
SHORT CUT
```
ทำความรู้จัก จุดยุทธศาสตร์หลัก บนแผนที่การผลิตน้ำมันตะวันออกกลาง และ “อิหร่าน” ปิดช่องแคบฮอร์มุซ และตอบโต้ไปที่จุดไหนแล้วบ้าง
จากสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ที่ขัดแย้งกันมาตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2569 และกำลังกระทบต่อราคาน้ำมันโลก กรณีอิหร่านโจมตี เรือในช่องแคบฮอร์มุซ ที่เป็นเส้นทางหลักในการขนส่งน้ำมันออกจากแหล่งผลิต ในประเทศต่างๆ รอบอ่าวเปอร์เซีย
อย่างไรก็ตาม ในความเป็นจริงแล้ว ช่องแคบฮอร์มุซ ไม่ใช่เพียงจุดยุทธศาสตร์หลักเพียงแห่งเดียว ที่เกี่ยวกับผลิตและส่งออกน้ำมันไปทั่วโลก เพราะ ระบุว่า บริเวณรอบอ่าวเปอร์เซีย ยังจุดยุทธศาสตร์หลักด้านการผลิตน้ำมันและปิโตรเลียมถึง 6 จุด
โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของตะวันออกกลางเปรียบเสมือนเส้นเลือดใหญ่ที่หล่อเลี้ยงเศรษฐกิจโลก แต่ปัจจุบันเส้นเลือดเหล่านี้กำลังตกเป็นเป้าหมายหลักในการทำลายล้าง จุดยุทธศาสตร์สำคัญที่เปราะบางที่สุดในภูมิภาค ได้แก่:
• ซาอุดีอาระเบีย: ที่ตั้งของ "Abqaiq" โรงงานแปรรูปน้ำมันดิบใหญ่ที่สุดในโลก และ "Ras Tanura" ท่าเรือส่งออกน้ำมันและโรงกลั่นอันดับหนึ่ง
• กาตาร์: พึ่งพา "Ras Laffan" ศูนย์กลางการผลิตและส่งออกก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ที่ใหญ่ที่สุดในโลก
• อิหร่าน: ครอบครอง "South Pars" แหล่งก๊าซธรรมชาติที่ใหญ่ที่สุดในโลก และ "เกาะ Kharg" สถานีส่งออกน้ำมันหลักของประเทศ
• คูเวต: มี "Mina Al Ahmadi" ท่าเรือและโรงกลั่นหลักของกลุ่มโอเปก (OPEC)
อิหร่านได้เปิดฉากปฏิบัติการตอบโต้ที่รุนแรงและแม่นยำ โดยพุ่งเป้าตัดตอนขีดความสามารถด้านพลังงานของรัฐอาหรับในระดับที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน:
วิกฤต 'สงครามอิหร่าน 2026' ที่ปะทุขึ้นตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ เดินทางมาถึงจุดแตกหักเมื่ออิสราเอลและสหรัฐฯ ตัดสินใจโจมตี "South Pars" แหล่งผลิตก๊าซหัวใจหลักของอิหร่าน ผนวกกับการลอบสังหารนายเอสมาอิล คาติบ รัฐมนตรีข่าวกรองอิหร่าน
นี่คือครั้งแรกนับตั้งแต่เริ่มสงครามที่โครงสร้างพื้นฐานด้านฟอสซิลถูกตั้งเป้าทำลายล้างโดยตรง ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ได้ออกมาขู่เกล้าว่าจะระเบิด South Pars ทิ้งทั้งหมดหากอิหร่านไม่หยุดการโจมตีกาตาร์ ท่ามกลางความตึงเครียดและยอดผู้เสียชีวิตที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ผลกระทบต่อตลาดพลังงานโลกเกิดขึ้นในระดับ "แผ่นดินไหว" และกำลังลุกลามสู่สภาวะช็อกทางเศรษฐกิจ:
วิกฤตตลาดน้ำมัน: ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) พุ่งทะยานทะลุ 116-119 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล (ปรับตัวเพิ่มขึ้นกว่า 50-57%) ขณะที่ส่วนต่างราคาน้ำมันดิบดูไบในตลาดซื้อขายจริงพุ่งขึ้นทำสถิติสูงสุดในประวัติศาสตร์
ช็อกตลาด LNG โลก: ราคาก๊าซยุโรป (TTF) พุ่งขึ้นถึง 71% แต่เอเชียคือภูมิภาคที่รับเคราะห์หนักที่สุดจากการแย่งชิงอุปทาน ซึ่งจะกระทบชิ่งไปยังอุตสาหกรรมปุ๋ยและต้นทุนอาหารทั่วโลก
ช่องแคบฮอร์มุซ: การปิดล้อมเส้นทางขนส่งน้ำมันที่คิดเป็น 20% ของโลก ทำให้อุปทานหดหายไปกว่า 60% สำนักงานพลังงานสากล (IEA) ระบุชัดเจนว่า นี่คือการชะงักงันของอุปทานพลังงานครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์
หากกลุ่มกบฏฮูตี (Houthis) ในเยเมนเปิดแนวรบในทะเลแดงอย่างเต็มรูปแบบ โลกอาจก้าวเข้าสู่ "สถานการณ์วันสิ้นโลก (Doomsday Scenario)" ทางพลังงานอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ที่มา : nationtv.tv offshore-technology theguardian theguardian rbccm