
SHORT CUT
เพนตากอน เปิดเอกสารลับ 161 ฉบับ เผยรายละเอียดการพบเห็น UFO ทั้งจากพลเรือนและกองทัพ รวมถึงรายงานการเห็นแสงวาบและวัตถุลึกลับในอวกาศ
มื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ หรือเพนตากอน ได้เปิดเผยเอกสารลับจำนวนกว่า 161 รายการ ที่ถูกเก็บรวบรวมมานานหลายทศวรรษ และไม่เคยเปิดเผยต่อสาธารณะมาก่อน โดยมีเนื้อหาเกี่ยวกับการพบเห็นวัตถุบินที่ไม่สามารถระบุได้หรือยูเอฟโอ (UFO) รวมถึงการพบเห็นวัตถุประหลาดอื่นๆ ภายใต้คำสั่งของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เพื่อตอบสนองความสนใจของสาธารณชน
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ประชาชนในสหรัฐฯ มีความสนใจของต่อเรื่องสิ่งมีชีวิตนอกโลกเพิ่มมากขึ้น โดยในปี 2022 สภาคองเกรสได้จัดการไต่สวนเกี่ยวกับยูเอฟโอเป็นครั้งแรกในรอบ 50 ปี และกองทัพอเมริกาได้ให้คำมั่นว่าจะเปิดเผยข้อมูลในเรื่องนี้อย่างโปร่งใสมากขึ้น
หนึ่งในสาเหตุที่กระตุ้นความสนใจของประชาชนในเรื่องนี้ คือการที่อดีตประธานาธิบดีบารัค โอบามา ได้ออกมาให้สัมภาษณ์เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ว่า 'มนุษย์ต่างดาวนั้นมีอยู่จริง' แต่ตัวเขาเองก็ยังไม่เคยเห็น ก่อนจะออกมาชี้แจงว่า ความหมายของเขาคือ
มีความเป็นไปได้สูงในเชิงสถิติ ที่อาจจะมีสิ่งมีชีวิตอื่นในจักรวาล แต่เขายังไม่เคยเห็นหลักฐานใดๆ ที่ยืนยันเรื่องดังกล่าว แม้แต่ในขณะที่ยังดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ
ต่อมา ประธานาธิบดีทรัมป์ จึงสั่งการให้เพนตากอนเปิดเผยเอกสารที่เกี่ยวข้องกับมนุษย์ต่างดาวและสิ่งมีชีวิตนอกโลก เช่น ปรากฎการณ์ทางอากาศที่ไม่สามารถระบุได้ (UAP) และวัตถุบินที่ไม่สามารถระบุได้ (UFO) โดยเป็นข้อมูลที่ได้มาจากการรายงานของพลเรือน เจ้าหน้าที่กองทัพ และนักบินอวกาศที่อยู่บนดวงจันทร์
หนึ่งในเอกสารที่ถูกเปิดเผยคือ รายงานจากภารกิจสำรวจดวงจันทร์ของโครงการอะพอลโล 11, อะพอลโล 12 และอะพอลโล 17 ที่บันทึกบทสนทนาของนักบินอวกาศในช่วงทศวรรษที่ 1960 และ 1970
โดย 'บัซ อันดริน' (Buzz Aldrin) นักบินอวกาศชื่อดังจากภารกิจอะพอลโล 11 ได้รายงานว่า เขาพบเห็นปรากฎการณ์หลายอย่างที่อธิบายไม่ได้ในระหว่างการเดินทางไปดวงจันทร์ เช่น แหล่งกำเนิดแสงที่ค่อนข้างสว่าง ซึ่งตอนแรกพวกเขาคาดการณ์ว่าอาจเป็นแสงเลเซอร์
อลัน บีน (Alan Bean) นักบินอวกาศจากภารกิจอะพอลโล 12 รายงานว่า เขาเห็นอนุภาคและแสงวาบลอยผ่านไปในอวกาศระหว่างภารกิจ พร้อมอธิบายว่า อนุภาคเหล่านั้นดูเหมือนกำลังหลุดออกจากดวงจันทร์
และนักบินอวกาศ 2 คนในภารกิจอะพอลโล 17 ก็รายงานว่าพบเห็นแสงวาบขณะอยู่บนยานอวกาศเช่นกัน พร้อมอธิบายว่าแสงนั้นเหมือนกับกำลังมีการเฉลิมฉลองวันชาติสหรัฐฯ อยู่ข้างนอก แต่ก็คาดว่าอาจเกิดจากการสะท้อนของแสงกับเศษน้ำแข็งในอวกาศ
นอกจากนี้ยังมีบันทึกเสียงจากภารกิจอวกาศเจมิไน 7 (Gemini 7) ปี 1965 ซึ่งเป็นการสื่อสารระหว่างนักบินอวกาศกับทีมสนับสนุนภาคพื้นดิน ขณะที่มีรายงานการพบเห็นวัตถุที่ไม่สามารถระบุได้ไปยังศูนย์ควบคุมภารกิจขององค์การบริหารอวกาศและการบินแห่งชาติของสหรัฐฯ หรือนาซา (NASA) โดยอธิบายว่า เป็นเป้าหมายลึกลับและมีอนุภาคเล็กๆ นับล้านล้านชิ้นอยู่ทางด้านซ้ายของยานอวกาศด้วย
ในรายงานที่ได้รับการเผยแพร่จากแฟ้มข้อมูลซึ่งครอบคลุมระยะเวลาหลายสิบปีนั้น ยังรวมถึงคำกล่าวอ้างจากบุคคลหลายสิบคนที่ระบุว่า ได้พบเห็นปรากฏการณ์ผิดปกติที่ไม่สามารถระบุได้ หรือ UAP
หนึ่งในเอกสาร ระบุว่า ชายคนหนึ่งให้การกับสำนักงานสอบสวนกลาง (FBI) เมื่อปี 1957 ว่าเขาได้เห็นยานพาหนะขนาดใหญ่รูปทรงกลมลอยขึ้นจากพื้นดิน
นอกจากนี้ยังมีบทสัมภาษณ์จากเดือนกันยายนและตุลาคม ปี 2023 ซึ่งมีพลเมืองสหรัฐฯ รายงานว่าพบเห็นวัตถุโลหะลอยนิ่งที่ดูเหมือนปรากฏออกมาจากแสงสว่างจ้า
เอกสารยังรวมถึงคลิปวิดีโอที่บันทึกได้โดยกองทัพสหรัฐฯ ขณะประจำการอยู่ในตะวันออกกลาง ซึ่งมีอายุย้อนกลับไปถึงปี 2022 จากพื้นที่ในอิรัก ซีเรียและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ คลิปดังกล่าวแสดงให้เห็นภาพวัตถุรูปทรงคล้ายวงรีพุ่งผ่านจากซ้ายไปขวา ขณะที่รายงานประกอบระบุว่า อาจมีความเป็นไปได้ที่จะเป็นขีปนาวุธ
แม้จะได้รับกระแสความสนใจจากประชาชน รวมถึงเสียงชื่นชมจากสมาชิกพรรครีพับลิกันด้วยกัน ที่ระบุว่าการเปิดเผยเอกสารของเพนตากอนว่าเป็นการเริ่มต้นที่ยอดเยี่ยม เป็นก้าวแรกขนาดใหญ่ในทิศทางที่ถูกต้อง ที่รัฐบาลสหรัฐฯ จะมีความโปร่งใสมากขึ้นเกี่ยวกับหลักฐานการพบเห็นยูเอฟโอ
แต่มาร์จอรี เทย์เลอร์ กรีน อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรซึ่งเคยเป็นพันธมิตรกับทรัมป์ ก่อนจะขัดแย้งกันในภายหลังและได้ลาออกจากสภาคองเกรสแล้ว ได้ตั้งคำถามต่อการเผยแพร่เอกสารดังกล่าว ว่าอาจเป็นเพียงการเบี่ยงเบนความสนใจจากปัญหาเร่งด่วนกว่าที่ชาวอเมริกันกำลังเผชิญ เช่น ค่าครองชีพที่สูงขึ้น และสงครามในอิหร่าน