุดประกายการถกเถียงถึงเส้นแบ่งระหว่าง “การฉกฉวยทางวัฒนธรรม” (Cultural Appropriation) และ “แรงบันดาลใจ” (Inspiration)
  • บทความเสนอหลักเกณฑ์ในการพิจารณาเรื่องนี้ เช่น โครงสร้างอำนาจ การให้เครดิตที่มา และการเคารพความหมายดั้งเดิม

‘ฉกฉวย’ หรือ ‘อินสปาย’? ถอดบทเรียนดราม่าซีรีส์จีน ‘ล่าหยก’ เมื่อชุดเครื่องแต่งกายในซีรีส์ถูกมองว่าเป็นการฉกฉวยทางวัฒนธรรม สำรวจเส้นแบ่งวัฒนธรรมที่ลื่นไหลในยุคป๊อปคัลเจอร์

ซีรีส์จีนที่เป็นที่พูดถึงที่ฮิตติดกระแสคงปฏิเสธไม่ได้ว่า ซีรีส์พีเรียดฟอร์มยักษ์จากจีนอย่าง ‘ล่าหยก’ (Pursuit of Jade) ที่นำแสดงโดย ‘จางหลิงเฮ่อ และ ‘เถียนซีเวย’ ที่ถึงแม้จะพุ่งทะยานติดท็อปในแพลตฟอร์มในหลายประเทศ แต่กลับกลายเป็นประเด็นขึ้นมาเมื่อชาวเน็ตเกาหลีใต้ออกมาพูดว่า ซีรีส์เรื่องนี้ คือ ‘การฉกฉวยทางวัฒนธรรม’ (Cultural Appropriation)

 

‘ล่าหยก’ ดัดแปลงมาจากนิยายออนไลน์ชื่อดัง เล่าเรื่องราวของ ‘ฝานฉางอวี้’ (รับบทโดย เถียนซีเวย) หญิงสาวผู้มีอาชีพแม่ค้าขายเนื้อ ที่ต้องลุกขึ้นมาเป็นหัวหน้าครอบครัวหลังสูญเสียพ่อแม่ ท่ามกลางพายุหิมะ เธอได้ช่วยชีวิต ‘เซี่ยเจิง’ (รับบทโดย จางหลิงเฮ่อ) แม่ทัพและขุนนางที่ตกอับซึ่งกำลังซ่อนตัวเพื่อสืบหาความจริงเรื่องคดีฆ่าล้างตระกูล

 

‘ฉกฉวย’ หรือ ‘อินสปาย’? ถอดบทเรียนจากซีรีส์ ‘ล่าหยก’ เมื่อเครื่องแต่งกายกลายเป็นสมรภูมิข้ามชาติ

 

ประเด็นนี้เริ่มมาจากชาวเน็ตฝั่งเกาหลีใต้ตั้งความเห็นใน theqoo.net ว่า ซีรีส์เรื่องนี้ได้ลอกเลียนแบบการแต่งกายดั้งเดิมของเกาหลีอย่างชุดฮันบก  ส่งผลให้เป็นที่ได้รับความสนใจและเกิดการถกเถียงกันเป็นจำนวนมาก ต้นโพสต์ยังพูดอีกว่า จีนพยายามตีความประวัติศาสตร์เกาหลีใหม่ และโพสต์ดังกล่าวยังชี้ให้เห็นถึงองค์ประกอบของเครื่องแต่งกายที่ปรากฎในซีรีส์ ที่ปรากฎ ‘ทงจอง’ แถบผ้าสีขาวที่ถอดได้ซึ่งมักพบเห็นในชุดฮันบก สีขาวที่ห้อยอยู่ตรงปกเสื้อของพระเอก เมื่อโพสต์ดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไปก็ได้รับความสนใจอย่างมากและนำไปสู่การถกเถียงกันบนโลกโซเชียล ที่ก่อให้เกิดคำถามว่าเป็นการฉกฉวยทางวัฒนธรรมหรือไม่

 

‘ฉกฉวย’ หรือ ‘อินสปาย’? ถอดบทเรียนจากซีรีส์ ‘ล่าหยก’ เมื่อเครื่องแต่งกายกลายเป็นสมรภูมิข้ามชาติ

 

อย่างไรก็ตามแฟนๆ ที่ติดตามซีรีส์ Pursuit of Jade ก็ได้ออกมาโต้แย้งข้อกล่าวอ้างเหล่านี้ โดยให้ความเห็นว่าเสื้อผ้าที่ปรากฎนั้นเป็นตัวแทนของชุดฮั่นฟู เป็นเครื่องแต่งกายทางประวัติศาสตร์ในประเทศจีนที่มีมานานแล้ว อีกทั้งความสัมพันธ์ทางประวัติศาสตร์จีนและเกาหลีมีวัฒนธรรมที่ใกล้เคียงกัน หากกางไทม์ไลน์กันจริงๆ ราชวงศ์หมิงของจีนคือผู้ส่งออกทางวัฒนธรรมให้กับภูมิภาคเอเชียตะวันออกในยุคนั้น ราชสำนักโชซอนได้รับอิทธิพลและเครื่องแต่งกายพระราชทานจากจีน ก่อนจะนำไปดัดแปลงและลดทอนรายละเอียดจนกลายเป็น ‘ฮันบก’ ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว

 

 

เข้าใจเส้นแบ่ง ‘ฉกฉวย’ vs. ‘แรงบันดาลใจ’

การฉกฉวยทางวัฒนธรรม (Cultural Appropriation) คือการที่คนกลุ่มหนึ่งหยิบยืมเอาองค์ประกอบทางวัฒนธรรมของคนอีกกลุ่มหนึ่งไปใช้ โดยปราศจากความเข้าใจ ขาดความเคารพ หรือนำไปทำซ้ำเพื่อผลประโยชน์เชิงพาณิชย์ จนทำให้เจ้าของวัฒนธรรมเดิมรู้สึกถูกพรากตัวตน

แรงบันดาลใจ (Cultural Inspiration) คือการหยิบยกวัฒนธรรมมาใช้ ด้วยความเคารพ ศึกษามาอย่างถ่องแท้ และให้เกียรติรากเหง้าดั้งเดิม เป็นการต่อยอดที่ทำให้เกิดการชื่นชมซึ่งกันและกัน

 

‘ฉกฉวย’ หรือ ‘อินสปาย’? ถอดบทเรียนจากซีรีส์ ‘ล่าหยก’ เมื่อเครื่องแต่งกายกลายเป็นสมรภูมิข้ามชาติ

 

แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าแบบไหนคือ ‘ฉกฉวย’ หรือ ‘อินสปาย’?

ในเมื่อวัฒนธรรมเป็นสิ่งที่ลื่นไหลและไม่มีเจ้าของที่ชัดเจนทางกฎหมายเสมอไป การจะขีดเส้นแบ่งว่าผลงานชิ้นไหนคือ 'การให้เกียรติ' หรือ 'การฉกฉวย' จึงต้องอาศัยกรอบคิดทางสังคมวิทยา

 

'ซูซาน สกาฟิดี' ศาสตราจารย์ด้านกฎหมายและผู้เขียนหนังสือ Who Owns Culture? Appropriation and Authenticity in American Law ได้วางรากฐานในการวิเคราะห์ประเด็นนี้ไว้ว่า

 

1. โครงสร้างอำนาจ การฉกฉวยมักเกิดขึ้นเมื่อมีความไม่เท่าเทียมทางอำนาจ เช่น กลุ่มที่มีทุนสร้างมหาศาล หรือมีอิทธิพลสื่อระดับโลก หยิบเอาวัฒนธรรมของประเทศที่เล็กกว่าหรือกลุ่มชาติพันธุ์ไปใช้ หากฝ่ายที่นำไปใช้สามารถกำหนดทิศทางให้ชาวโลกเชื่อได้ว่าสิ่งนั้นเป็นของตน โดยที่เจ้าของวัฒนธรรมเดิมไม่มีอำนาจสื่อมากพอที่จะอธิบายรากเหง้าของตัวเอง สิ่งนี้มักถูกมองว่าเป็นการฉกฉวย

 

2. การให้เครดิตและที่มา จะต้องมาพร้อมกับการระบุแหล่งที่มาอย่างชัดเจนและตรงไปตรงมา ผู้สร้างสรรค์ผลงานต้องยอมรับว่าได้รับอิทธิพลมาจากวัฒนธรรมใด ในทางกลับกัน หากมีการหยิบยืมไปแล้วพยายามเปลี่ยนชื่อเรียกหรือเบลอประวัติศาสตร์เพื่อเคลมว่าเป็นออริจินัลที่ตนเองคิดค้นขึ้นใหม่ทั้งหมด นั่นคือสัญญาณของการฉกฉวย

 

‘ฉกฉวย’ หรือ ‘อินสปาย’? ถอดบทเรียนจากซีรีส์ ‘ล่าหยก’ เมื่อเครื่องแต่งกายกลายเป็นสมรภูมิข้ามชาติ

3. การผูกขาดผลประโยชน์ เมื่อผลงานนั้นประสบความสำเร็จในเชิงพาณิชย์ ใครคือผู้ที่ได้รับผลประโยชน์? หากอุตสาหกรรมบันเทิงกอบโกยรายได้มหาศาลจากการนำเสนอวัฒนธรรมนั้น โดยที่ชุมชนหรือประเทศเจ้าของวัฒนธรรมดั้งเดิมไม่ได้รับผลตอบแทน หรือสูญเสียโอกาสในการนำเสนอวัฒนธรรมของตนเองในตลาดโลก กรณีนี้จะเข้าข่ายการเอาเปรียบทางวัฒนธรรม

 

4. การเคารพความหมายดั้งเดิม การอินสปายคือการนำไปต่อยอดโดยยังคงเคารพบริบทเดิม แต่การฉกฉวยมักจะนำไปสู่การลดทอนคุณค่า เช่น การนำชุดที่ใช้ในพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์มาปรับเป็นแฟชั่นฉาบฉวย หรือนำเสนอผ่านอคติแบบเหมารวมที่ทำให้เจ้าของวัฒนธรรมถูกมองในแง่ลบ

 

ขณะเดียวกันแฟนๆ ซีรีส์ก็ออกมาให้ความเห็นว่ารู้สึกเสียดายที่นักแสดงทั้งสองต้องเข้ามาพัวพันกับกระแสดรามานี้ เพราะซีรีส์และความนิยมของนักแสดงนำทั้งคู่กำลังเป็นไปได้ดี

 

ในขณะเดียวกัน ภูมิภาคเอเชียตะวันออกคือพื้นที่ที่มีความลื่นไหลและความใกล้เคียงของวัฒนธรรมสูง การส่งต่อหรือหยิบยืมมามีมานานนับร้อยปีจนเราไม่สามารถหาจุดเริ่มต้นที่แน่ชัดไม่ได้ สิ่งที่ผู้สร้างจัดทำขึ้นอาจเป็นเพียงแรงบันดาลใจทางประวัติศาสตร์ที่มีอยู่จริง แต่เมื่อทำงานร่วมกับความ Pop Culture การนำเสนอภาพที่ชาวโลกคุ้นตาไปแล้วว่าเป็นของเกาหลีย่อมให้ถูกรู้สึกว่ากำลังถูกฉกฉวยทางวัฒนธรรมไป

related